ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ทุกปีเมื่อฤดูแล้งมาเยือน ภาคเหนือของเราก็ต้องเจอศึกหนักกับไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อีกครั้ง เหมือนละครซ้ำๆ ที่ไม่มีวันจบเลยใช่มั้ยล่ะ แม้รัฐจะมีมาตรการออกมานับไม่ถ้วน แต่ทำไมสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นแบบเห็นผลชัดเจนนะ? วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึก ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม กันแบบเป็นกันเอง แต่ได้ insight จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง รับรองว่าอ่านแล้วเข้าใจง่าย เหมือนคุยกับเพื่อนเก่า!
ประเด็นสำคัญ
คำถามใหญ่ที่เราต้องถามตัวเองคือ รัฐมีเครื่องมือพอหรือยังในการหยุดวิกฤตนี้? มาดูกันเลยครับ
กฎหมายมี แต่ใช้ไม่ถึง ‘ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน’ ยังทำไม่ได้
รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง จากคณะนิติศาสตร์ มธ. บอกตรงๆ เลยครับว่า แม้หลายคนเรียกร้องให้ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน แต่กฎหมายอย่าง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ไม่เอื้อเลย อำนาจมีแค่สั่งห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่มีเกณฑ์ชัดๆ เรื่องความรุนแรงหรือแบ่งหน้าที่หน่วยงาน ทำให้การสั่งการกระจัดกระจาย เหมือนทีมฟุตบอลไม่มีกัปตันนั่นแหละ!
งบประมาณติดล็อก ใช้ได้แค่ ‘เยียวยา’ ไม่ใช่ ‘ป้องกัน’
ปัญหายังไม่จบแค่นั้น เรื่องเงินก็ล็อกตาย! ระเบียบเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 ใช้ช่วยผู้ประสบภัยได้ แต่ป้องกันล่วงหน้าไม่ได้เลย รัฐเลยทำได้แค่รักษา ไม่ใช่ป้องกัน เหมือนหมอที่รักษาโรคแต่ไม่ฉีดวัคซีนน่ะครับ สุดท้ายปัญหาก็วนลูปเดิม
แผนระดับชาติยังไม่มองไฟป่าเป็น ‘ภัยเฉพาะ’
แผนป้องกันภัยชาติ 2564-2570 ยังมองไฟป่า PM2.5 เป็นแค่ปัญหาเล็กๆ ไม่ใช่ภัยเฉพาะ เหมือนแผนเก่าที่รับมือน้ำท่วมวาตภัย แต่ยุคนี้วิกฤตสิ่งแวดล้อมซับซ้อนกว่านั้นมาก ต้องอัพเดทด่วนเลยครับ
ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม
นี่แหละหัวใจหลัก! ปัญหาไม่ใช่แค่ไฟไหม้หรือฝุ่น แต่เป็นโครงสร้างกฎหมายที่ล้มเหลว ทำให้รัฐติดกับดัก ผมมองว่ามันสะท้อนสังคมเราที่ต้องปรับตัวกับ climate change แบบเร่งด่วน ในมุม tech ที่ผมชอบดู เราควรนำ drone หรือ AI มาช่วยตรวจจับไฟป่าตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยได้เยอะ
ระยะสั้น ‘ประคอง’ ระยะยาวต้อง ‘ปฏิรูป’
ตอนนี้รัฐทำได้แค่เยียวยาและประคอง แต่ระยะยาวต้องปฏิรูป เช่น ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด และเพิ่มอำนาจประกาศภัยฉุกเฉิน ผมว่าเป็นทางออกที่ realistic มาก
ทางออกใหม่ ‘หน่วยงานเฉพาะกิจ’ แก้ปัญหาข้ามหน่วยงาน
ไอเดียเจ๋งคือตั้ง ‘สำนักงานบูรณาการจัดการไฟป่าและวิกฤตความร้อน’ ผ่าน พรก. ทำหน้าที่รวมพลังทุกหน่วย มีงบ riêng วางแผนระบบ นำร่องภาคเหนือแบบ Sandbox ก่อน อุดช่องโหว่เรื่องประเมินความเสี่ยงและสื่อสารข้อมูลได้ดีเลย
ข้อจำกัดเชิงพื้นที่ ปัจจัยที่นโยบายต้องเข้าใจ
ภาคเหนือมีป่าเบญจพรรณ เต็งรัง ลาดชัน ชุมชนพึ่งพาป่า ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวทั่วประเทศ ต้อง customize นโยบายให้เข้ากับพื้นที่จริงๆ
สรุปนะครับ ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม คือกุญแจที่ทำให้ปัญหาไม่จบ ผมเชื่อว่า trend สิ่งแวดล้อมกำลังมาแรงในปี 2024 เหมือน tech green ที่ฮอต ถ้าเราใช้ AI satellite monitoring จะหยุดวงจรนี้ได้ ลองแชร์บทความนี้เพื่อสร้าง awareness กันเถอะ สนับสนุนให้รัฐปฏิรูปด่วน! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกผมหน่อยนะ
ที่มา – ช่องโหว่กฎหมาย ‘ไฟป่า-PM2.5’ วิกฤตซ้ำซากที่มากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม