ผ่ากฎหมาย ‘พ.ร.บ. โลกรวน’ ในมุมภาคประชาสังคม ต้องไม่จบที่ ‘ทุนนิยมสีเขียว’
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในแวดวงสิ่งแวดล้อมนั่นก็คือ ผ่ากฎหมาย ‘พ.ร.บ. โลกรวน’ ในมุมภาคประชาสังคม ต้องไม่จบที่ ‘ทุนนิยมสีเขียว’ ซึ่งถือว่าเป็นร่างกฎหมายที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของไทยในตอนนี้ เพราะมันกำลังจะเปลี่ยนกติกาของการทำธุรกิจในบ้านเราจากระบบ ‘สมัครใจ’ ให้กลายเป็นระบบ ‘ภาคบังคับ’ อย่างเต็มรูปแบบครับ
หากถามว่าทำไมเราต้องหันมาสนใจกฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิด คำตอบก็คือเพราะมันคือการเดิมพันอนาคตของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไทยครับ แม้รัฐบาลจะมองว่านี่คือการวางรากฐานสู่สังคมคาร์บอนต่ำผ่านกลไกอย่าง Carbon Tax หรือ Emission Trading Scheme แต่ภาคประชาสังคมกลับมีมุมมองที่น่าสนใจกว่านั้น
โครงสร้างและข้อกังวลต่อการผ่ากฎหมาย ‘พ.ร.บ. โลกรวน’ ในมุมภาคประชาสังคม ต้องไม่จบที่ ‘ทุนนิยมสีเขียว’
หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น TCJA หรือสภาองค์กรของผู้บริโภค ต่างออกมาตั้งคำถามว่ากฎหมายฉบับนี้มีฐานคิดที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่? โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ‘ทุนนิยมสีเขียว’ ที่ดูเหมือนจะเน้นปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมากกว่าการปกป้องสิทธิของประชาชนและสิ่งแวดล้อมจริงๆ นี่คือสาระสำคัญที่ภาคสังคมอยากให้เราร่วมกันจับตาครับ:
1. เปลี่ยนจาก Net Zero สู่ Real Zero
ภาคประชาสังคมมองว่าเป้าหมาย Net Zero ในปัจจุบันเปรียบเสมือนการเปิดช่องให้นายทุนก่อมลพิษแล้วมาซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชย ซึ่งเป็นการ ‘ฟอกเขียว’ มากกว่าการลดมลพิษจริงๆ กฎหมายควรผลักดันไปที่ Real Zero คือการตัดวงจรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นตอเลยดีกว่า
2. โครงสร้างอำนาจที่ต้องโปร่งใส
ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เป็นเรื่องใหญ่ ในบอร์ดนโยบายระดับชาติจะต้องไม่มี ‘ตัวแทนกลุ่มทุน’ ที่ปล่อยมลพิษมานั่งตัดสินใจเอง แต่ต้องดึงตัวแทนจากเกษตรกร ชนเผ่าพื้นเมือง และคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของพวกเราทุกคน
3. กองทุนภูมิอากาศต้องถึงมือชาวบ้าน
เราไม่ต้องการกองทุนที่ปล่อยกู้ให้บริษัทใหญ่ที่รวยอยู่แล้ว แต่เราต้องการเม็ดเงินที่ไปสนับสนุนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติจริงๆ โดยต้องมีการกันเงินส่วนหนึ่งเป็นสวัสดิการให้แก่ชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับความเสียหายจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยตรง
4. สิทธิในการฟ้องร้อง
กฎหมายต้องเปิดทางให้ประชาชนมีสิทธิในการ ‘ฟ้องคดีภูมิอากาศ’ ได้ หากธุรกิจหรือรัฐบาลดำเนินนโยบายที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราต้องมีพลังในการตรวจสอบโดยไม่ต้องกลัวการถูกฟ้องปิดปากหรือกฎหมาย SLAPP
สรุปแล้ว การ **ผ่ากฎหมาย ‘พ.ร.บ. โลกรวน’ ในมุมภาคประชาสังคม ต้องไม่จบที่ ‘ทุนนิยมสีเขียว’** นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ แต่มันคือเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนควรได้รับ การจะผ่านกฎหมายนี้ไปได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รัฐบาลต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากคนตัวเล็กตัวน้อยให้มากกว่าเดิม อย่าให้กฎหมายกลายเป็นเพียงเครื่องมือของกลุ่มทุนที่ต้องการภาพลักษณ์สวยหรู แต่กลับสร้างมลพิษทิ้งไว้ให้ลูกหลานของเราแบกรับภาระในอนาคตครับ
ที่มา – ผ่ากฎหมาย ‘พ.ร.บ. โลกรวน’ ในมุมภาคประชาสังคม ต้องไม่จบที่ ‘ทุนนิยมสีเขียว’
