โจมตีโรงกลั่นอิหร่านพ่นกำมะถันพิษเทียบเท่าภูเขาไฟระเบิด
เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ยังก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ จากการที่กองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีคลังน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่เหล่านักวิจัยเรียกว่า “ฝนสีดำ” ซึ่งทิ้งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง
โจมตีโรงกลั่นอิหร่านพ่นกำมะถันพิษเทียบเท่าภูเขาไฟระเบิด
จากการศึกษาล่าสุดโดยนักวิทยาศาสตร์ทางบรรยากาศที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมจากจีนและยุโรป พบว่าการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในวันที่ 7 มีนาคม 2026 ได้ปลดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) พิษสูงถึง 29,800 ตัน สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มหาศาลมาก โดยนักวิชาการระบุว่าปริมาณกำมะถันพิษที่ถูกพ่นออกมาจากการโจมตีโรงกลั่นอิหร่านพ่นกำมะถันพิษเทียบเท่าภูเขาไฟระเบิด ดังเช่นการปะทุของภูเขาไฟคิเลาเอ ในฮาวายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันเลยทีเดียว
ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
องค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนให้ชาวเตหะรานกว่า 10 ล้านคนเก็บตัวอยู่แต่ในที่พักและสวมหน้ากากอนามัยทันทีหลังจากการโจมตี เนื่องจากผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์นั้นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบทางเดินหายใจ โดยผลการศึกษาพบว่า:
- ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งอาการปวดหัว ระคายเคืองตา ผิวหนังอักเสบ และหายใจลำบาก
- ความเข้มข้นของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศพุ่งสูงขึ้นกว่า 2.5 เท่าจากระดับปกติ
- กลุ่มควันพิษลอยไปไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร กระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออก
การตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีอวกาศ
งานวิจัยชิ้นสำคัญนี้ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของดาวเทียมตระกูล FengYun-3 ของจีน และ Sentinel-5P ของยุโรป ที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์การโจมตีโรงกลั่นอิหร่านพ่นกำมะถันพิษเทียบเท่าภูเขาไฟระเบิดได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะในพื้นที่สงครามหรือที่อื่นๆ ของโลกในอนาคต
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบจากสงครามนั้นไม่ได้ส่งผลแค่ตัวบุคคลหรือโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น แต่รอยแผลที่เกิดขึ้นกับชั้นบรรยากาศของเราทุกคนเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เพื่อติดตามและประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้โลกตระหนักว่า สงครามไม่ได้มีราคาแค่อาวุธ แต่ยังหมายรวมถึงสุขภาพของมนุษยชาติและอนาคตของระบบนิเวศโลกด้วยครับ
ที่มา – Airstrikes on Iran’s Oil Facilities Spewed as Much Toxic Sulfur as an Erupting Volcano
