บริษัทต่างๆ กำลังขาดทุนจากการผลาญ Token จำนวนมหาศาล
เมื่อเดือนที่แล้ว ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในซิลิคอนวัลเลย์ไม่ใช่กำไรหรือส่วนแบ่งตลาด แต่เป็นเรื่องของจำนวน Token ที่ถูกใช้งาน หรือหน่วยที่ใช้วัดพลังประมวลผลสำหรับโมเดล AI บรรดาซีอีโอต่างกระตุ้นพนักงานให้ใช้งาน AI อย่างหนักหน่วงจนลืมคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง แต่ในวันนี้ สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อบริษัทต่างๆ กำลังขาดทุนจากการผลาญ Token จำนวนมหาศาล จนทำให้ผู้นำองค์กรต้องสั่งเบรกการใช้งานแบบไร้ทิศทาง
บริษัทต่างๆ กำลังขาดทุนจากการผลาญ Token จำนวนมหาศาล
รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า ผู้นำองค์กรเริ่มตระหนักว่าการเผาผลาญ Token ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโต และการใช้งานเพียงเพื่อให้ดูเหมือนว่าบริษัทกำลังก้าวทันโลกโดยไม่มีเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนนั้น ไม่ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี ตัวอย่างเช่น Dara Khosrowshahi ซีอีโอของ Uber ยอมรับว่าเริ่มหาเหตุผลมาสนับสนุนค่าใช้จ่าย AI เหล่านี้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่เสียไป
ปัญหาการใช้งานเกินขอบเขตเมื่อบริษัทต่างๆ กำลังขาดทุนจากการผลาญ Token จำนวนมหาศาล
ความผิดพลาดของการบริหารจัดการในยุคนี้ถือว่ารุนแรงมาก มีเหตุการณ์ที่บริษัทแห่งหนึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงครึ่งพันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงเดือนเดียวเพราะไม่ได้ตั้งค่าขีดจำกัดการใช้งานไว้ ขณะที่สถาบันการเงินอีกแห่งพบว่าพนักงานใช้โมเดลระดับพรีเมียมเพียงเพื่อถามคำถามทั่วไปหรือคุยเรื่องไม่เป็นสาระ ซึ่งเรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมต้นทุนอย่างชัดเจน
องค์กรต่างๆ มักส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI ให้มากที่สุดเพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับงบประมาณที่ลงทุนไป แต่กลับกลายเป็นการกระตุ้นพฤติกรรมที่สูญเปล่า:
- Meta ตัดสินใจยกเลิกกระดานผู้นำการใช้งาน Token (Leaderboard) หลังจากพบว่าพนักงานบางคนผลาญ Token ไปกว่า 2.8 แสนล้านหน่วยในเดือนเดียว
- Amazon ยกเลิกการจัดอันดับพนักงานที่ใช้เครื่องมือ AI มากที่สุด หลังจากพบว่าพนักงานแข่งกันสั่งงาน AI ด้วยงานที่ไม่เกิดประโยชน์เพียงเพื่อให้ตนเองติดอันดับ
ในท้ายที่สุด ความพยายามที่จะนำ AI มาใช้ในองค์กรไม่ใช่เรื่องผิด แต่การผลาญทรัพยากรไปโดยปราศจากกลยุทธ์ที่จับต้องได้นั้นส่งผลเสียโดยตรงต่อกำไรของบริษัท ถึงเวลาแล้วที่ทุกธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและก้าวไปสู่การใช้ AI อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดก่อนที่งบประมาณจะหมดลงไปกับค่า Token ที่ไม่สร้างรายได้
ที่มา – Companies Are Getting Burned by Burning Tons of Tokens
