ฟรีคีย์ฟรายเดย์ กลับมาอีกครั้ง สนุกแต่ยังมีช่องโหว่
หลังจากที่แฟนๆ ต้องรอคอยมานานกว่าสองทศวรรษ ฟรีคีย์ฟรายเดย์ ก็กลับมาอีกครั้งในภาคล่าสุดที่นำการแสดงของ Lindsay Lohan และ Jamie Lee Curtis มารวมกันอีกครั้ง แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะพึ่งพาเสน่ห์แห่งความทรงจำและละครผสมผสานกับความตลกขบขัน แต่ก็ยังมีจุดอ่อนในทั้งเรื่องบทและการดำเนินเรื่อง
ฟรีคีย์ฟรายเดย์ ฉบับใหม่ ผสมผสานความซับซ้อนมากขึ้น
ต่างจากภาคแรกที่เป็นเพียงการสลับร่างของ “แม่และลูกสาว” ในภาคต่อนี้ ทำให้มีตัวละครใหม่ๆ เข้ามาร่วมสนุกด้วย ทำให้อารมณ์ขันของ ฟรีคีย์ฟรายเดย์ หนาแน่นขึ้นมาก แต่กลับส่งผลให้เนื้อเรื่องดูทรัพย์ยากเกินความจำเป็น
การเปลี่ยนแปลงของตัวละครหลัก
Anna ที่เติบโตขึ้นจนมีลูกสาววัยมัธยมอย่าง Harper พร้อมด้วยความสัมพันธ์ใหม่กับพ่อของ Lily ตัวละครร่วมเวทีกับ Tess ทำให้โครงเรื่องของเหตุการณ์ใน ฟรีคีย์ฟรายเดย์ ครั้งนี้ประกอบไปด้วยความซับซ้อนในระดับครอบครัวหลายแกน ซึ่งแม้จะน่าสนใจแต่ก็ต้องใช้การกระชับถ้อยความในการเล่าเรื่องให้ครบถ้วน
ในขณะที่ Lohan และ Curtis สลับร่างกันอีกครั้งด้วยความน่าประทับใจ พวกเขาสามารถยืดหยุ่นกับบทบาทใหม่ได้อย่างลื่นไหลเหมือนเดิม เพื่อนทั้งสองก็ยังคงช่วยกันรักษา “หัวใจกลาง” ของภาพยนตร์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กลับต้องยอมรับว่า บางฉากแสดงออกที่มากเกินความจำเป็น
- Lindsay Lohan กลับมาแสดงในบทบาทของ Harper ในร่างของ Anna
- Jamie Lee Curtis เปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเองในร่างของ Lily
- Manny Jacinto เสิร์ฟความโรแมนติกในบทพ่อที่กำลังจะเข้าสู่พิธีแต่งงาน
แม้ว่า Chemistry ระหว่างตัวละครจะดูอึกทึกอย่างน่าประหลาดใจ แต่หนึ่งในข้อผิดพลาดสำคัญคือ “จำนวนตัวละครมากมาย” ที่ภาพยนตร์พยายามบรรจุไว้ในเวลาจำกัดกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง การนำเสนอของผู้สร้างไม่สามารถเย็บปะความเข้าใจให้กับบุคคลใหม่ๆ ได้เพียงพอ
ความล้าหลังของเนื้อเรื่องใน ฟรีคีย์ฟรายเดย์ บางครั้งยังรู้สึกว่านักเขียนพยายามสร้างความสนุกให้แฟน ๆ โดยไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมชาติของตัวละครใหม่ เช่นเดียวกับเสียงเพลงจากศิลปินรับเชิญที่สร้างบรรยากาศบางฉากให้ดูหนักเกินไป
โดยรวมแล้ว ฟรีคีย์ฟรายเดย์ ภาคใหม่ยังสนุกอยู่ แต่ไม่ใช่อีกหนึ่งวันศุกร์ที่ทำให้เรารู้สึก “วา้ว” หรือประทับใจเสมอ ความคุ้นเคยกับหน้าหม้อคู่นี้อาจไม่พอสำหรับการฟื้นคืนชีพให้สูตรเดิมแล้วกลายเป็นเรื่องที่น่าลืมในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ดี ใครที่สนใจมืดยกดื่นเวลาได้หรือแม่ลูกบนพรมแดนแห่งอวกาศก็กดจองตั้วชมได้ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมนี้!