สหรัฐฯ สร้าง ‘เรือโนอาห์ DNA’ เก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์กว่า 2,300 ชนิด
สหรัฐฯ สร้าง ‘เรือโนอาห์ DNA’ เก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์กว่า 2,300 ชนิด
ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการปกป้องสัตว์และพืชกว่า 2,200 ชนิดที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แม้ว่าจะมีกฎหมาย Endangered Species Act ออกมาบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1973 แต่ด้วยการขยายตัวของรายชื่อที่เพิ่มขึ้นกว่า 300% ตั้งแต่ปี 1985 ในขณะที่งบประมาณไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกจัดสรรอย่างไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้เกิดความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างหน่วยงานวิจัยของรัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพอย่าง Colossal Biosciences เพื่อพลิกโฉมการอนุรักษ์ผ่านโครงการ สหรัฐฯ สร้าง ‘เรือโนอาห์ DNA’ เก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์กว่า 2,300 ชนิด
โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเก็บรวบรวม ตรวจลำดับพันธุกรรม และจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น DNA, เนื้อเยื่อ หรือเซลล์สืบพันธุ์ ในเครือข่ายศูนย์เก็บข้อมูลที่เรียกว่า BioVault ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นมากกว่าแค่บันทึก แต่เป็นการสร้างคลังความรู้ทางพันธุกรรมดิจิทัลที่ถอดรหัสออกมาเพื่อใช้ในการฟื้นฟูประชากรสัตว์ในอนาคต
ทำไม สหรัฐฯ สร้าง ‘เรือโนอาห์ DNA’ เก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์กว่า 2,300 ชนิด ถึงสำคัญในยุคนี้?
คุณ Matt James หัวหน้าฝ่ายดูแลสัตว์ของ Colossal ได้เปรียบเทียบโครงการนี้ว่าเปรียบเสมือนการสร้างระบบอุทยานแห่งชาติสำหรับยุคจีโนมิกส์ โดยเขามองว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เราสามารถสร้างบันทึกทางพันธุกรรมไว้ได้อย่างถาวรก่อนที่เผ่าพันธุ์เหล่านั้นจะสูญหายไปจากโลก ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยให้แก่ชุมชนนักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์ทั่วโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ความยั่งยืน: เป็นการสำรองข้อมูลพันธุกรรมที่ทันสมัยและถาวร
- ความร่วมมือ: เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ
- การเข้าถึง: ข้อมูลทั้งหมดจะเป็นแบบ Open-access ให้คนทั่วโลกได้นำไปใช้ประโยชน์
แม้หลายคนจะตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าหรือความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ แต่ Ben Lamm ซีอีโอของ Colossal เชื่อมั่นว่านี่คือ ‘ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของคนรุ่นเรา’ การเปรียบเทียบ BioVault นี้ให้เหมือนกับ ‘เรือโนอาห์ DNA’ แห่งยุคสมัยใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกเอาไว้ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลาน โดยเปรียบเทียบได้กับแนวคิดการเก็บเมล็ดพันธุ์พืชในเขตอาร์กติก (Svalbard Global Seed Vault) ที่เรารู้จักกันดี
เราทุกคนควรตระหนักว่าทุกชนิดพันธุ์สัตว์และพืชที่สูญหายไป คือการสูญเสียห้องสมุดแห่งนวัตกรรมทางวิวัฒนาการที่ใช้เวลาสั่งสมมานานนับล้านปี โครงการนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ใช่แค่การบันทึกประวัติศาสตร์ แต่เป็นการมอบเครื่องมือทางชีวภาพที่จำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจ การปกป้อง และการฟื้นฟูระบบนิเวศบนโลกใบนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากขาดการลงทุนในด้านนี้ เราอาจต้องสูญเสียความรู้ทางธรรมชาติไปตลอดกาลโดยไม่มีวันเรียกคืนได้
ที่มา – America Is Creating a DNA ‘Noah’s Ark’ for More Than 2,300 Endangered Species
