หุ้นมีมกลับมาอีกครั้ง และอาจพบผู้นำคนใหม่แห่งยุคอย่าง ‘Roaring Kitty’

ดูเหมือนว่ากระแสนิยม หุ้นมีม จะกลับมาแรงอีกครั้งในตลาดหุ้น โดยครั้งนี้เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ จากการเคลื่อนไหวของผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชาวแคนาดาคนหนึ่งที่ชื่อว่า เอริก แจ็คสัน

หุ้นมีมกลับมาอีกครั้ง และอาจพบผู้นำคนใหม่แห่งยุคอย่าง ‘Roaring Kitty’

เมื่อประมาณสามสัปดาห์ก่อน บริษัท EMJ Capital ซึ่งก่อตั้งโดยเอริก แจ็คสัน ได้ซื้อหุ้นบริษัท Opendoor Technologies ซึ่งเป็นบริษัทจากซานฟรานซิสโกที่ทำธุรกิจซื้อ-ขายบ้านผ่านออนไลน์ ในราคาเพียงหุ้นละราว 0.70 ดอลลาร์เท่านั้น และนับจากนั้น ราคาก็พุ่งขึ้นกว่า 600% จนแตะระดับสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่งที่เกือบ 5 ดอลลาร์ในวันที่ 21 กรกฎาคม ก่อนจะย่อตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.40 ดอลลาร์ ซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นถึง 250% เมื่อเทียบกับก่อนหน้า

“ผมคิดว่า Opendoor เป็นธุรกิจที่จริงจังนะ” แจ็คสันให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก “ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าหุ้นนี้จะกลายเป็นหุ้นมีม”

หุ้นมีมคืออะไร และทำไมมันถึงกลับมาเป็นที่พูดถึง?

หุ้นมีม คือ หุ้นของบริษัทที่อาจไม่ได้มีผลประกอบการแข็งแกร่ง หรือถูกนักลงทุนรายใหญ่ซื้อขายในเชิงลบ (shorted) อย่างหนัก แต่กลับพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากแรงหนุนของกระแสในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะจากชุมชนใน Reddit หรือ X (เดิมคือทวิตเตอร์) โดยที่ราคามักไม่สัมพันธ์กับพื้นฐานของบริษัท

ปรากฏการณ์นี้เริ่มโด่งดังครั้งแรกในช่วงต้นปี 2021 เมื่อกลุ่มนักลงทุนรายย่อยร่วมแรงร่วมใจกันขับราคาหุ้น GameStop และ AMC ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้การนำของ เคธ จิลล์ นักลงทุนจากยูทูบในนาม “Roaring Kitty” ตอนนี้ เอริก แจ็คสัน ก็กำลังถูกดึงเข้าสู่ตำนานเดียวกันนี้ จนมีคนนำภาพหน้าเขาไปตัดต่อใส่ลงในภาพ Roaring Kitty ไปเสียแล้ว

เส้นทางของชายผู้ท้าทายเวทีใหญ่

เอริก แจ็คสัน เองไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ เขาเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 2015 จากการนำเสนอเอกสาร 99 หน้าต่อสภาบริหาร Yahoo เรียกร้องให้ปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้น อย่างมาริสสา เมเยอร์ ออกจากตำแหน่ง ข้อเรียกร้องนี้ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จนในที่สุดเมเยอร์ก็ลาออกไปเองในปี 2017 หลังจาก Verizon เข้าซื้อบริษัท

ผ่านไป 10 ปี แจ็คสันกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจากที่เขาเริ่มโพสต์ความเห็นต่อ Opendoor บน X โดยเขาอธิบายว่าหุ้นดังกล่าวอาจ พุ่งถึง 82 ดอลลาร์ภายในปี 2028 และเรียกมันว่า “หุ้นร้อยเท่า” หรือ hundred bagger ซึ่งหมายถึงหุ้นที่ให้ผลตอบแทนถึง 100 เท่า

เขาระบุว่าในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เขาได้รับโทรศัพท์และอีเมลจากนักลงทุนกว่า 600 ครั้ง เพื่อสอบถามแนวคิดการลงทุนของเขา

ไม่เพียงเท่านี้ หุ้นอื่นในพอร์ตของเขาก็ได้รับความสนใจตามไปด้วย เช่น Iren และ Cipher Mining ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดย Iren พุ่งขึ้น 49% ในเดือนนี้ ส่วน Cipher ทะยานถึง 65%

แต่ความคลั่งไคล้ หุ้นมีม ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ หุ้นบริษัทอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับแจ็คสันเลยก็ถูกดึงเข้ามาในกระแส เช่น Kohl’s ที่ขึ้น 58% ในเดือนนี้ GoPro พุ่ง 78% และ Krispy Kreme เพิ่มขึ้น 67% ขณะที่นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อหุ้นที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หวังได้กำไรมหาศาลเหมือนในปี 2021

บทสรุป: กระแสนี้แสดงให้เห็นว่าอำนาจของชุมชนออนไลน์และความเชื่อใน “เรื่องเล่า” ของการลงทุนยังคงมีผลอย่างมากต่อตลาด นักลงทุนควรจับตา แต่ต้องมีสติ อย่าให้ความอยากได้กำไรเร็วบดบังการวิเคราะห์พื้นฐาน ถ้าคุณสนใจหุ้นมีม อย่าลืมศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ—เพราะบางครั้ง ความคลั่งไคล้อาจพัดพาหุ้นขึ้นได้ แต่ก็ทำให้ร่วงได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *