ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวสารบันเทิงและเทคโนโลยีทุกคน! ในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ที่ชาวบ้านกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนสุดขีด วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงและมีมุมเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากมาย

ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น

จากรายงานของ BBC ภาษาเปอร์เซีย ชาวกรุงเตหะรานจำนวนมากกำลังรีบร้อนกักตุนอาหารและของใช้จำเป็น เนื่องจากเสียงระเบิดดังสนั่นเมืองไม่ขาดสาย และไม่มีใครรู้ว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปถึงไหน นัสริน ชาวท้องถิ่นคนหนึ่งเล่าว่า “พวกเราต้องกักตุนของ เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน” เธอและเพื่อนบ้านกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหาร การขึ้นราคาสินค้า และการเข้าถึงสิ่งของพื้นฐานท่ามกลางการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนสงครามจะปะทุ ราคาสินค้าในอิหร่านก็สูงลิ่วอยู่แล้ว จากแรงกดดันค่าครองชีพและมาตรการคว่ำบาตร แต่ตอนนี้ยิ่งแย่หนัก ปูยา ชายหนุ่มในกรุงเตหะรานบอกว่า “ข้าวตอนนี้ราคา 625 โตมาน จากเดิม 530 โตมาน” และสินค้าที่พุ่งแรงสุดคือมันฝรั่ง รัฐบาลอิหร่านสั่งห้ามส่งออกอาหารและผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดเพื่อรักษาสต็อกไว้ให้ประชาชน แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด

เทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคมในสงคราม

ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน ผมเห็นว่าการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลอิหร่านทำให้การสื่อสารยากลำบากยิ่งขึ้น สำนักข่าวต่างชาติอย่าง BBC ต้องอาศัยสัญญาณ斷續ๆ จากชาวบ้านเพื่อรายงานข่าว ชายัน จากเมืองคาราจ บอกว่า “แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแพงขึ้นมาก โดยเฉพาะ Starlink ของอีลอน มัสก์ ที่ราคาพุ่งมหาศาล” นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีดาวเทียมอย่าง Starlink กำลังกลายเป็นความหวังของผู้คนในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ราคาที่สูงขึ้นทำให้เข้าถึงยาก

  • ราคาข้าวพุ่ง 18%: จาก 530 เป็น 625 โตมาน
  • มันฝรั่งขาดตลาด: สินค้าที่กระทบหนักสุด
  • Starlink แพงขึ้น: ทางเลือกดาวเทียมแต่ราคาสูง
  • ผู้เสียชีวิตกว่า 787 คน: นับจาก 28 ก.พ.

โอมิด วัย 26 ปี ในเตหะรานเล่าว่า เขาคิดว่าการโจมตีจะจบเร็วหลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีถูกสังหาร แต่เสียงระเบิดยังดังต่อเนื่อง บางร้านปิดตัว ท้องถนนเงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลาดตระเวนหนัก มาร์ยัม ที่อยู่ใกล้จุดถูกโจมตีบอกว่า “บ้านสั่นสะเทือนทั้งหลัง” แต่เธอเลือกอยู่ต่อและพร้อมประท้วงหากมีโอกาส

สถานการณ์ลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน UAE คูเวต โอมาน และซาอุดีฯ ที่มีฐานทัพอเมริกัน อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่เทลอาวีฟและเป้าหมายอื่นๆ วิดีโอที่ BBC ตรวจสอบยืนยันการระเบิดในทิศตะวันออกของเตหะรานและเมืองปาร์ดีส

มุมมองจากสายตาคนติดตามเทคโนโลยี

จากประสบการณ์ของผมที่ตามข่าวเทคโนโลยี สงครามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า internet blackout เป็นอาวุธสำคัญในการควบคุมข้อมูล Starlink อาจเป็น game changer แต่ต้องทำให้ราคาถูกลงเพื่อช่วยผู้คนจริงๆ ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น นี่คือเครื่องเตือนใจว่าเทคโนโลยีควรเป็นสะพานเชื่อม ไม่ใช่กำแพงกั้น

ในอนาคต เราอาจเห็นเทรนด์ VPN และ satellite internet เติบโตในพื้นที่ขัดแย้ง เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ คุณจะพึ่งพาเทคโนโลยีอะไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้นะ และอย่าลืมติดตามบล็อกเราสำหรับอัปเดตข่าวเทคโนโลยีและเหตุการณ์โลกที่เกี่ยวข้อง!

ที่มา – ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *