ดราม่าดารา Shark Tank สู้กับบอทผีและชาวยูทาห์ต้านดาต้าเซ็นเตอร์
เชื่อว่าแฟนรายการ Shark Tank คงคุ้นหน้าคุ้นตากับ Kevin O’Leary หรือ Mr. Wonderful กันเป็นอย่างดี แต่ล่าสุดเขาได้กลายเป็นประเด็นร้อนในรัฐยูทาห์ เมื่อเขาพยายามผลักดันโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ที่ชื่อว่า Stratos Project บนพื้นที่กว่า 40,000 เอเคอร์ของรัฐ แต่กลับถูกชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันคัดค้านอย่างหนัก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ดราม่าดารา Shark Tank สู้กับบอทผีและชาวยูทาห์ต้านดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ในปัจจุบัน
เจาะลึกดราม่าดารา Shark Tank สู้กับบอทผีและชาวยูทาห์ต้านดาต้าเซ็นเตอร์
ประเด็นที่น่าสนใจคือแทนที่ Kevin O’Leary จะเข้าหาชาวบ้านด้วยการรับฟังปัญหา เขากลับเลือกใช้วิธีกล่าวหาว่ากลุ่มผู้คัดค้านนั้นถูกหนุนหลังโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยอ้างว่าได้ตรวจสอบ IP Address แล้วพบเซลล์ปฏิบัติการในยูทาห์ ทั้งที่รายงานจาก Washington Post ระบุว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย
เบื้องหลังตัวเลขมหาศาลและ ดราม่าดารา Shark Tank สู้กับบอทผีและชาวยูทาห์ต้านดาต้าเซ็นเตอร์
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ เพราะ Stratos Project คาดการณ์ว่าจะใช้พลังงานไฟฟ้าสูงถึง 9 กิกะวัตต์ ซึ่งมากกว่าที่ทั้งรัฐยูทาห์ใช้อยู่ในปัจจุบันถึงสองเท่า นอกจากนี้ยังต้องใช้น้ำมหาศาลถึง 619 ล้านแกลลอน สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านกังวลคือ:
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สูงลิ่ว
- โครงการสร้างงานระยะยาวน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดการลงทุน
- การใช้ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Ruby Pipeline ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
Kevin O’Leary ได้ประกาศว่าโครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในระยะยาวและเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเทคโนโลยี AI ให้อยู่บนแผ่นดินอเมริกา แต่ในความเป็นจริง ผลสำรวจจาก Deseret News กลับพบว่าประชาชนในรัฐกว่า 53% คัดค้านโครงการนี้อย่างชัดเจน และเพียง 30% เท่านั้นที่เห็นด้วย โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้นไม่คุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
การที่ดาราชื่อดังพยายามใช้เรื่องความมั่นคงหรือการแทรกแซงจากต่างชาติมาเป็นข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนเสียงคัดค้านของชาวบ้าน ถือเป็นกลยุทธ์ที่หลายฝ่ายมองว่าไม่ค่อยฉลาดนัก เพราะเมื่อข้อมูลข้อเท็จจริงเปิดเผยออกมาว่าเงินทุนที่เขาอ้างว่าเป็นเงินต่างชาตินั้น แท้จริงเป็นเพียงเงินจำนวนน้อยนิด การกล่าวหาว่าประชาชนเป็นเบี้ยของต่างชาติจึงเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นสำหรับคนในพื้นที่
สุดท้ายแล้ว ปัญหาใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้อาจไม่ใช่บอทหรือการแทรกแซงจากจีน แต่คือภาพลักษณ์ของการเป็นยักษ์ใหญ่ที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่โดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนในชุมชน การที่เขาพยายามยัดเยียดข้อหาให้ผู้เห็นต่างอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในตัวเขามากกว่าตัวโครงการเองเสียด้วยซ้ำ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Mr. Wonderful จะแก้เกมนี้อย่างไรในอนาคต
ที่มา – Shark Tank Star Is Fighting Phantom Bots While Utah Locals Fight His Data Center
