ผบช.ก. สั่งคุมเข้มปั๊มน้ำมันสกัดฉวยโอกาสกักตุน-โก่งราคา พร้อมตั้งแท่นรวมคดี กกต. ทั่วประเทศให้สอบสวนกลางทำสำนวนเดียว
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! ในช่วงที่สถานการณ์โลกวุ่นวาย สงครามระหว่างประเทศทำให้ราคาน้ำมันพุ่งปรี๊ดแบบนี้ ใครๆ ก็กลัวว่าจะโดนปั๊มน้ำมันฉวยโอกาสโก่งราคาหรือกักตุนสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภคใช่มั้ยล่ะครับ วันนี้มีข่าวดีมาอัพเดทให้ฟังเลยว่า ผบช.ก. สั่งคุมเข้มปั๊มน้ำมันสกัดฉวยโอกาสกักตุน-โก่งราคา พร้อมตั้งแท่นรวมคดี กกต. ทั่วประเทศให้สอบสวนกลางทำสำนวนเดียว โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการแบบเด็ดขาดเพื่อปกป้องกระเป๋าตังค์ของเราทุกคน
ผบช.ก. สั่งคุมเข้มปั๊มน้ำมันสกัดฉวยโอกาสกักตุน-โก่งราคา พร้อมตั้งแท่นรวมคดี กกต. ทั่วประเทศให้สอบสวนกลางทำสำนวนเดียว
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ผบช.ก. ได้มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) บูรณาการกำลังกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานภาษี สร้างทีมไล่ตรวจพื้นที่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศแบบเข้มงวดสุดๆ โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างน้ำมันและปุ๋ยที่ตอนนี้แพงหูฉี่ไปหมด
ส่วนกรณีฮือฮาล่าสุดที่ปั๊มในจังหวัดสิงห์บุรีขายน้ำมันแพงเกินจริง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและพลังงานทันที พบว่ามีเอกสารที่มาของน้ำมันครบถ้วน กำไรก็ไม่มาก แต่ยังต้องรอผลตรวจลึกๆ ต่อไปครับ อีกเคสคือเจอน้ำมันดีเซลกว่า 40,000 ลิตร ตอนนี้กำลังพิจารณาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ว่าถือเป็นกักตุนหรือเปล่า ระวังตัวไว้เลยนะ!
ผบช.ก. ชี้แจงชัดๆ ว่า การตรวจสอบจะโฟกัส 4 ประเด็นหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนไม่โดนหลอก ดังนี้:
- 1. คุณภาพน้ำมัน: ตรวจว่ามาตรฐานมั้ย มีปนเปื้อนหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่รถยนต์เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง EV หรือไฮบริดต้องการน้ำมันสะอาดสุดๆ
- 2. เอกสารซื้อขายและขนส่ง: เช็คความถูกต้องทั้งหมด ป้องกันการลักลอบ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยติดตาม GPS รถบรรทุกได้ละเอียดยิบ
- 3. ราคาจำหน่าย: ดูว่าเกินราคาควบคุมรึเปล่า ถ้าโก่งเด็ดขาดทันที!
- 4. พฤติกรรมกักตุนเก็งกำไร: ถ้าพบจะดำเนินคดีหนักแน่น ไม่มีเกรงใจ
ท่านผบช.ก. ยังย้ำเตือนผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันทุกแห่ง ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในยามวิกฤตเด็ดขาด ส่วนโครงสร้างราคาต้นทางนั้นให้เป็นหน้าที่กระทรวงพลังงานชี้แจง ตำรวจโฟกัสแค่การกระทำผิดที่ชัดเจนเท่านั้นครับ
ที่น่าสนใจคือ ถามถึงกระแสข่าวว่าคดีน้ำมันอาจโยงการเมืองมั้ย? ผบช.ก. ตอบแบบคูลๆ ว่าไม่กังวล ดำเนินตามพยานหลักฐานล้วนๆ ถ้าผิดจะเรียกเจ้าของคลังน้ำมันมาชี้แจงและดำเนินคดีทุกขั้นตอน เหมือนในหนังแอ็คชั่นที่ตำรวจไล่จับตามหลักฐานเป๊ะ!
นอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว ยังมีอัพเดทคดีที่เกี่ยวข้องกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั่วประเทศ คดีต่างๆ ถูกโอนมารวมที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหมดแล้ว กำลังตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดกลาง เพื่อทำสำนวนคดีเดียวกันตามนโยบาย ผบ.ตร. ทำให้การสอบสวนมีมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส รอบด้าน และยุติธรรมกับทุกฝ่าย สุดยอดมาก!
ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารมานานทั้งเรื่องบันเทิงและเทคโนโลยี ผมเห็นว่าแนวโน้มนี้ดีมากครับ เพราะในยุคดิจิทัลที่เรามีแอพแจ้งเบาะแสได้ง่ายๆ การรวมคดีกลางแบบนี้จะช่วยลดช่องโหว่ เหมือนตอน celeb โดนคดีใหญ่ที่ต้องรวมพยานหลักฐานจากหลายจังหวัดเพื่อความแฟร์ และสำหรับเทคแฟนๆ อย่างเรา รถ EV กำลังมาแรง ถ้าราคาน้ำมันนิ่งๆ จะเร่งเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าได้เร็วขึ้น ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าไปได้เยอะเลย
สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำให้เพื่อนๆ สอดส่องกันหน่อยนะ ถ้าเจอปั๊มโก่งราคาหรือสงสัยอะไร โทรแจ้ง บก.ปคบ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลย ช่วยกันทำให้ตลาดโปร่งใส กระเป๋าไม่รั่ว! ติดตามบล็อกผมต่อไปสำหรับอัพเดทข่าวเด็ดๆ นะครับ