สหรัฐฯ ระงับเจรจาการค้า! เงื่อนไขไทยต้องทำตามข้อตกลงกัมพูชา
วงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่ เมื่อล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ออกมาเปิดเผยข่าวใหญ่ว่า สหรัฐอเมริกาได้ขอระงับการเจรจา “กรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทน” หรือ Agreement on Reciprocal Trade Framework ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว สาเหตุหลักมาจากประเด็น “ถ้อยแถลงร่วม” ระหว่างไทยและกัมพูชา
เรื่องนี้ทำเอาหลายฝ่ายถึงกับงง เพราะดูเหมือนว่าประเด็นความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา จะเข้ามาเกี่ยวพันกับการเจรจาการค้าเสรีซะอย่างนั้น เรามาเจาะลึกกันดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น และมันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างไร
สหรัฐฯ ขอระงับเจรจาการค้าชั่วคราว: เหตุผลคืออะไร?
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร ได้แถลงว่า การระงับการเจรจานี้จะยุติลงก็ต่อเมื่อ “ฝ่ายไทยได้ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration (ถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา)” ฟังดูเหมือนสหรัฐฯ กำลังใช้ leverage ทางการค้า กดดันให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงกับกัมพูชา
งานนี้รัฐบาลไทยก็ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าเรื่องความมั่นคงชายแดน ควรแยกออกจากประเด็นการค้าที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐฯ
นายกฯ อธิบายกับทรัมป์แล้ว
ที่น่าสนใจคือ นายกรัฐมนตรีได้เคยแจ้งเรื่องนี้กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว ว่าไทยได้แยกเรื่องความมั่นคงและการค้าออกจากกัน และขอให้สหรัฐฯ ทำเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาจะไม่เป็นผล…
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดเผยถึงการพูดคุยกับทรัมป์และนายกฯ มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดที่ถูกวางใหม่ในเขตไทย ซึ่งขัดแย้งกับปฏิญญาที่ลงนามร่วมกับกัมพูชา เขาได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะระงับการดำเนินการตามปฏิญญา จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับการละเมิดเงื่อนไขและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการเจรจาการค้า?
ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ มองว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามีความสำคัญ และต้องการให้มีการแก้ไขอย่างสันติ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้ใช้การระงับเจรจาการค้าเป็นเครื่องมือในการกดดัน
นายอนุทินยังเล่าอีกว่า ทรัมป์ได้ถามถึงปัญหาในการเจรจาการค้า ซึ่งเขาได้ขอให้ลดภาษีให้ไทยมากกว่าเดิม ทรัมป์ตอบว่าอัตรา 19% ที่ไทยได้รับนั้นถือว่าต่ำมากแล้ว และรับปากว่าจะคุยกับกัมพูชา หากไม่ขัดขวางการถอนทุ่นระเบิดของไทย
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การระงับเจรจาการค้าชั่วคราวนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ หากการเจรจาไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ในเร็ววัน อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย
อนาคตจะเป็นอย่างไร?
สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลไทยต้องเร่งเจรจาและหาทางออกทั้งในเรื่องความมั่นคงชายแดนและเรื่องการค้า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ ท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาว่าจะมีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของไทยอย่างไร และสหรัฐฯ จะใช้มาตรการใดต่อไป หากการเจรจาไม่คืบหน้า
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวนแบบนี้ การมีคู่ค้ารายใหญ่อย่างสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องสำคัญ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและการเจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
สุดท้ายนี้ แม้ว่าสถานการณ์จะดูซับซ้อน แต่ก็เป็นโอกาสให้เราทบทวนและปรับปรุงยุทธศาสตร์ทางการค้าของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในอนาคตได้
ปิดท้ายข่าวด้วยคำว่า ที่มา – กต. เผยสหรัฐฯ ขอระงับเจรจาการค้าชั่วคราว จนกว่าไทยจะปฏิบัติตาม “ถ้อยแถลงร่วม” กับกัมพูชา