นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ร้อนๆ ในตะวันออกกลางที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ทั่วโลกเลยนะครับ โดยเฉพาะ นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ ซึ่งเป็นข่าวที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา
นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก รัฐบาลไทยจึงจับตาอย่างใกล้ชิดครับ นายกฯ อนุทินบอกว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง ต่างเตรียมพร้อมช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พรุ่งนี้ (2 มีนาคม) จะมีประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนเลย
ไม่ต้องห่วงเรื่องอพยพนะครับ กองทัพอากาศพร้อมลุยเต็มที่ ผู้บัญชาการทหารอากาศรายงานความพร้อมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยให้ครบ แล้วรับจากจุดปลอดภัย รัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ ร่วมมือกันสุดตัว
จุดยืนไทย: เป็นกลางแต่ห่วงใยพี่น้องชาวไทย
เมื่อถามถึงจุดยืนของไทย นายกฯ ชัดเจนมากว่า ต้องเป็นกลางให้มากที่สุด แต่ก็ห่วงใยคนไทยในพื้นที่นั้นด้วย “เราวิงวอนทุกฝ่ายให้ใช้การเจรจาทางการทูต พูดคุย สร้างความเข้าใจให้มากที่สุด หวังให้โลกสงบสุขเร็วๆ” คำพูดนี้สะท้อนความเป็นผู้นำที่สงบเสงี่ยมแต่เด็ดขาดจริงๆ ครับ
ผลกระทบเศรษฐกิจ: มีมาตรการรับมือแน่นอน
แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้กระทบเศรษฐกิจไทยชัวร์ โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนต่างๆ นายกฯ ย้ำว่าจะมีมาตรการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด สั่งการรัฐมนตรีคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หามาตรการช่วยเหลือ ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน รวมถึงกองทุนน้ำมันต้องช่วยประชาชนให้มากที่สุด
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานการณ์แบบนี้มักทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ส่งผลถึงค่าครองชีพและธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีและบันเทิงที่พึ่งพาการขนส่งและพลังงาน หากรัฐบาลจัดการดี เราน่าจะผ่านไปได้แบบนุ่มนวลครับ
- เตรียมช่วยเหลือคนไทยติดค้างทันที
- ประชุมสมช. เร่งด่วนพรุ่งนี้
- มาตรการเศรษฐกิจ ลดต้นทุนพลังงาน
- จุดยืนเป็นกลาง สนับสนุนเจรจา
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: ยังควบคุมได้
นอกจากนี้ นายกฯ ยังอัปเดตเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาว่าปะทะยังไม่มีอะไรรุนแรง จะไปเยี่ยมทหารบาดเจ็บจากระเบิดที่สุรินทร์เพื่อให้กำลังใจ ภาพรวมยังควบคุมได้ ไม่มีแผนเปิดด่านหรือเจรจาเพิ่มเติมตอนนี้
ในฐานะคนที่ติดตามข่าวการเมืองและสถานการณ์โลกมานาน ผมเห็นว่านโยบายเป็นกลางของไทยนี้ฉลาดมากครับ เพราะช่วยรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ขณะเดียวกันก็ปกป้องคนไทยได้ทันท่วงที ในยุคที่เทคโนโลยีเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน สถานการณ์แบบนี้ยังกระทบถึง streaming entertainment ราคาสูงขึ้น หรือ supply chain เทคโนโลยีชะงักได้ง่ายๆ
เทรนด์ที่ผมมองคือ โลกกำลังหันมาใช้ diplomacy มากขึ้น AI และ tech กำลังช่วยในการเจรจาและ monitor สถานการณ์แบบ real-time ถ้ารัฐบาลไทยนำ tech มาใช้ เช่น app ติดตามคนไทยในต่างแดน จะยิ่งดีมาก
เพื่อนๆ ลองติดตามข่าวต่อไปนะครับ และเตรียมตัวรับมือผลกระทบเศรษฐกิจด้วยการวางแผนการเงินดีๆ หากมีคำถาม comment มาคุยกันได้เลย!