ฝรั่งเศสจับเพิ่ม! แกะรอยดีเอ็นเอ คดีโจรกรรมสมบัติ ลูฟวร์ ได้ผู้ต้องสงสัย

โอ้โห! คราวนี้เรื่องใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียว เมื่อพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งรวมสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ ถูกโจรกรรมอย่างอุกอาจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเอาวงการศิลปะทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน แต่ล่าสุดมีข่าวดีให้เราได้ติดตามกันแล้ว เพราะตำรวจฝรั่งเศสสามารถฝรั่งเศสแกะรอยดีเอ็นเอจนตามจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 ราย ในคดีโจรกรรมสมบัติจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ งานนี้ต้องยกนิ้วให้ทีมสืบสวนเลยจริงๆ

เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล เพราะทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ารวมกว่า 88 ล้านยูโร หรือตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 3,340 ล้านบาท! รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสเองก็ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เป็นความล้มเหลวของระบบรักษาความปลอดภัย และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก

ฝรั่งเศสแกะรอยดีเอ็นเอจนตามจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 ราย ในคดีโจรกรรมสมบัติจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

สำนักงานอัยการกรุงปารีสแถลงว่า ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมในช่วงเย็นของวันเสาร์ โดยหนึ่งในนั้นถูกจับได้ที่สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกล ขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนอีกคนมีแผนจะเดินทางไปยังประเทศมาลี งานนี้ตำรวจทำงานกันอย่างหนักตลอด 96 ชั่วโมง เพื่อสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน

เบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมคือ ดีเอ็นเอที่พบในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้คนร้ายยังทิ้งสิ่งของต่างๆ ไว้ ทั้งถุงมือและเสื้อแจ็คเก็ตสะท้อนแสง รวมถึงมงกุฎของจักรพรรดินีเออเฌนี พระมเหสีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ซึ่งถูกทำหล่นไว้ระหว่างก่อเหตุ

รายละเอียดการโจรกรรมที่ต้องรู้

กลุ่มคนร้ายเดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในเวลา 09:30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังเปิดให้เข้าชมไม่นาน พวกเขาใช้รถที่ติดตั้งลิฟต์แบบบันไดในการเข้าถึงห้องจัดแสดงอพอลโล โดยใช้เส้นทางผ่านระเบียงที่อยู่ติดกับแม่น้ำแซน มีรายงานว่าคนร้ายใช้เครื่องมือไฟฟ้าตัดหน้าต่างและข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนจะใช้เครื่องมือตัดกระจกของตู้จัดแสดงเพื่อขโมยเครื่องประดับ

ที่น่าตกใจคือ มีรายงานว่าหนึ่งในสามของห้องจัดแสดงในบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด แถมกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายนอกอาคารก็หันไปทางอื่น ทำให้ไม่สามารถจับภาพบริเวณที่คนร้ายใช้ในการบุกรุกได้ทันเวลา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เองก็ยอมรับว่าระบบกล้องวงจรปิดโดยรอบมีประสิทธิภาพต่ำและล้าสมัย

คนร้ายใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์เพียง 4 นาที ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับรถสกู๊ตเตอร์สองคันที่จอดรออยู่ด้านนอก

อนาคตของสมบัติล้ำค่า?

ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัตถุกังวลว่า เครื่องประดับที่ถูกขโมยไปอาจถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็นหลายร้อยชิ้น ทองและเงินที่ใช้ทำเครื่องประดับสามารถหลอมใหม่ได้ ส่วนอัญมณีก็สามารถถูกเจียระไนให้มีขนาดเล็กลง ทำให้การติดตามทรัพย์สินกลับคืนเป็นเรื่องยากมาก

หลังเกิดเหตุ รัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถาบันทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ และพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้ย้ายเครื่องประดับที่ล้ำค่าที่สุดบางส่วนไปเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารกลางฝรั่งเศส ซึ่งจะถูกจัดเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด

ถึงแม้ว่าการฝรั่งเศสแกะรอยดีเอ็นเอจนตามจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 ราย ในคดีโจรกรรมสมบัติจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ จะเป็นข่าวดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะให้มีความทันสมัยและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกในอนาคต

เราในฐานะคนรักศิลปะและวัฒนธรรม ก็ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสสามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้ทั้งหมด และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของสมบัติชาติให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – ฝรั่งเศสแกะรอยดีเอ็นเอจนตามจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 ราย ในคดีโจรกรรมสมบัติจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *