สุรเชษฐ์ร้อง! เอาผิด ผบ.ตร. ละเลยคดี 32 ตำรวจรับส่วยเว็บพนัน

วงการตำรวจไทยช่วงนี้ระอุ! พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินหน้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) อย่างต่อเนื่อง ประเด็นหลักอยู่ที่การกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับตำรวจถึง 32 นาย ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการรับส่วยจากเว็บพนัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา แต่บิ๊กโจ๊กดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงขบวนการนี้ให้ถึงที่สุด

ใจความสำคัญของการร้องเรียนครั้งนี้คือ การที่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ถูกกล่าวหาว่า “ละเว้น ประวิงเวลา” ในการจัดการกับตำรวจทั้ง 32 นายที่ถูกกล่าวหาว่ารับส่วยจากเว็บพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่บิ๊กโจ๊กเคยยื่นต่อ รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ยิ่งทำให้ประเด็นนี้มีความน่าสนใจและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

**สุรเชษฐ์ร้อง! เอาผิด ผบ.ตร. ละเลยคดี 32 ตำรวจรับส่วยเว็บพนัน** เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร?

สิ่งที่น่าจับตาคือ หนึ่งในรายชื่อตำรวจ 32 นายที่ถูกกล่าวหานั้น มีชื่อของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. รวมอยู่ด้วย โดยมีการอ้างถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังภรรยา พี่ชาย และพี่สาวของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ซึ่งเรื่องนี้ทาง ก.ร.ตร. ก็ได้มีการชี้มูลความผิดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม บิ๊กโจ๊กกลับมองว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ารับเงินจากเว็บพนันเช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ยกฟ้องคดีบัญชีม้าของ พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตรอง ผกก.ป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก โดยศาลมองว่าบัญชีดังกล่าวไม่ได้มีเส้นทางการเงินหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันโดยตรง ทำให้บิ๊กโจ๊กยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยเว็บพนันอย่างแน่นอน

อนาคตของเรื่อง **สุรเชษฐ์ร้อง! เอาผิด ผบ.ตร. ละเลยคดี 32 ตำรวจรับส่วยเว็บพนัน** จะเป็นอย่างไร?

บิ๊กโจ๊กยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ ในเวลา 15:00 น. ของวันเดียวกัน เขาได้เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องรองประธานศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะตุลาการศาลปกครองทั้งหมดรวม 61 คน ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง เป็นที่น่าติดตามว่าการฟ้องร้องครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในวงการตำรวจไทย เกี่ยวกับการรับส่วยและผลประโยชน์ทับซ้อน การที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงระบบ และสร้างความโปร่งใสให้กับองค์กรตำรวจ

สุรเชษฐ์ร้อง! เอาผิด ผบ.ตร. ละเลยคดี 32 ตำรวจรับส่วยเว็บพนัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของการร้องเรียนส่วนตัว แต่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม ความโปร่งใส และอนาคตของวงการตำรวจไทย เราในฐานะประชาชน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ผมมองว่า การที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดโปงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กล้าหาญ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในองค์กรตำรวจอย่างมาก สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย

ที่มา – สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *