รมช.กลาโหมเผย ตั้งเกณฑ์วัดความจริงใจกัมพูชา 3 ระดับ บอกผ่านระดับหนึ่งแล้ว หลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิง รอดูปฏิบัติจริง
รมช.กลาโหมเผย ตั้งเกณฑ์วัดความจริงใจกัมพูชา 3 ระดับ บอกผ่านระดับหนึ่งแล้ว
วันนี้ (6 สิงหาคม) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และรักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ข้อมูลก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการรวบรวมผลจากการประชุมฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) โดยมีการกล่าวชี้ชัดว่า เกณฑ์ในการวัด ความจริงใจของกัมพูชานั้นมีทั้งหมด 3 ระดับ ซึ่งปัจจุบันฝ่ายเลขานุการของ GBC ได้ผ่านข้อตกลงใน ระดับแรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
ระดับที่สองคือการตรวจสอบด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรี
สำหรับ เกณฑ์วัดความจริงใจของกัมพูชา ระดับที่สองจะมาจากการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (7 สิงหาคม) โดย พล.อ. ณัฐพล จะได้เห็นแบบชัดเจนว่าทางการกัมพูชาจริงใจในทางนโยบายหรือไม่
ระดับการปฏิบัติจริงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ ระดับที่สาม ยังต้องรอดูการปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงหยุดยิงว่าจะมีการยึดถือตามที่ตกลงร่วมกันหรือไม่ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีข่าวบางส่วนจากสื่อกัมพูชาที่ไม่สอดคล้อง แต่ทางไทยยืนยันว่าเอกสารที่ตกลงร่วมกันจะต้องมีผลตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ
การประชุมกองเลขานุการของ GBC โดยทั่วไปฝ่ายกัมพูชามักจะรอฟังข้อเสนอจากไทยก่อนแล้วจึงตอบกลับ อย่างไรก็ตามผลการหารือที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี ซึ่งจะต้องติดตามความชัดเจนวันพรุ่งนี้อีกครั้ง
นอกจากนี้ พล.อ. ณัฐพล ได้ยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติ และยึดถืออธิปไตยเป็นหลัก แม้ว่าจะมีเงื่อนไขเวลาในข้อตกลง แต่ทางไทยก็ต้องการให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งในระดับนโยบายว่ากัมพูชารับเงื่อนไขจริงหรือไม่
กลไกการทำงานระหว่างไทย-กัมพูชาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
เนื่องจาก GBC มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธาน จึงมุ่งเน้นการหารือในด้าน ความมั่นคงและการหยุดยิง เป็นหลัก ในขณะที่เรื่องเขตแดนจะถูกดำเนินการภายใต้กรอบของ JBC ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการมีความละเอียดลออและต้องให้ความรอบคอบอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี รักษาการฯ ได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธานในการแบ่งมอบหน้าที่ เพื่อให้ทุกหน่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดข้อขัดแย้งให้ประชาชนสามารถมั่นใจได้ในความร่วมมือ
ถ้าไทยและกัมพูชาไม่ยกเลิก MOU43 จะมีประโยชน์อย่างไร?
กรณีที่ไทยเลือกไม่ยกเลิก MOU43 เพราะยังมีประโยชน์เมื่อกัมพูชาฝ่าฝืน เช่น การเคลื่อนไหวหรือขุดคูในพื้นที่เขตแดนไทย จะถือเป็นการฝ่าฝืนถ้อยแถลง ซึ่งกลายเป็นหลักฐานต่อการกล่าวหาต่อนานาชาติ
- เป็นข้อเสนอแบบครบวงจร ด้วย 8 ประเด็นหลัก
- กัมพูชารับร่วมสมาชิก ในส่วนของการเป็นพยานจากประเทศที่ 3, 4 และ 5
- ยังคงต้องเฝ้าดูปฏิบัติชายแดนจริง ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าจะรักษานโยบายได้จริงหรือไม่
แม้ว่ากัมพูชาจะเห็นพ้องรับข้อตกลงโดยรวม 6 ประเด็น รวมถึงข้อตกลงหยุดยิง แต่ทางไทยยังต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการที่บางสื่อรายงานว่า ไม่ได้รับข้อตกลงอย่างเต็มใจ ซึ่งยืนยันว่าควรใช้เอกสารเป็นหลักในการตัดสินใจ
โดยสรุป ควรมีการพูดคุยในกรอบทวีคียงมากขึ้น และลดการพึ่งพาหน่วยงานระหว่างประเทศที่อาจทำให้กระบวนการล่าช้าและไม่ตรงจุด ที่สำคัญ ทั้งไทยและกัมพูชาสามารถพิสูจน์ความจริงใจทั้งสามระดับนี้ได้จริงหรือไม่? คงต้องติดตามการปฏิบัติจากกัมพูชาอย่างใกล้ชิด