อ่านกลยุทธ์ ‘CEA ภาคใต้’ พลิกอัตลักษณ์ปักษ์ใต้สู่ ‘De-Stress Economy’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านโมเดล ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’
ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความกดดัน หลายประเทศต่างหันมาวางเดิมพันกับ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของชาติ เพราะนี่คือระบบที่ตั้งอยู่บนรากฐานของไอเดีย ทุนวัฒนธรรม และนวัตกรรม ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีวันหมดไป สำหรับประเทศไทยเองก็กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังถูกปักหมุดสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคผ่านแนวคิด อ่านกลยุทธ์ ‘CEA ภาคใต้’ พลิกอัตลักษณ์ปักษ์ใต้สู่ ‘De-Stress Economy’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านโมเดล ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’
ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสร้างมูลค่ามหาศาลกว่า 1.44 ล้านล้านบาท และในภาคใต้เองก็มีสัดส่วนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จึงเปิดสำนักงานภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ที่นี่กลายเป็น ‘Creative Wellness & Tourism Hub’ แห่งใหม่ของโลก
อ่านกลยุทธ์ ‘CEA ภาคใต้’ พลิกอัตลักษณ์ปักษ์ใต้สู่ ‘De-Stress Economy’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านโมเดล ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’
การจะทำความเข้าใจศักยภาพของปักษ์ใต้ เราต้องมองผ่านเลนส์ของ CEA ที่หยิบเอาเอกลักษณ์อันโดดเด่น ทั้งอาหาร สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตมาต่อยอด ภายใต้ยุทธศาสตร์ อ่านกลยุทธ์ ‘CEA ภาคใต้’ พลิกอัตลักษณ์ปักษ์ใต้สู่ ‘De-Stress Economy’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านโมเดล ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’ นั้น ทีมงานได้แบ่งการทำงานที่น่าสนใจเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่:
- แกนที่ 1: การพัฒนาบุคลากร บ่มเพาะทักษะคนรุ่นใหม่ผ่าน TCDC และเครือข่ายศูนย์สร้างสรรค์ในจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้างนักสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้พร้อมสู้ในระดับสากล
- แกนที่ 2: การพัฒนาธุรกิจ ใช้โมเดล ‘1 วัตถุดิบ 5 Variation’ เปลี่ยนของดีในท้องถิ่นให้เป็นสินค้ามูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่
- แกนที่ 3: การชุบชีวิตเมือง นำเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ (Pakk Taii Design Week) มาเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ให้ถนนแต่ละเส้นของเมืองเก่ากลับมาคึกคักอีกครั้ง
De-Stress Economy: เทรนด์โลกที่ภาคใต้ตอบโจทย์
ท่ามกลางวิกฤตความเครียดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ภาคใต้จึงก้าวขึ้นมาเป็นคำตอบที่ใช่ ด้วยการทำ ‘เศรษฐกิจแห่งความสบายใจ’ หรือ De-Stress Economy ซึ่งเป็นการนำเอาธรรมชาติที่ล้อมรอบด้วยทะเลและภูเขามาผสมผสานกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อน แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้คนอย่างแท้จริง
ในมุมมองของคนทำงานเบื้องหลังความสำเร็จนี้ ไม่ได้เกิดจากการสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือที่เหนียวแน่นของคนในชุมชนที่กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้ยืนยันได้จากย่านเมืองเก่าสงขลาที่กลับมามีชีวิตชีวาด้วยธุรกิจใหม่ๆ มากมาย เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์เริ่มส่งผลบวกต่อชีวิตผู้คนอย่างเห็นได้ชัด
ในอนาคต หากเราสามารถต่อยอดพลังของคน-ธุรกิจ-เมือง เข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ ภาคใต้จะไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตแบบยั่งยืน นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ เพื่อยกระดับสินค้าและบริการของไทยสู่เวทีโลก การสนับสนุนจากภาครัฐที่มาถูกทางเช่นนี้ จะกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจภาคใต้ให้แข็งแกร่งกว่าที่เคย
