ทางเลือกใหม่ของหลุมดำที่มี มินิจักรวาล อยู่ภายใน
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของหลุมดำตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์มากันพอสมควร แต่รู้ไหมครับว่าตัวไอน์สไตน์เองเคยสงสัยในทฤษฎีนี้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องจุดเอกฐาน (Singularity) ที่เขามองว่ามันอาจจะทำให้กฎฟิสิกส์ต้องพังทลายลง ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่าสนใจจาก Physical Review D ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง ทางเลือกใหม่ของหลุมดำที่มี มินิจักรวาล อยู่ภายใน หรือที่นักฟิสิกส์เรียกกันว่า "กราวาตาร์" (Gravastar)
นักฟิสิกส์เผย ทางเลือกใหม่ของหลุมดำที่มี มินิจักรวาล อยู่ภายใน
กราวาตาร์คือดาวที่หนาแน่นมาก มีเปลือกเป็นสสารทั่วไปและมีแกนกลางเป็นพลังงานมืด (Dark Energy) ซึ่งทำหน้าที่ดันจากภายในเพื่อไม่ให้ดาวตกลงสู่จุดศูนย์กลางจนกลายเป็นจุดเอกฐานแบบที่พบในหลุมดำทั่วไป นี่จึงเป็นโมเดลที่น่าทึ่งมาก เพราะมันทำให้เรามีคำอธิบายใหม่เกี่ยวกับจุดจบของดาวฤกษ์ที่ตายลงโดยไม่ต้องเจอกับสภาวะSingularity ที่ไร้คำอธิบาย
สำรวจทฤษฎี ทางเลือกใหม่ของหลุมดำที่มี มินิจักรวาล อยู่ภายใน
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกอเธ่ในเยอรมนีได้พยายามร่างโมเดลการเกิดของกราวาตาร์ขึ้นมา ซึ่งจากการคำนวณพบว่า:
- มันมีลักษณะภายนอกคล้ายหลุมดำมากจนเราอาจแยกไม่ออก
- ไม่มีขอบฟ้าเหตุการณ์ (Event Horizon) เหมือนหลุมดำดั้งเดิม
- พลังงานมืดภายในผลักดันจนเกิดการขยายตัวคล้ายกับ "บิกแบง" เล็กๆ ที่อยู่ใจกลางดาว
หากกราวาตาร์มีอยู่จริง มันจะเป็นการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อดาวฤกษ์มวลมหาศาลยุบตัวลงได้อย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการละเมิดกฎแรงโน้มถ่วงแบบดั้งเดิม นักวิทยาศาสตร์มองว่ากระบวนการนี้อาจต้องอาศัยเงื่อนไขที่เหมาะสมมากๆ ในการเกิดขึ้นจริง ซึ่งในปัจจุบันเรายังไม่พบหลักฐานการสังเกตการณ์ที่ชัดเจนในอวกาศ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นของการข้ามพ้นความเชื่อเดิมๆ
แม้ว่าหลุมดำจะยังคงเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุดในเชิงฟิสิกส์ ณ ปัจจุบัน แต่การเปิดใจสำรวจ ทางเลือกใหม่ของหลุมดำที่มี มินิจักรวาล อยู่ภายใน แบบนี้ ก็เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการขยายขอบเขตความรู้ของเรา เหมือนที่นักฟิสิกส์มักกล่าวว่า "สิ่งที่เราเคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ในอดีต มักกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคตเสมอ" คุณล่ะครับ คิดว่าการมีมินิจักรวาลซ่อนอยู่ในดาวฤกษ์ที่ตายแล้วจะเป็นไปได้จริงไหม? มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันดูนะครับ
ที่มา – Physicists Devise Black Hole Alternative With a ‘Mini Universe’ at Its Center
