นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีประเด็นร้อนที่น่าสนใจในแวดวงเศรษฐกิจมาฝากกันครับ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย เพราะท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาเป็นประธานในการจัดงาน นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งบรรยากาศในที่ประชุมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นครับ
นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
การประชุมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนั่งคุยกันทั่วไปนะครับ แต่เป็นการรวมตัวของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อตั้งเป้าหมายที่จริงจังผ่านระบบที่เรียกว่า OKR ของประเทศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีความชัดเจนและวัดผลได้จริง โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้เปรียบเทียบการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ว่าเป็นเหมือน “ครม.เศรษฐกิจพลัส” เพราะมีการดึงตัวแทนจากภาคเอกชนเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าชื่นชมเพราะภาคเอกชนคือผู้ที่อยู่หน้างานและเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจในความเป็นจริงมากที่สุด
ในที่ประชุม นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ครั้งนี้ ยังมีการรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก IMD และที่น่าสนใจสุดๆ คือการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อแยกย้ายกันไปลุยงานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม การค้า หรือแรงงาน เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมที่สุด
ทำไมถึงต้องมีการประชุม กรอ. รูปแบบใหม่?
หลายคนอาจสงสัยว่าการปรับรูปแบบมาเป็นการทำงานแบบ OKR จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร? คำตอบคือประสิทธิภาพครับ การทำงานสมัยใหม่ต้องมีความคล่องตัว (Agility) การที่ท่านนายกฯ ผลักดันให้มีการประชุม กรอ. ครั้งนี้โดยนำนวัตกรรมการบริหารอย่าง OKR มาใช้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนเห็นเป้าหมายเดียวกัน และสามารถประเมินผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเน้นไปที่ผลงาน (Output) แทนที่จะเน้นเพียงภาระงาน (Task) เพียงอย่างเดียว
ปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ:
- การประสานพลัง: การดึงเอกชนมาร่วมวางแผนช่วยให้รัฐบาลได้ข้อมูลที่ใกล้ชิดตลาดจริง
- ความรวดเร็ว: การตั้งอนุกรรมการ 4 คณะ ช่วยกระจายภารกิจให้จบไวขึ้น
- OKR คือหัวใจ: การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คนทั้งประเทศเห็นภาพทิศทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
ส่วนตัวผมมองว่าการที่ภาครัฐเปิดกว้างและเน้นความโปร่งใสผ่านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเป็นทิศทางที่ถูกต้องครับ ไม่ว่าจะเป็นคอเทคโนโลยีหรือคนทำธุรกิจทั่วไป การเห็นสัญญาณบวกจากการปรับปรุงระบบการทำงานของรัฐบาลแบบนี้ ถือเป็นกำลังใจที่ดีมากครับ ซึ่งสิ่งที่เราต้องติดตามต่อคือผลลัพธ์จากการทำงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด ว่าจะตอบโจทย์ความท้าทายในยุคปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด แต่จุดเริ่มต้นครั้งนี้ถือว่าน่าประทับใจจริงๆ ครับ
หากใครที่ยังกังวลกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ขอให้มั่นใจครับว่ารัฐบาลกำลังพยายามอย่างหนักในการปลดล็อกอุปสรรคต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เชื่อเหลือเกินว่าหากความร่วมมือนี้มีความต่อเนื่องและเข้มข้น เศรษฐกิจไทยต้องกลับมาคึกคักและเติบโตอย่างมั่นคงได้อย่างแน่นอนครับ
ที่มา – นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
