เหล่า CEO เลิกขู่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์แล้วหรือ?

ในช่วงปลายปี 2022 เมื่อ ChatGPT เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากคือการสื่อสารจากบรรดาผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ส่งถึงพนักงานทุกคนว่า AI จะมาแย่งงานคุณ พวกเขาต่างพร่ำบอกทั้งในเชิงสร้างวิสัยทัศน์โลกอนาคตที่สวยหรู ไปจนถึงการข่มขู่ตรง ๆ ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่เราทำงานและกำจัดประเภทงานหลายอย่างให้หายไปจากโลก

เหล่า CEO เลิกขู่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์แล้วหรือ?

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ดูเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยบอกให้คุณ “เตรียมตัวพบกับคนมาแทนที่” กลับกลายเป็น “เตรียมพบกับเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ไม่มาดูคุณทำงานเพื่อจะดันคุณออกไป!” การเปลี่ยนผ่านของภาษานี้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะท่ามกลางการที่บริษัท AI ต่างประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและทำ IPO ได้อย่างมหาศาล กลับมีกระแสที่ดูเหมือนการพยายามทำให้ผู้คนสบายใจขึ้น

เหตุผลที่ เหล่า CEO เลิกขู่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์แล้ว

ลองดูตัวอย่างจาก Mustafa Suleyman จาก Microsoft AI หรือแม้แต่ Jensen Huang จาก Nvidia ที่เริ่มปรับจูนข้อความของตัวเองใหม่ จากเดิมที่เคยพูดว่างานออฟฟิศระดับมืออาชีพจะถูก AI จัดการจนหมดสิ้นใน 12-18 เดือน ก็เริ่มแก้ข้อความว่าเป็นเพียงแค่การจัดการเรื่อง “งานรูทีน” หรือ “Tasks” เท่านั้น ไม่ใช่การเลิกจ้าง หรือแม้แต่ Sam Altman จาก OpenAI ที่เคยลั่นวาจาว่าภารกิจของเขาคือการทำลายงาน ก็เริ่มแสดงความดีใจในเชิงปฏิเสธว่าเขารู้สึกแปลกใจที่งานระดับเริ่มต้นของพนักงานออฟฟิศยังไม่หายไปอย่างที่เขาคิดดั่งที่กังวล

  • AI เปลี่ยนจากการเป็น “ผู้พิฆาตงาน” มาเป็น “ผู้ช่วยเพิ่มศักยภาพ”
  • การปรับแนวคิดของเหล่านักบริหารเพื่อลดความกลัวของสังคม
  • ความนิยมของ AI ที่ลดต่ำลงเนื่องจากพนักงานกลัวตกงาน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ผู้คนเริ่มหวาดกลัวและเป็นศัตรูกับเทคโนโลยีใหม่นี้ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาขององค์กร การที่ Jensen Huang พยายามออกมาแก้ต่างเรื่องความกังวลของเหล่านักพยากรณ์วันสิ้นโลกของงาน สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเริ่มจับสัญญาณได้ว่า “ความกลัว” ของผู้คนเริ่มส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท

บริษัทอย่าง Meta เองก็ใช้วิธีที่แนบเนียนกว่า โดยการอ้างว่าการเก็บข้อมูลพฤติกรรมพนักงานนั้นทำไปเพื่อสร้าง AI ที่ช่วยให้งานสบายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือการสะสมข้อมูลเพื่อเตรียมตัว “โชว์ประตูทางออก” ให้กับมนุษย์ในอนาคต

บทเรียนในเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ท่ามกลางกระแสของเทคโนโลยีที่ถาโถม สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือการนำคนที่กุมบังเหียนมาปรับทัศนคติให้สมดุล คุณควรเตรียมพร้อมรับมือกับ AI แทนที่จะกังวลว่ามันจะเข้ามาแทนที่ แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะตั้งคำถามและแสดงทัศนะต่อการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ในที่ทำงานของคุณเองด้วย

ที่มา – The CEOs are No Longer (Publicly) Threatening to Replace Humans With AI

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *