พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ในยามที่ประชาชนชาวไทยต้องประสบกับภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยหรือวิกฤตการณ์ต่างๆ เรามักจะได้เห็นภาพสายพระเนตรอันกว้างไกลและความห่วงใยที่ส่งผ่านไปยังพสกนิกรเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติหน้าที่ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มิได้เป็นเพียงหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยทั่วไป แต่เป็นองค์กรแห่งความหวังที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ โดยพระองค์มิได้เพียงแค่สั่งการจากที่ตั้ง แต่ทรงลงพื้นที่ด้วยพระองค์เองเพื่อเข้าถึงชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในปี 2563 หรือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ชายแดนใต้ พระองค์ท่านทรงนำความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

หลายคนอาจไม่ทราบว่า พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมอบสิ่งของหรือถุงยังชีพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางรากฐานการป้องกันภัยอย่างยั่งยืน พระองค์มีพระดำริให้มีการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการฝึกอบรมชุมชนให้มีความพร้อมในการอพยพ โดยมีรับสั่งที่สำคัญว่า “ถ้าเราเตือนภัยได้ดี จะบรรเทาทุกข์น้อยลง” ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและยั่งยืน

เบื้องหลังการทำงานที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

นอกเหนือจากภาพการลงพื้นที่ที่เป็นข่าว เรายังพบแง่มุมที่น่าประทับใจจากการบอกเล่าของคณะทำงานว่า พระองค์ทรงเมตตาและใส่ใจเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างสม่ำเสมอ ทรงร่วมบรรจุถุงยังชีพและปฏิบัติงานเบื้องหลังด้วยพระองค์เองนับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่เป็นข่าว สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าภารกิจของมูลนิธิฯ ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ แต่เป็นความตั้งใจจริงที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในวันที่เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิ่งที่สะท้อนถึงความเป็นกันเองของพระองค์ได้เป็นอย่างดีคือ การที่พระองค์ทรงทดลองสวมฮิญาบซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของชุมชนในจังหวัดนราธิวาส สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นใจให้แก่พสกนิกรในพื้นที่อย่างยิ่ง

สรุปทิศทางและแนวโน้ม: ในปัจจุบันบทบาทของการจัดการภัยพิบัติกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยีร่วมกับการจัดการแบบชุมชนมีส่วนร่วม ตามพระราชปณิธานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ที่มุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์” ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ทั่วไทย การที่เราเห็นผู้นำให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเช่นนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชุมชนไทยแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต

เราควรหันมาติดตามภารกิจการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างใกล้ชิด เพราะความเข้าใจของผู้คนในชุมชนคือกลไกหลักที่ช่วยลดความสูญเสียได้มากกว่าที่คิด

ที่มา – พระกรณียกิจอันเป็นที่น่าประทับใจ ในฐานะผู้บรรเทาพิบัติภัย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *