เปิดประวัติ-เส้นทางการทำงาน พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 12
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวที่น่าสนใจของบุคคลที่กำลังเป็นที่จับตามองในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั่นก็คือ พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ ‘ผู้การหยม’ ผู้สมัครหมายเลข 12 จากพรรคเศรษฐกิจไทย ใครที่กําลังตัดสินใจอยู่ว่าอนาคตกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร ลองมาอ่านประวัติและเส้นทางของท่านกันดูครับ
เปิดประวัติ-เส้นทางการทำงาน พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 12
พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช มีอายุ 68 ปี เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ท่านเป็นลูกหม้อของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีและโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ก่อนจะเดินตามความฝันเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 (นรต.36) ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปูพื้นฐานด้านความมั่นคงให้กับท่านจนถึงทุกวันนี้
ในเส้นทางข้าราชการตำรวจ พล.ต.ท. ชาญเทพ มีประสบการณ์ที่โชกโชนมากครับท่านเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย อาทิ:
- อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
- อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.)
- อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7
- ตำแหน่งสูงสุดที่เคยดำรงคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)
ประสบการณ์การดูแลความปลอดภัยในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครนี่เอง ที่กลายเป็นจุดแข็งที่สุดของ เปิดประวัติ-เส้นทางการทำงาน พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 12 ในการนำมาใช้หาเสียงภายใต้แคมเปญ ‘กรุงเทพฯ ต้องรอด’ ที่เน้นความโปร่งใสและการปราบปรามการทุจริตแบบเอาจริงเอาจัง
ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองเต็มตัว
นอกเหนือจากงานตำรวจ ท่านยังเคยมีบทบาทเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุค คสช. และทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตบริษัทการบินไทยฯ มาแล้ว ประสบการณ์ทั้งในฝ่ายปฏิบัติการและนิติบัญญัติ ทำให้ เปิดประวัติ-เส้นทางการทำงาน พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 12 เป็นผู้สมัครที่มีโปรไฟล์ที่น่าสนใจและแตกต่างจากคนอื่น
ในแง่ของเทรนด์การเลือกตั้งสมัยนี้ คนรุ่นใหม่มองหาผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนและการจัดการเชิงรุก ซึ่งการใช้นโยบายที่อิงจากประสบการณ์ปราบปรามทุจริตมาเป็นจุดขายหลัก ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าลุ้นมากในยุคที่เราต้องการความโปร่งใสในระดับฐานรากครับ อยากให้ลองติดตามนโยบายอื่นๆ ของท่านเพิ่มเติม เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งคือโอกาสที่เราจะได้กำหนดทิศทางของเมืองที่เราอยู่ด้วยตัวเอง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร การศึกษาประวัติผู้สมัครให้ถ่องแท้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าคูหา อย่าลืมเปรียบเทียบนโยบายให้ดี เพื่อเลือกคนที่ใช่สำหรับกรุงเทพฯ ที่เรารักครับ
