เฮดจ์ฟันด์จ้างนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศทำกำไรจากภัยพิบัติ
ในปัจจุบัน เรากำลังเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจและอาจดูสวนทางกับกระแสสังคม เมื่อเหล่านักลงทุนรายใหญ่และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการจ้างงานบุคลากรเฉพาะทางอย่างหนัก โดยเฉพาะการดึงตัวนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเข้าทำงาน ซึ่งสาเหตุสำคัญไม่ใช่เพื่อการรณรงค์รักษ์โลก แต่คือการใช้ข้อมูลความรู้มาช่วยให้เฮดจ์ฟันด์จ้างนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศทำกำไรจากภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำนั่นเอง
ทำไมเฮดจ์ฟันด์จ้างนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศทำกำไรจากภัยพิบัติ
ในช่วงที่ภาครัฐในหลายประเทศเริ่มมีการลดการสนับสนุนงบประมาณวิจัยด้านภูมิอากาศ ส่งผลให้นักอุตุนิยมวิทยาหลายคนตกงาน บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่เช่น JPMorgan Chase ได้ฉวยโอกาสนี้ในการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบบจำลองภัยพิบัติ (Catastrophe Modeling) เข้ามาอยู่ในทีม โดยเป้าหมายคือการสร้างความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตโฟลิโอและมองหาช่องทางทำกำไรจากความเสี่ยงทางกายภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เบื้องหลังโมเดลธุรกิจที่ต้องพึ่งพานักพยากรณ์
การที่เฮดจ์ฟันด์จ้างนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศทำกำไรจากภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับประกันภัย (Insurance-Linked Securities หรือ ILS) ซึ่งทำงานคล้ายกับพันธบัตรความเสี่ยงภัยพิบัติ (Cat bonds) โดยหากผลการพยากรณ์ความเสียหายจากพายุ หรือภัยธรรมชาติต่างๆ มีความแม่นยำ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่สูงมาก จนบางกรณีมีการเสนอค่าตอบแทนให้กับผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
- ทักษะระดับสูง: นักอุตุนิยมวิทยาที่มีทักษะด้าน Data Science กำลังเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด
- ความแตกต่างของรายได้: รายได้ในภาคเอกชนสายการเงินสูงกว่างานวิจัยพื้นฐานหลายเท่าตัว
- สินทรัพย์ที่ไม่สัมพันธ์กับตลาด: การลงทุนในภัยพิบัติช่วยเสริมสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความผันผวนต่ำในยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้อื่น ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนและพายุที่รุนแรงขึ้น กองทุนเหล่านี้กลับมองเห็นมันเป็นเพียงตัวเลขและโอกาสในการเก็งกำไร แม้แต่การเข้ามาของ AI ที่ Moody’s พยายามนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิเคราะห์ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าบทบาทของข้อมูลในอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่นั้นมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
ท้ายที่สุดแล้ว การที่ภาคเอกชนมองภัยพิบัติเป็นสินค้าประเภทหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความปรวนแปรของโลกการเงินที่ไม่ได้ให้ค่ากับคุณธรรมมากกว่ากำไร คุณคิดว่าการนำวิทยาศาสตร์มาปรับเข้ากับกลยุทธ์การเก็งกำไรในลักษณะนี้ เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนหรือเป็นเพียงการสะท้อนความโหดร้ายของธรรมชาติในรูปแบบใหม่กันแน่?
ที่มา – Hedge Funds Are Hiring Climate Scientists to Profit Off Extreme Weather Risks
