จัสติน ซัน เห็นตัวเองเป็นเหยื่อ WLFI
จัสติน ซัน ผู้ก่อตั้ง Tron และนักลงทุนคริปโตชื่อดัง กำลังกลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อเขา เห็นตัวเองเป็นเหยื่อ ของ World Liberty Financial (WLFI) โครงการที่เชื่อมโยงกับทรัมป์ เขาโพสต์กล่าวหาว่า WLFI ขาดความโปร่งใสและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะหลังจากที่เขาเคยเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่
จัสติน ซัน เห็นตัวเองเป็นเหยื่อจากปัญหาใดบ้าง
เดิมที จัสติน ซัน เป็นบacker รายแรกๆ ของ WLFI และลงทุนหนักเพราะเชื่อในวิสัยทัศน์ DeFi ที่กระจายอำนาจ แต่ตอนนี้เขาออกมาเห็นตัวเองเป็นเหยื่อ โดยชี้ 2 ปัญหาหลัก:
- ฟังก์ชัน blacklist ลับใน smart contract: ทีม WLFI สามารถแช่แข็งโทเค็นของผู้ถือได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้ไร้สิทธิ์
- กู้ยืม 75 ล้านดอลลาร์: โดยใช้ WLFI governance tokens 5 พันล้านเป็นหลักประกันบน DeFi platform Dolomite ของตัวเอง คล้าย Alameda ที่กู้ FTT ก่อน FTX ล้มละลาย
จัสติน ซัน โพสต์บน X ว่า “ผมเป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ตัวยงและนโยบายโปรคริปโต แต่ WLFI หลอกลวงชุมชน” เขายังประกาศตัวเองว่าเป็น “เหยื่อรายแรกและใหญ่ที่สุด” หลังจาก WLFI blacklist โทเค็น WLFI ของเขากว่า 545 ล้านมูลค่า 9 ล้านดอลลาร์ เมื่อกันยายนปีที่แล้ว ระหว่างที่ตลาดกดดันหนัก
ดราม่าระหว่างจัสติน ซัน กับ WLFI บน X
WLFI ตอบโต้ทันทีบน X ว่า “เราไม่ blacklist ใคร แต่ตอบสนองต่อกิจกรรมเสี่ยง” และล่าสุดโพสต์เยาะ “ใครยังเชื่อ @justinsuntron? เรามีสัญญา มีหลักฐาน เจอกันที่ศาล!” ขณะที่จัสติน ซัน ฟ้องว่า WLFI เก็บค่าธรรมเนียมลับ ใส่ backdoor ควบคุมสินทรัพย์ และใช้ชุมชนเป็น ATM โดยไม่ผ่าน governance ที่โปร่งใส
背景ที่น่าสนใจคือ คดี SEC กับจัสติน ซันและบริษัทของเขาเพิ่งเคลียร์เดือนที่แล้ว Rainberry จ่ายค่าปรับ 10 ล้านดอลลาร์โดยไม่ยอมรับผิด ในข้อหา wash-trading TRX และเสนอขายหลักทรัพย์ไม่จดทะเบียน เดโมแครตเคยตั้งคำถามว่าเป็น pay-to-play เพราะซัน投เงินอย่างน้อย 75 ล้านดอลลาร์ในโครงการทรัมป์
ไม่ใช่แค่ซันคนเดียว Binance ภายใต้ CZ (ที่ทรัมป์ให้อภัยโทษหลังติดคุก AML) ถือ USD1 stablecoin ของ WLFI มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ สร้างรายได้ปีละหลายสิบล้าน ขณะที่นักพัฒนา Samourai Wallet ยังติดคุกยาว นอกจากนี้ บริษัท UAE ของ Sheikh Tahnoon 投 500 ล้านดอลลาร์ได้หุ้น 49% และส่งเงิน 187 ล้านให้ตระกูลทรัมป์ ก่อน UAE ได้ Nvidia AI chips จำนวนมาก
ปี 2025 โครงการทรัมป์ทำเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์จาก memecoin stablecoin และ tokenization มากกว่า Bitcoin ล้วนๆ ทำให้กระแสโปร Bitcoin ชะลอ แต่ยัง有机会จาก CLARITY Act ถ้าปกป้องนักพัฒนาไม่ให้ถูกลากคดี offshore ตามคำเตือน Coin Center และ Bitcoin Policy Institute
ดราม่านี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในคริปโตที่เชื่อมการเมือง คุณคิดว่าจัสติน ซันเห็นตัวเองเป็นเหยื่อจริงหรือแค่กลยุทธ์? ติดตามข่าวคริปโตและแบ่งปันความเห็นด้านล่างเลย!
ที่มา – Crypto Investor at Center of Trump Corruption Allegations Now Sees Himself as ‘Victim’