ตำรวจรวบ ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ ตัวการใหญ่บัญชีม้า! เปิดโปงกลโกงลงทุน 50 ล้าน
วงการอาชญากรรมออนไลน์นี่มันไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ ครับ ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โชว์ผลงาน จับกุมตัว “น้ำผึ้ง” อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกขนานนามว่า ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการจัดหาบัญชีม้าและบัญชีนิติบุคคลให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ งานนี้เล่นเอาหลายคนถึงกับอึ้ง เพราะวิธีการที่แก๊งนี้ใช้มันแยบยลเกินกว่าที่เราจะคาดคิด
เรื่องราวของ ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ เริ่มต้นจากการที่ตำรวจสืบสวนพบว่า น้ำผึ้ง มีหน้าที่จัดหาบัญชีเพื่อใช้ในการหลอกลวงเหยื่อให้ลงทุนผ่านเพจปลอมและเว็บไซต์เทรดหุ้นต่างๆ กลโกงสุดคลาสสิกที่ยังคงมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ คือ การชักชวนเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ อ้างว่าจะสอนเทรดหุ้นแบบเทพๆ ก่อนจะค่อยๆ หว่านล้อมให้ลงทุน จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อและสูญเงินรวมกันแล้วกว่า 50 ล้านบาท ฟังแล้วน่าตกใจใช่ไหมล่ะครับ
การจับกุมตัว น้ำผึ้ง เกิดขึ้นขณะที่เธออยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางขุนพรหม และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พบว่าเธอมีหมายจับติดตัวอยู่ถึง 4 หมายในหลายพื้นที่! แสดงว่า ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ คนนี้ไม่ใช่แค่คนธรรมดาๆ ที่บังเอิญเข้าไปพัวพันกับเรื่องพวกนี้ แต่เป็นตัวจริงเสียงจริงในวงการเลยทีเดียว
จากการสอบสวนเบื้องต้น น้ำผึ้ง รับสารภาพว่าเธอเดินทางข้ามไปยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ของนายทุนชาวจีน โดยมีหน้าที่หลักคือการเปิดบัญชี และสแกนใบหน้าเพื่อรับเงินจากเหยื่อ ก่อนจะทำการโอนเงินต่อไปยังบัญชีในเครือข่ายของขบวนการดังกล่าว เรียกได้ว่าเธอเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสีเทาของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาตินี้นั่นเอง
ไขข้อสงสัย ทำไมต้อง ‘เจ้าแม่ปอยเปต’
คำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยคือ ทำไมต้องเป็น ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ และทำไมต้องไปทำถึงฝั่งกัมพูชา? คำตอบนั้นง่ายมากครับ เพราะปอยเปตเป็นเมืองชายแดนที่มีความซับซ้อนทางด้านกฎหมาย และเป็นแหล่งรวมของธุรกิจสีเทาต่างๆ การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปตั้งฐานอยู่ที่นั่น ทำให้ยากต่อการติดตามและจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย นอกจากนี้ การหาคนไทยที่สามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว และมีความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมไทย ก็เป็นเรื่องสำคัญในการหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย
บทเรียนราคาแพงจากคดี ‘เจ้าแม่ปอยเปต’
คดีของ ‘เจ้าแม่ปอยเปต’ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราทุกคนต้องระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนที่ดูดีเกินจริง หรือการชักชวนเข้ากลุ่มไลน์เพื่อสอนเทรดหุ้นฟรีๆ เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นกลลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งสิ้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนอะไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มหรือบุคคลที่เรากำลังจะลงทุนด้วย
- อย่าโลภ: จำไว้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ฟรีๆ ถ้ามีใครมาชักชวนให้ลงทุนด้วยผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นกลโกง
- ตรวจสอบให้ดี: ก่อนที่จะลงทุนอะไรก็ตาม ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทหรือแพลตฟอร์มให้ละเอียดถี่ถ้วน ดูว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ มีประวัติการดำเนินงานเป็นอย่างไร
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เพื่อขอคำแนะนำและความคิดเห็น
ยุคดิจิทัลทำให้เราเข้าถึงข้อมูลและโอกาสต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงเราได้ง่ายขึ้นเช่นกัน การมีสติและระมัดระวังตัวอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์