พม. ผนึกกำลัง 14 กระทรวง จัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง หวังลดความซ้ำซ้อน ช่วยประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาเรื่องการลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐที่ยุ่งยาก หรือบางครั้งสิทธิที่ควรจะได้กลับตกหล่นไป ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าจับตามองมากครับ เมื่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เดินหน้าจับมือกับอีก 13 กระทรวงรวมเป็น 14 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญในการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง หรือที่เรียกกันว่า Single Social Registry ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนไทยให้เข้าถึงสิทธิได้แม่นยำขึ้น
พม. ผนึกกำลัง 14 กระทรวง จัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง หวังลดความซ้ำซ้อน ช่วยประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิ
ปัญหาที่ผ่านมาของการจัดสวัสดิการในไทยคือความกระจัดกระจายของข้อมูลครับ หน่วยงานหนึ่งอาจจะทำฐานข้อมูลหนึ่ง อีกหน่วยงานก็ทำอีกอย่าง ทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ยากลำบาก การที่ภาครัฐหันมาใช้เทคโนโลยี Data Integration เข้ามาสนับสนุน จึงน่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด โดยโครงการ พม. ผนึกกำลัง 14 กระทรวง จัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง หวังลดความซ้ำซ้อน ช่วยประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิ นี้ จะช่วยให้การจัดสรรเงินและงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน และที่สำคัญคือ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุได้แบบไม่มีใครถูกลืม
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการปรับเปลี่ยนระบบดิจิทัล
คุณกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. ได้เน้นย้ำว่า แนวคิดหลักไม่ใช่แค่การให้ความช่วยเหลือ แต่คือการ “สร้างโอกาส” ให้คนไทยทุกคน ซึ่งการมีฐานข้อมูลกลางที่ทันสมัยจะช่วยในเรื่องต่อไปนี้:
- การเข้าถึงที่ทั่วถึง: ลดขั้นตอนการกรอกเอกสารซ้ำซ้อน เพราะฐานข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
- ความแม่นยำของรัฐ: สามารถวิเคราะห์งบประมาณได้ชัดเจนขึ้นว่าควรจะส่งความช่วยเหลือไปให้กลุ่มเปราะบางได้อย่างไรบ้าง
- ความเท่าเทียม: ประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กในครรภ์มารดาจนถึงผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิที่ตนเองพึงได้รับอย่างครบถ้วน
การเดินหน้าในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ Digital Thailand เพราะการบูรณาการข้อมูลระดับ 14 กระทรวง ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำสำเร็จ จะถือเป็นต้นแบบของการให้บริการภาครัฐที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การเข้าถึงสวัสดิการจะไม่ใช่เรื่องของการต้องไปเดินเรื่องเองที่หน่วยงาน แต่เป็นเรื่องของการที่สิทธิวิ่งมาหาเราเองจากฐานข้อมูลที่ถูกต้อง
ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงเทรนด์ดิจิทัล ผมมองว่าระบบนี้ควรพัฒนาไปถึงแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับประชาชน เพราะทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตบนสมาร์ทโฟนเป็นหลัก หากรัฐสามารถทำให้การตรวจสอบสิทธิทำได้ผ่านปลายนิ้ว ก็จะถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจนครับ
สรุปสั้นๆ คือการที่ พม. ผนึกกำลัง 14 กระทรวง จัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง หวังลดความซ้ำซ้อน ช่วยประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิ คือสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าภาครัฐไทยกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค Data-Driven อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่อยู่ดี กินดี และมีความเท่าเทียมในยุคสมัยใหม่ครับ
