ลัทธิทำลายล้างคือกลยุทธ์ใหม่ของสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์
ถ้าคุณเคยติดตามข่าวสารในแวดวงเทคโนโลยีมาตลอดหลายทศวรรษ คุณจะพบว่าข้อความที่ส่งออกมาจากซิลิคอนวัลเลย์มักจะเต็มไปด้วยโลกทัศน์ในแง่บวกอย่างเหลือเชื่อ แต่ในยุคปัจจุบันที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลก เรากำลังพบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ เมื่อสตาร์ทอัพรุ่นใหม่เริ่มนำแนวคิดที่หลายคนเรียกว่า ลัทธิทำลายล้างคือกลยุทธ์ใหม่ของสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์ มาปรับใช้เป็นโมเดลธุรกิจ แทนที่จะสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ พวกเขากลับเลือกที่จะทำลายความเชื่อมั่นและระบบนิเวศของอินเทอร์เน็ตเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแบบที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
ลัทธิทำลายล้างคือกลยุทธ์ใหม่ของสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ Doublespeed สตาร์ทอัพดาวรุ่งที่ได้รับเงินทุนก้อนโตจาก Andreessen Horowitz (a16z) โดยมีเป้าหมายที่ตรงไปตรงมาและน่ากลัวนั่นคือการเปลี่ยนทฤษฎีอินเทอร์เน็ตที่ตายแล้ว (Dead Internet Theory) ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงิน Zuhair Lakhani ผู้ก่อตั้งวัย 21 ปี ประกาศอย่างไม่เกรงกลัวว่าเขาต้องการทำลายภาพจำของอินเทอร์เน็ตแบบเดิม โดยการใช้กองทัพ AI มาสร้างกระแสและปั่นป่วนโลกออนไลน์
เบื้องหลัง ลัทธิทำลายล้างคือกลยุทธ์ใหม่ของสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์
นอกจาก Doublespeed แล้ว ยังมีปรากฏการณ์ Psyop ที่เกิดขึ้นกับแบรนด์หรือศิลปินต่างๆ ที่ถูกการตลาดแบบกองโจรเข้ามาครอบงำ รวมถึงกระแสของ “คลิปฟาร์ม” ที่เน้นการปั่นยอดวิวเพื่อดันอินฟลูเอนเซอร์ให้โด่งดังชั่วข้ามคืน กลยุทธ์เหล่านี้มักมีลักษณะคล้ายกันคือ:
- การใช้บัญชี AI เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ
- การปั่นกระแสโดยเลี่ยงกฎระเบียบของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค (FTC)
- การสร้างโฆษณาในรูปแบบของคอนเทนต์ทั่วไป เพื่อหวังผลทางอัลกอริทึม
หลายบริษัทเลือกที่จะตั้งคำถามว่า ในเมื่อโลกอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้มีแต่โฆษณาแฝงอยู่เต็มไปหมด การทำลายมันทิ้งและหาประโยชน์จากซากปรักหักพังนั้นเป็นเรื่องที่ผิดจริงหรือ? ข้ออ้างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่มองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น และเชื่อว่าการกอบโกยผลประโยชน์คือสิ่งสำคัญที่สุด โดยไม่สนใจว่าผลกระทบที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับสังคมดิจิทัล เพราะเมื่อธุรกิจเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ทำลายล้างแทนที่จะสร้างสรรค์ มูลค่าในระยะยาวของแพลตฟอร์มต่างๆ จะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ใช้งาน เราควรตั้งคำถามเสมอว่าสิ่งที่เห็นบนหน้าฟีดนั้นคือเรื่องจริง หรือเป็นเพียงผลลัพธ์จากอัลกอริทึมของเหล่าสตาร์ทอัพสายดาร์กที่จ้องแต่จะปั่นกระแสเพื่อเม็ดเงินเท่านั้น
ที่มา – The New Meta for Silicon Valley Startups Is Nihilism
