กระทรวงการคลังออกมาตรการเยียวยาผลกระทบไทย–กัมพูชา วงเงินเพิ่ม-ภาษีผ่อนผัน
กระทรวงการคลัง ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไทย – กัมพูชา
ในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงริมชายแดนไทย–กัมพูชากำลังเป็นประเด็นร้อน รัฐบาลได้เร่งเดินหน้ามาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะในจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนอย่างสระแก้ว ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เป็นต้น
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียม มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไทย – กัมพูชา อย่างครอบคลุม แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรการในระดับพื้นที่ ด้านภาษี และมาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างทันท่วงทีและตรงจุด
มาตรการในระดับพื้นที่ เร่งด่วน เน้นความยืดหยุ่น
- เพิ่มวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการให้อำนาจตัดสินใจแก่ท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พักชั่วคราว หรือเส้นทางจราจรที่ได้รับความเสียหาย
- เปิดช่องให้หน่วยงานสามารถจัดซื้อจัดจ้างพัสดุด้านความมั่นคงได้อย่างรวดเร็วผ่านวิธี เฉพาะเจาะจง โดยไม่ต้องรอกระบวนการยาวเหยียด
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเร่งดำเนินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เดินต่อไปได้
มาตรการด้านภาษี ส่งใจให้ผู้เสียหาย
เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน รัฐเคลียร์การขยายเวลา ยื่นและชำระภาษี ทุกประเภท ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรแสตมป์ จากเดิมภายในวันที่ 31 สิงหาคม เป็น 30 กันยายน 2568 ผ่อนคลายให้ครอบครัวและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมีเวลาฟื้นตัว
นอกจากนี้ ผู้เสียหายสามารถ หักลดหย่อนภาษี ตามค่าใช้จ่ายจริง ได้ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าซ่อมบ้าน และ 30,000 บาท สำหรับยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย — เป็นการสนับสนุนที่ตรงจุดและเป็นรูปธรรม
มาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐ ครอบคลุมทุกกลุ่ม
ทุกธนาคารของรัฐประกาศมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
- ธนาคารออมสิน พักชำระเงินต้นจนถึงธันวาคม 2568 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.60% ต่อเดือน
- ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินไม่เกิน 50,000 บาท พร้อมปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน ตลอดจนสินเชื่อฟื้นฟูลำพังสูงสุด 500,000 บาท
- ธอส. มอบดอกเบี้ย 0.01% ให้ผู้ที่สูญเสียบ้านหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส
- EXIM Bank และ SME D Bank ให้ทั้งพักชำระ ขยายเวลา และค้ำประกันวงเงินใหม่ เพื่อรักษาสายเลือดของธุรกิจส่งออกและ SME
ในมุมมองของผู้เขียน การออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไทย – กัมพูชา แบบรอบด้านแบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารเชิงรุกของภาครัฐ ไม่ใช่แค่การปลอบใจ แต่เป็นการลงมือจริงด้วยกลไกทางการเงินที่เข้าถึงเป้าหมายได้เร็ว ชวนให้เชื่อว่า แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ไทยยังมีระบบดูแลประชาชนที่มีประสิทธิภาพ
หากคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รีบตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังหรือติดต่อธนาคารใกล้บ้านโดยด่วน อย่าปล่อยให้โอกาสช่วยเหลือผ่านไป
