กทม. เตือนกลุ่มเปราะบางสวมหน้ากาก หลังลมเปลี่ยนทิศดัน PM 2.5 พุ่งแตะสีส้ม 40 เขต ผู้ว่าฯเร่งประสาน 3 จังหวัดหยุดเผา
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องอากาศในกรุงเทพฯ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ล่าสุด กทม. เตือนกลุ่มเปราะบางสวมหน้ากาก หลังลมเปลี่ยนทิศดัน PM 2.5 พุ่งแตะสีส้ม 40 เขต ผู้ว่าฯเร่งประสาน 3 จังหวัดหยุดเผา ซึ่งเป็นข่าวที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเองที่ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา
กทม. เตือนกลุ่มเปราะบางสวมหน้ากาก หลังลมเปลี่ยนทิศดัน PM 2.5 พุ่งแตะสีส้ม 40 เขต ผู้ว่าฯเร่งประสาน 3 จังหวัดหยุดเผา
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ตอนนี้อยู่ในระดับสีส้มแล้วนะครับ หมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยครอบคลุมกว่า 40 เขตเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่รถติดหรือการจราจรหนาแน่นอย่างที่หลายคนคิด เพราะมันเกิดขึ้นตอนกลางคืนที่รถน้อย แต่สาเหตุหลักมาจากสองเรื่องใหญ่
- ลมเปลี่ยนทิศ: ตอนประมาณ 22.00 น. ลมที่เคยพัดจากทิศใต้พาอากาศสะอาด เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกที่พัดผ่านพื้นที่เผาไหม้ทางการเกษตร หอบฝุ่นควันมาถึงกรุงเทพฯ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกอย่างลาดกระบัง
- ไฟไหม้หญ้าขนาดใหญ่: ที่คู้บอน เขตบางเขน ไฟลุกไหม้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ตั้งแต่เย็นถึงดึก ดับยากเพราะไม่มีน้ำประปา ทำให้ควันลอยคละคลุ้งสมทบปัญหา
ดีใจที่แนวโน้มวันนี้เริ่มดีขึ้น เพราะลมแรงและอากาศถ่ายเทได้ดี แต่กทม. ยังต้องเฝ้าระวังอีก 2-3 วัน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศนิ่ง ฝุ่นอาจพุ่งอีก
กลุ่มเปราะบางต้องระวังเป็นพิเศษ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ห่วงใยประชาชนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนมีโรคประจำตัว ขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านช่วงเช้าเลยครับ คาดว่าช่วงปลายมีนาคม ลมใต้จะกลับมาพอดี สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย
จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน PM 2.5 คืออนุภาคเล็กจิ๋วที่เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และอาจก่อมะเร็งระยะยาว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่อากาศติดขัดแบบนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบติดตามเทรนด์เทคโนโลยี ลองโหลดแอปตรวจอากาศอย่าง AirVisual หรือ Bangkok Air Quality ไว้เช็คแบบเรียลไทม์ สะดวกมาก เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวเลย!
แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ: ประสาน 3 จังหวัด
กทม. ไม่รอช้า เร่งประสานฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี เพื่อหยุดการเผาในที่โล่งและนาเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นหลัก นี่คือแนวทางยั่งยืนที่ต้องทำร่วมกัน ไม่งั้นลมพัดมาก็เดือดร้อนซ้ำๆ
ในมุมมองของผม ในยุคที่ทุกคนติดโซเชียลเหมือนดูหนังหรือซีรีส์ ถ้าเรานำเทคโนโลยี Drone มาช่วยตรวจจับจุดเผา หรือ AI วิเคราะห์ลมพยากรณ์ จะช่วยลดปัญหาได้เยอะเลยนะครับ แถมยังเป็นเทรนด์โลกที่หลายประเทศทำอยู่ด้วย
สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำให้ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สวมหน้ากาก N95 หรือ KF94 ไว้ก่อน ลดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเช้า ดื่มน้ำเยอะๆ และติดตามข่าวจากกทม. อย่างใกล้ชิด ถ้าทุกคนช่วยกันลดเผา ลมพัดสะอาดๆ กรุงเทพฯ จะน่าอยู่ขึ้นแน่นอน! มาช่วยกันดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันเถอะครับ