ชั้นดินเหนียว-ดินทราย-กิจกรรมในอุโมงค์ สันนิษฐานเหตุดินทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง
ชั้นดินเหนียว-ดินทราย-กิจกรรมในอุโมงค์ สันนิษฐานเหตุดินทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในกรุงเทพฯ นะครับ เหตุการณ์ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่หน้าวชิรพยาบาล ที่ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกไม่ใช่น้อย มันไม่ใช่แค่เรื่องดราม่าจากภาพยนตร์ แต่เป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นจริงๆ จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานมานาน จะมาอธิบายแบบเป็นกันเอง ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าอะไรอาจเป็นสาเหตุหลัก โดยอ้างอิงจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ
ชั้นดินเหนียว-ดินทราย-กิจกรรมในอุโมงค์ สันนิษฐานเหตุดินทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน หลุมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นกินพื้นที่กว้าง จนเกือบจะเข้าไปถึงอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเลยทีเดียว จากภาพข่าวที่เห็น ชั่วโมงแรกๆ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าไปเพิ่ม เพื่อป้องกันดินสไลด์ตัวมากขึ้น และยังมีการทรุดตัวเพิ่มอีกอย่างน้อยสองครั้ง เช่น ปล่องบ่อพักไฟฟ้าที่สไลด์ลงไป และโพรงใต้สถานีตำรวจ
ผมได้ศึกษาข้อมูลจาก รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี ประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพี จากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ท่านอธิบายว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากดินที่ไหลเข้าไปในอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งก่อสร้างเสร็จแล้ว 2-3 เดือน โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานีวชิรพยาบาล ที่เป็นจุดอ่อน เมื่อเกิดช่องโหว่ ดินข้างนอกก็ไหลตามเข้าไปในโถงใหญ่ ทำให้หลุมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ “ยิ่งดินเข้าไปเยอะ ดินข้างนอกมันจึงกลายเป็นหลุมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ” ท่านกล่าวแบบนี้เลยครับ
บทบาทของชั้นดินเหนียวและดินทรายในเหตุการณ์นี้
มาดูรายละเอียดทางเทคนิคกันหน่อยนะครับ อุโมงค์รถไฟฟ้าสายนี้มีสองอุโมงค์ ขาไปและขากลับ แต่เพราะถนนแคบ เลยต้องสร้างแบบซ้อนกัน อุโมงค์ตัวบนอยู่ลึกประมาณ 20 เมตร ในชั้นดินเหนียว ส่วนตัวล่างลึก 30 เมตร ในชั้นทราย ท่านผู้เชี่ยวชาญบอกว่าความแตกต่างนี้สำคัญมาก ดินเหนียวไม่ค่อยไหลตามน้ำ แต่ดินทรายไหลง่าย เหมือนคลองที่กัดเซาะง่ายกว่าถ้าเป็นทราย
สันนิษฐานว่าอาจเกิดการรั่วไหลลงไปถึงชั้นทราย ทำให้ทรายไหลตามน้ำ สร้างโพรงใต้ดิน แล้วดินด้านบนก็ทรุดลงมา พอทรุดแล้ว ดินก็ไหลเข้าโถงอุโมงค์และสถานีต่อ ทำให้หลุมขยายใหญ่ ถ้าไม่หยุดน้ำ มันก็จะลุกลามไม่หยุดครับ ในกรุงเทพฯ ชั้นดินเหนียวอยู่แค่ 20 เมตร แล้วลึกลงไปเป็นทรายหนา 10 เมตร สลับกันไป ซึ่งวิศวกรรู้ดี แต่ความเสี่ยงยังมีอยู่ โดยเฉพาะใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ชั้นดินแปรปรวน
กิจกรรมในอุโมงค์หลังก่อสร้างเสร็จ: ปริศนาที่ยังต้องไข
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ตัวสถานีและอุโมงค์เสร็จสิ้นไปแล้วหลายเดือน ตั้งแต่กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่น่าจะมีก่อสร้างใหญ่ๆ แล้ว แต่ทำไมถึงเกิดขึ้น? รศ.ดร.ฐิรวัตร บอกว่าต้องตรวจสอบกิจกรรมหลังเสร็จ เช่น การเก็บงาน ตกแต่ง หรืออะไรที่ทำให้รอยต่อสั่นสะเทือน “มันสร้างเสร็จไปแล้ว ยังเป็นปริศนาอยู่ว่ามีกิจกรรมอะไรที่ไป trigger ตรงรอยต่อนั้น” ท่านกล่าว
ส่วนท่อประปาที่แตกและน้ำไหล น่าจะเกิดทีหลัง จากการทรุดตัวที่ดึงท่อให้ฉีกขาด แล้วน้ำที่ไหลออกมาก็เร่งให้ทรายไหลเร็วขึ้น เหมือนเหตุการณ์ที่บึงหนองบอนปี 2565 ที่อุโมงค์ระบายน้ำรั่วในชั้นทราย ทำให้ถนนทรุดยาว 100 เมตร แพทเทิร์นคล้ายกันเลยครับ
- ปัจจัยเสี่ยงหลัก: รอยต่ออุโมงค์-สถานีที่อ่อนแอ
- ชั้นดิน: ทรายไหลง่ายกว่าราวเหนียว
- กิจกรรมกระตุ้น: ต้องสอบสวนหลังก่อสร้าง
- บทเรียน: กรุงเทพฯ มีโครงการใต้ดินเยอะ ต้องระวังชั้นทราย
สรุปแล้ว ชั้นดินเหนียว-ดินทราย-กิจกรรมในอุโมงค์ สันนิษฐานเหตุดินทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง น่าจะเป็นการรั่วไหลที่จุดอ่อน ผสมกับกิจกรรมที่ไม่คาดคิด ทำให้เกิดวิบัติครั้งนี้ สำหรับผมในฐานะคนเมือง คิดว่าเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่อย่าง AI ในการตรวจสอบโครงสร้าง ควรนำมาใช้มากขึ้น เพื่อป้องกันภัยแบบนี้ในอนาคต ลองคิดดูสิครับ ถ้ารถไฟฟ้าใต้ดินปลอดภัย เราก็เดินทางสะดวกขึ้นเยอะ
ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะครับ! อย่าลืมติดตามข่าวสารเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ที่มา – ชั้นดินเหนียว-ดินทราย-กิจกรรมในอุโมงค์ สันนิษฐานเหตุดินทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง