ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112 ปมสัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ปี 2558
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกได้มีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในข้อหาดูหมิ่นสถาบันฯ ตาม คดี ม.112 จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งสาธารณะชนและสื่อมวลชน
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112
ในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2567 สื่อมวลชนและประชาชนต่างจับตาดูสถานการณ์รอบศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ที่มีการนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1860/256 โดยศาลไม่อนุญาตให้สื่อเข้ารายงานข่าวภายในห้องพิจารณาคดี ขณะที่ ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112 ดังกล่าว หลังจากพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน
ทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงศาล เวลาประมาณ 09.30 น. เขาได้โบกมือทักทายประชาชนและสื่อมวลชน พร้อมกับกอดบุตรสาว คุณากรณ์วงศ์ ที่มารอให้กำลังใจภายนอกศาล ถึงเวลาประมาณ 10.45 น. ทีมทนายความของนายทักษิณออกมาจากศาล และนายทักษิณได้ประกาศต่อสื่อมวลชนอย่างชัดเจนเพียงสองคำว่า “ยกฟ้อง”
คดีเริ่มต้นจากการให้สัมภาษณ์ในต่างประเทศ
เรื่องที่อยู่เบื้องหลังคือ ในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 ขณะที่นายทักษิณเข้าร่วมงาน Asian Leadership Conference ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่น ซึ่งเนื้อหาบางส่วนมีการพูดถึง “Palace Circle” และการวิพากษ์วิจารณ์การรัฐประหารในประเทศไทยในปีก่อนหน้า
หลังจากนั้น ทหารฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้แจ้งความร้องทุกข์และตั้งข้อกล่าวหาตาม คดี ม.112 ต่อพนักงานอัยการ โดยกล่าวหาว่าเนื้อหาที่เผยแพร่มีลักษณะดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
อย่างไรก็ตาม ทนายความของนายทักษิณ โดยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ในระหว่างการสืบพยานหลายนัด โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณเป็นการกระทำโดยเจตนาในทางที่ผิดแต่อย่างใด
ความเห็นของทนาย: ไม่มีเจตนา และไม่มีการตัดต่อ
ทนายวิญญัติเปิดเผยว่า การสืบพยานหลักฐานของโจทก์ชัดเจนว่าพยานหลายราย “เป็นพยานที่มีอคติ” และเป็นฝ่ายตรงข้ามกับจำเลยโดยตรง ซึ่งฝ่ายจำเลยยืนยันโดยตลอดว่าเนื้อหาการสัมภาษณ์ไม่ใช่การกล่าวโจมตีสถาบันฯ โดยตรง แต่ต้องการวิจารณ์การเมืองภายในประเทศขณะที่อยู่ในต่างแดน
“ความจงรักภักดีของท่านมีอย่างชัดเจน และประจักษ์ชัด เหตุดังกล่าวนี้ท่านก็บอกแล้วว่าไม่ได้มาจากคำพูดของท่านอย่างถูกต้อง และท่านเชื่อว่าเป็นการตัดต่อ” ทนายวิญญัติกล่าว
นอกจากนี้ ทนายยังให้ความเห็นว่า การตัดสินคดีในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสในการสะท้อนแนวทางการตั้งข้อหาในอดีตที่อาจมีลักษณะ “บีบคั้น” หรือ “ไม่มีมูล” เช่นเดียวกับกรณีของ ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112 本次决定也可能被视为对过去政治程序的一次司法检验。
เดินทางย้อนรอยความเคลื่อนไหวที่สำคัญ
- พ.ศ. 2558 – มีการแจ้งข้อกล่าวหาหลังจากบทสัมภาษณ์เผยแพร่ ถูกแชร์จนถึงโซเชียลมีเดียในไทย
- พ.ศ. 2559 – อัยการสูงสุดสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา
- พ.ศ. 2566 – ทักษิณเดินทางกลับไทยและต้องเข้ารับการพิจารณาตามศาล
- พ.ศ. 2567 – ศาลให้คำพิพากษา “ยกฟ้อง” หลังพิจารณาพยานหลักฐานโดยรอบ
การพิพากษาครั้งนี้นอกจากจะมีความหมายเชิงนิติเวชแล้ว ยังส่งสัญญาณในเชิงความเป็นธรรมที่สำคัญต่อบุคคลในสังคม ที่อาจถูกกล่าวหาภายใต้กฎหมายที่เปิดโอกาสให้มีตีความหลากหลาย
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับเนื้อหาการสัมภาษณ์ของนายทักษิณ ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112 ครั้งนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าอภิปรายและการตัดสินสะท้อนให้เห็นถึงความยุติธรรมในกระบวนการพิจารณาคดีที่ต้องเป็นกลาง โปร่งใส และใช้เหตุผล
หากคุณสนใจเรื่องกฎหมายและความเป็นธรรมในระดับประเทศ ติดตามข่าวสารด้านนี้อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมทางสังคมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารในครั้งหน้าและอย่าลืมแบ่งปันมุมมองของคุณบนโซเชียลมีเดีย!
ที่มา – ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ คดี ม.112 ปมสัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ปี 2558