กรมทางหลวง คืนผิวจราจร ‘พระราม 2’ บรรเทาวิกฤตหลังเหตุเครนถล่ม
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารและข้อมูลที่มีประโยชน์ วันนี้เรามีข้อมูลอัปเดตสำคัญเกี่ยวกับการจราจรบนถนนพระราม 2 ที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะช่วงที่เกิดเหตุการณ์เครนถล่มและต้องมีการปิดถนนเพื่อความปลอดภัยและซ่อมแซม
ข่าวนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้ในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วน กรมทางหลวงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนและมีมาตรการเร่งด่วนออกมาเพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น
กรมทางหลวง คืนผิวจราจร ‘พระราม 2’ บรรเทาวิกฤตหลังเหตุเครนถล่ม
อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับสถานการณ์ระหว่างการรื้อถอนสะพานที่เสียหายจากเหตุการณ์เครน LG ถล่ม โดยตระหนักดีว่าการปิดการจราจรช่องทางหลักแบบ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ใช้ทางได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังมีความจำเป็นต้องปิดพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม เพื่อระบายรถและลดผลกระทบต่อประชาชน กรมทางหลวงจึงมีการปรับแผนการจัดการจราจรเชิงรุก
เปิดช่องทางพิเศษเฉพาะช่วงกลางวัน
กรมทางหลวงสั่งการให้เปิดช่องจราจรเพิ่มเติมบนทางหลัก บริเวณ กม. 29 ถึง 32 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
- ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพฯ: เปิดช่องทางหลัก 1 ช่องทาง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงช่วงเย็น
- ฝั่งขาออกมุ่งหน้าสมุทรสงคราม: จัดทำช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) บนทางหลัก 1 ช่องทาง เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
การเปิดใช้ช่องทางหลักดังกล่าวจะดำเนินการเฉพาะในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น สำหรับช่วงเวลากลางคืน (20.00 น. ถึง 05.30 น.) กรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรในช่องทางหลักทั้งหมด
ในช่วงนี้ ผู้ใช้ทางควรเบี่ยงไปใช้ช่องทางขนาน (Frontage Road) แทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าปฏิบัติงานรื้อถอนพื้นสะพานและเทคอนกรีตเชื่อมโครงสร้างสะพานได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้
เพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและดูแลความปลอดภัย
เพื่อให้การจัดการจราจรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กรมทางหลวงยังได้ปรับปรุงจุดเชื่อมต่อทางเข้า-ออกระหว่างทางหลักและทางขนานเพิ่มเติม เพื่อลดปัญหาคอขวดสะสม พร้อมทั้งประสานงานกับตำรวจทางหลวงและอาสาจราจรให้เข้าประจำจุดเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
อธิบดีกรมทางหลวงย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนคือหัวใจสำคัญ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัวที่สุด แม้บางช่วงเวลาอาจมีความหนาแน่น จึงขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทาง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเส้นทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
การแก้ไขปัญหาการจราจรในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการและปรับตัวอย่างรวดเร็วของหน่วยงานรัฐเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในยามคับขัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีสามารถช่วยบรรเทาปัญหาและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ทางได้ในระดับหนึ่ง
