นักวิจัยใช้ AI พัฒนาวัคซีน ซึ่งได้ผลจริงแล้ว!
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ถูกพูดถึงในหลายแง่มุม หลายคนอาจมองข้ามไปว่าแท้จริงแล้ว AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับวงการการแพทย์ โดยล่าสุดมีข่าวดีเมื่อวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาแบบครอบคลุมที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ AI ได้ผ่านการทดลองในระยะที่ 1 ที่ประเทศอังกฤษเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่
นักวิจัยใช้ AI พัฒนาวัคซีน ซึ่งได้ผลจริงแล้ว!
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลของ AI เพื่อค้นหาจุดอ่อนของไวรัสโคโรนา รวมถึงสายพันธุ์ SARs-CoV-2 ที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 โดยวัคซีนตัวนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อโรคได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการฉีดเชื้อที่อ่อนแอหรือตายแล้วเข้าไปแบบวิธีเดิมๆ
ทำไมการที่นักวิจัยใช้ AI พัฒนาวัคซีนถึงสำคัญ?
ปัญหาดั้งเดิมของวัคซีนคือ “ความครอบคลุม” เพราะไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องคอยอัปเดตวัคซีนตามหลังไวรัสเหมือนวิ่งไล่จับหางตัวเอง แต่การที่นักวิจัยใช้ AI พัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่นี้ ทำให้เราสามารถระบุ “Super-antigen” หรือส่วนของโปรตีนในไวรัสที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีอยู่ในไวรัสกลุ่ม Sarbecoviruses หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงไวรัสที่พบในค้างคาวซึ่งอาจก่อให้เกิดการระบาดครั้งใหม่ในอนาคต
ผลการทดลองในอาสาสมัคร 39 คนเบื้องต้นพบว่า:
- ตัววัคซีน (pEVAC-PS) มีความปลอดภัยสูง
- ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคาดไม่ถึง
- กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโคโรนาได้หลายสายพันธุ์พร้อมกัน
นี่ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก แม้จะต้องผ่านการทดสอบในระยะถัดไปอีก แต่การที่มนุษย์สามารถสร้างวัคซีนที่ฉลาดและแม่นยำได้ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญกับการล็อกดาวน์หรือวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาดได้อีกในอนาคต เราอาจได้เห็นวัคซีนชนิดใหม่ๆ สำหรับไข้หวัดใหญ่หรืออีโบลาที่พัฒนาขึ้นด้วยแพลตฟอร์มเดียวกันนี้เร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่กระแส แต่คือเครื่องมือช่วยชีวิตมนุษยชาติอย่างแท้จริง
หากเราสามารถผลิตวัคซีนที่ป้องกันการระบาดได้สำเร็จก่อนที่โรคจะอุบัติขึ้นจริง โลกของเราจะมีความปลอดภัยและเสถียรภาพมากขึ้นกว่าที่เคย นี่คือจุดเปลี่ยนที่เราควรจับตามองให้ดี
ที่มา – Researchers Are Using AI to Create Vaccines—and It’s Working
