วิธีทำความสะอาดโครงกระดูกสุดแปลกแต่มีประสิทธิภาพสูง
เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมครับว่า ตามพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เขาทำความสะอาดโครงกระดูกสัตว์กันอย่างไรให้ดูสะอาดสะอ้านและยังคงความสมบูรณ์เอาไว้ได้? ปกติแล้วเราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีหรือเอนไซม์ในการกำจัดเนื้อเยื่อที่หลงเหลืออยู่ แต่ทราบไหมครับว่าตอนนี้มี วิธีทำความสะอาดโครงกระดูกสุดแปลกแต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวข้อที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจอย่างมากครับ
เจาะลึก วิธีทำความสะอาดโครงกระดูกสุดแปลกแต่มีประสิทธิภาพสูง
จากการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One นักวิจัยจากอิหร่านและเยอรมนีได้ค้นพบว่า ‘หนอนซุปเปอร์เวิร์ม’ (Superworms) ซึ่งเป็นตัวอ่อนของด้วงที่ปกติเราใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถทำหน้าที่เป็นพนักงานทำความสะอาดโครงกระดูกธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตรายเลยครับ
ทำไมหนอนถึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำความสะอาด?
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์มักใช้ ‘ด้วงเดอร์เมสทิด’ (Dermestid beetles) ในการกำจัดเนื้อเยื่อบนโครงกระดูก แต่เจ้าด้วงพวกนี้มักจะมีปัญหาเรื่องการหนีออกจากพื้นที่กักกันหรือเผลอวางไข่เอาไว้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคอลเลกชันอื่นๆ ในพิพิธภัณฑ์ได้ แต่สำหรับหนอนซุปเปอร์เวิร์มนั้นมีจุดเด่นหลายอย่าง:
- ประหยัดและหาง่าย: เพราะเป็นแมลงที่เพาะเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารสัตว์อยู่แล้ว
- ปลอดภัยต่อโครงกระดูก: หากควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม หนอนเหล่านี้จะจัดการกับเศษเนื้อได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทำลายกระดูกที่บอบบาง
- ไม่เป็นอันตรายต่อพิพิธภัณฑ์: หนอนซุปเปอร์เวิร์มไม่เข้าสู่ระยะดักแด้หากอยู่ในสภาวะที่มีหนอนหนาแน่น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพร่พันธุ์จนคุมไม่อยู่เหมือนด้วงทั่วไป
สรุปกระบวนการทำงาน
นักวิจัยพบว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมคือการใช้หนอนประมาณ 10-15 กรัม ต่อเศษซากสัตว์ 1 กรัม ซึ่งเพียงพอที่จะกำจัดเนื้อส่วนเกินได้ภายในหลักชั่วโมงหรือหลักวันเท่านั้น นี่จึงถือเป็น วิธีทำความสะอาดโครงกระดูกสุดแปลกแต่มีประสิทธิภาพสูง ที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดงบประมาณของพิพิธภัณฑ์ไปได้มหาศาล
ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นการนำธรรมชาติมาแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งมากครับ มันแสดงให้เห็นว่าคำตอบของปัญหาที่ซับซ้อน อาจจะซ่อนอยู่ในสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด หากใครสนใจงานวิจัยนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมวงการพิพิธภัณฑ์ไปเลย หวังว่าเทคนิคนี้จะถูกนำไปใช้ในวงกว้างเพื่อรักษาประวัติศาสตร์ธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานเราได้ศึกษากันต่อไปนะครับ
ที่มา – Scientists Find the Grossest, Most Efficient Way to Clean a Skeleton
