ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. ย้ำผลตัดสินไม่ว่าทางใด ยังไม่ได้กลับเข้ารับราชการทันที
ในวันนี้ (8 มกราคม 2569) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยในคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในวันพรุ่งนี้ (9 มกราคม) โดย ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. ย้ำว่า ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเช่นไร ก็ไม่ส่งผลให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ารับราชการโดยทันที
ตามที่ได้เกิดกระแสข่าวว่าหากศาลมีคำวินิจฉัยตามคำร้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะสามารถกลับมารับราชการได้ทันที นั้น ทางตำรวจได้อธิบายลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของสาธารณชน
ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ชี้แจงว่า เพื่อให้เข้าใจบริบูรณ์ สิ่งสำคัญคือความแตกต่างระหว่างคำสั่งสองฉบับที่มีผลต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แก่ คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และคำสั่งไล่ออก ซึ่งมีสถานะต่างกัน
- คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน: คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ก.พ.ค.ตร.) มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. แต่คณะกรรมการมีมติไม่รับอุทธรณ์ ยืนยันว่าคำสั่งเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมาย
- คดีศาลปกครองสูงสุด: พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ฟ้องศาลปกครองสูงสุด เรื่องคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลจะมีคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค. 2569)
- คำสั่งไล่ออก: หลังจากนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งไล่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการอย่างถาวร ซึ่งคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้แล้ว และขณะนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นฟ้องคดีใหม่เพื่อฟื้นฟูตำแหน่ง และคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
คำสั่งไล่ออกยังมีผลบังคับอยู่
พนักงานโฆษกได้ย้ำว่า แม้วันพรุ่งนี้ศาลจะมีคำสั่งในเรื่องคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ ผลตัดสินไม่ว่าทางใด ยังไม่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ารับราชการได้ทันที เพราะคำสั่งไล่ออกที่อยู่ในปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้ และต้องรอการพิจารณาในคดีที่สองในศาลปกครองสูงสุด
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการเร่งดำเนินคดีเพื่อคว้าเวลา และยืนยันว่าคดีในครั้งนี้เริ่มจากร้องทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่การกระทำที่ถูกปั้นขึ้น
สรุปความเห็น
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายที่หน่วยงานรัฐยังคงยึดมั่น แม้อาจมีกระแสข่าวที่ตีความผิด แต่การสื่อสารอย่างชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้องช่วยลดความสับสน สำหรับผู้ติดตามข่าวควรติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคดีนี้อาจมีผลสะท้อนต่อระบบราชการความมั่นคงในระยะยาว
การชี้แจงจากทางตำรวจนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในความชัดเจน แม้กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีความซับซ้อนอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายและคำตัดสินที่เป็นธรรม เป็นสัญญาณดีในระบบราชการไทยที่หวังความยุติธรรม
ติดตามข่าวพิเศษรายละเอียดคดีต่อได้ที่นี่ พร้อมรับฟังเสียงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือและเข้าใจบริบูรณ์