‘ชัชชาติ’ ปั่นจักรยานประเดิมใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม. คิวแรก ชวนคนกรุงเข้าคูหาตั้งเป้าทะลุ 80% เพื่อฉันทามติบริหารเมือง
สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ ทุกท่าน! เช้านี้บรรยากาศตามคูหาเลือกตั้งดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่หน่วยเลือกตั้งที่ 26 โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา ที่มีภาพคุ้นตาของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งเดินทางมาถึงด้วยรถจักรยานคู่ใจตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ เรียกได้ว่า ‘ชัชชาติ’ ปั่นจักรยานประเดิมใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม. คิวแรก ชวนคนกรุงเข้าคูหาตั้งเป้าทะลุ 80% เพื่อฉันทามติบริหารเมือง อย่างสมชื่อผู้สมัครที่เน้นความคล่องตัวและใกล้ชิดกับประชาชนจริงๆ ครับ
‘ชัชชาติ’ ปั่นจักรยานประเดิมใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม. คิวแรก ชวนคนกรุงเข้าคูหาตั้งเป้าทะลุ 80% เพื่อฉันทามติบริหารเมือง
เหตุการณ์ในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของคนเมืองหลวงได้อย่างชัดเจน การที่ผู้สมัครระดับหัวแถวให้ความสำคัญกับการมาใช้สิทธิด้วยตัวเองตั้งแต่เช้า ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามหน้าที่พลเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ให้เห็นความสำคัญของการกำหนดทิศทางอนาคตเมืองผ่านการลงคะแนน คุณชัชชาติได้ตั้งเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายด้วยการหวังเห็นตัวเลขผู้มาใช้สิทธิสูงถึง 80% ซึ่งถือเป็นการยกระดับการมีส่วนร่วมจากเดิมที่เคยอยู่ราว 60% เลยทีเดียว
การมีผู้ออกมาเลือกตั้งจำนวนมากจะส่งผลดีต่อการบริหารเมืองอย่างไร? ในเชิงทฤษฎีการเมือง นี่คือการสร้างความชอบธรรมหรือ “ฉันทามติ” ที่เข้มแข็งครับ เมื่อผู้บริหารได้รับคะแนนเสียงที่ถล่มทลายและสะท้อนความต้องการของคนส่วนใหญ่จริงๆ การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ก็จะมีพลังและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากขึ้น โดยคุณชัชชาติเองก็ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงจาก 4 ปีก่อนว่า ตอนนั้นเราอาจจะเน้นขายฝัน แต่ครั้งนี้เขามาพร้อมกับ “ผลงานเชิงประจักษ์” ที่ให้ชาวกรุงเทพฯ ใช้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
ข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ใช้สิทธิ
- ตรวจสอบรายชื่อหน่วยเลือกตั้งให้ถูกต้องก่อนเดินทาง
- แยกบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ออกจากกันให้ชัดเจน
- อย่าลืมตรวจสอบรอยกากบาท เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสียโดยไม่ตั้งใจ
ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของ “ระบบและการจัดการเมือง” ที่เราทุกคนต้องการเห็น หากเราอยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เวลาเพียงไม่กี่นาทีในคูหาวันนี้ คือการวางรากฐานการบริหารเมืองไปอีก 4 ปีข้างหน้า ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือส่วนหนึ่งของวิถีประชาธิปไตยที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษาไว้อย่างสุจริตและโปร่งใสครับ
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนออกไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่าให้สิทธิของเราต้องหายไปกับความเฉยชา เพราะกรุงเทพฯ เป็นของทุกคน และเราทุกคนคือผู้กำหนดชะตาเมืองด้วยตัวเราเองครับ! ออกไปใช้สิทธิกันเยอะๆ นะครับ
