ป.ป.ช. แจงคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 คาดใช้เวลาถึงกุมภาพันธ์ 69 หลังเปิดช่องยื่นขอความเป็นธรรมรายคน

กรณีความคืบหน้าของการพิจารณาคดีที่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 44 รายจากพรรคก้าวไกล ที่เกี่ยวข้องกับการลงนามเสนอแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจจากทั้งสังคมและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง

ป.ป.ช. แจงคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 คาดใช้เวลาถึงกุมภาพันธ์ 69 หลังเปิดช่องยื่นขอความเป็นธรรมรายคน

วันนี้ (24 ธันวาคม) แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดี “ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง” ที่เกี่ยวข้องกับอดีต สส. พรรคก้าวไกล จำนวน 44 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งในการเสนอแก้ไขกฎหมายสำคัญอย่างมาตรา 112

เบื้องต้น มีการประเมินว่า ป.ป.ช. แจงคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 คาดใช้เวลาถึงกุมภาพันธ์ 69 เนื่องจากมีนัยสำคัญเชิงกฎหมาย และอาจได้รับคำร้องขอความเป็นธรรมแบบรายบุคคลจากผู้ถูกกล่าวหา

หากมีการยื่นคำร้องขอดังกล่าวเข้ามาจริง ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งหมายถึง กระบวนการจะแบ่งออกเป็น 44 สำนวนงานแยกกัน ภายใต้กรอบการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการ ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลประกอบอย่างรอบคอบ ก่อนจะสรุปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ในขั้นต่อไป

ระยะเวลาและข้อพิจารณาทางกฎหมาย

เมื่อถามถึงกรอบเวลาในการปิดคดี ซึ่งหากไม่มีปัจจัยใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568 แหล่งข่าวได้ระบุว่า ป.ป.ช. เองมีไทม์ไลน์ตามขั้นตอนอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่หากมีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมตามกฎหมาย จากผู้ถูกกล่าวหา ต้องถือว่าขั้นตอนการพิจารณาจะต้องขยายออกไปมากกว่าเดิม

“เบื้องต้นนั้น คาดว่ากระบวนการอาจล่วงเลยไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้” แหล่งข่าวแจ้งไว้

แม้จะมีกรอบเวลาเบื้องต้น แต่ป.ป.ช. ยังต้องยึดถือ “ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน” ที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาประกอบการชี้แจงแต่ละราย ดังนั้นยังไม่สามารถยืนยันวันเวลาที่แน่นอนในการปิดคดีได้ในตอนนี้

การชี้แจงกรณีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความล่าช้า

ด้าน “สุรพงษ์ อินทรถาวร” รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงชัดเจนเกี่ยวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะว่า เรื่องที่กำลังดำเนินการถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา

ดังนั้น ทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่ข้ามหรือละเลยขั้นตอนใด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยุติธรรม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับได้ทั้งในด้านกฎหมายและสังคม

กรณีการดำเนินคดีของ ป.ป.ช. นี้ เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงระบบ DEMOS หรือประชาธิปไตยในประเทศไทยภายใต้กรอบกฎหมาย และยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความเป็นธรรมเฉพาะบุคคลผ่านกลไกของรัฐ โดยเปิดช่องให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมาย

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นกรณีศึกษาใหม่ ๆ ในการเรียนรู้เรื่อง “กฎหมายกับประชาธิปไตย” อย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง ในช่วงทศวรรษหน้าที่กำลังจะมาถึง หากสังคมมีโอกาสได้ติดตามและเข้าใจในเนื้อหาอย่างรอบด้านยิ่งขึ้น

หากคุณสนใจและติดตามข่าวกฎหมายไทยอย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามบทความต่อเนื่องของเรา และร่วมอภิปรายในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับกระบวนการนี้?

อ่านข่าวต้นฉบับเพิ่มเติม: ที่มา – ป.ป.ช. แจงคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 คาดใช้เวลาถึงกุมภาพันธ์ 69 หลังเปิดช่องยื่นขอความเป็นธรรมรายคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *