ครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ครั้งสุดท้ายก่อนรับกลับบ้าน 11 พ.ค. นี้ ‘แพทองธาร’ ยัน พ่อปฏิบัติตามเงื่อนไขกรมคุมประพฤติ ใส่กำไล EM
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามีข่าวเด่นในวงการบันเทิงการเมืองที่หลายคนรอคอยกันมานาน กับเหตุการณ์ ครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ครั้งสุดท้ายก่อนรับกลับบ้าน 11 พ.ค. นี้ ‘แพทองธาร’ ยัน พ่อปฏิบัติตามเงื่อนไขกรมคุมประพฤติ ใส่กำไล EM ซึ่งเป็นโมเมนต์อบอุ่นและน่าติดตามมากๆ ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารมาอย่างยาวนาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียด พร้อมวิเคราะห์เบื้องหลังให้เข้าใจง่ายๆ กันเลย
ครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ครั้งสุดท้ายก่อนรับกลับบ้าน 11 พ.ค. นี้ ‘แพทองธาร’ ยัน พ่อปฏิบัติตามเงื่อนไขกรมคุมประพฤติ ใส่กำไล EM
เช้าวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. ตรงที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน ครอบครัวชินวัตรทั้ง 6 คนเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง นำโดยพานทองแท้ ชินวัตร กับภรรยา, พินทองทา ชินวัตร หรือน้องอุ๊ พร้อมสามี และ แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ ลูกสาวคนเล็กที่เป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พร้อมสามี พวกเขามาเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 61 เลยทีเดียว!
เหตุการณ์นี้พิเศษสุดๆ เพราะเป็นการเยี่ยมครั้งสุดท้ายผ่านลูกกรง ก่อนที่ทักษิณจะได้พักโทษและกลับบ้านในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2567 เวลา 07.45 น. หลังจากถูกคุมขังมา 241 วัน หรือ 7 เดือน 28 วัน จากนั้นจะเข้าสู่ระบบคุมประพฤติอีก 4 เดือน ก่อนพ้นโทษเต็มตัวในวันที่ 9 กันยายน 2567 เรียกได้ว่านับถอยหลังแล้วจริงๆ
หลังเยี่ยมเสร็จ เวลา 11.00 น. แพทองธารให้สัมภาษณ์สื่อด้วยรอยยิ้มว่า ครอบครัวดีใจมากที่ไม่ต้องคุยผ่านกรงอีกแล้ว วันจันทร์นี้ทุกคนพร้อมรับพ่อกลับบ้านเลย ในห้องเยี่ยม พวกเขาคุยกันเรื่องชีวิตประจำวันและหลานๆ เป็นหลัก ไม่มีเรื่องการเมืองนะครับ ส่วนแผนแรกหลังออกคือพาพ่อไปตรวจสุขภาพทันที
ประเด็นร้อน: กำไล EM และการปฏิบัติตามกฎ
เรื่องที่หลายคนสงสัยคือกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) หรือกำไลติดตามตัว แพทองธารยืนยันชัดเจนว่า พ่อพร้อมปฏิบัติตามทุกเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ ถ้าต้องใส่ก็ใส่ ไม่มีปัญหา เพราะไม่อยากให้เกิดดราม่าตามมา สำหรับคนที่ไม่รู้จัก EM นะครับ มันคือเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้ GPS ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องคุมตัวในเรือนจำ เหมือนนาฬิกาอัจฉริยะแต่สำหรับผู้พักโทษ ในไทยเริ่มใช้มากขึ้นตั้งแต่ปี 2560 ช่วยลดภาระเรือนจำและเพิ่มประสิทธิภาพยุติธรรม
- ข้อดีของกำไล EM: ติดตาม 24 ชม., ส่งแจ้งเตือนถ้าออกนอกพื้นที่, ลดค่าใช้จ่ายเรือนจำ
- ตัวอย่างในไทย: ใช้กับผู้พักโทษกว่า 1,000 คนแล้ว
- เทรนด์โลก: สหรัฐฯ และยุโรปใช้มานาน ไทยกำลังตามทัน
ส่วนที่มีกลุ่มยื่นคัดค้านการพักโทษ แพทองธารบอกว่าเป็นสิทธิปกติ หลังสัมภาษณ์ ครอบครัวยังแวะทักทายกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจหน้าคลองเปรม ก่อนกลับไปเตรียมตัวรับทักษิณ
วิเคราะห์เบื้องหลัง: จากนักการเมืองสู่ครอบครัวอบอุ่น
ในมุมผู้เชี่ยวชาญอย่างผม เห็นว่ากรณีนี้สะท้อนระบบยุติธรรมไทยที่กำลังทันสมัยขึ้นด้วยเทคโนโลยีอย่าง EM ซึ่งช่วยให้ผู้พักโทษกลับสู่สังคมได้เร็วขึ้น ลดปัญหาเรือนจำล้น นอกจากนี้ ภาพครอบครัวชินวัตรยังแสดงให้เห็นด้านมนุษย์ของทักษิณ ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เป็นพ่อที่รักครอบครัว หลังจากนี้ คงมีข่าวอัพเดทสุขภาพและบทบาทใหม่ๆ ของท่านแน่นอน
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเทคโนโลยี EM หรือข่าวบันเทิงการเมือง แนะนำติดตามต่อนะครับ เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นเทรนด์ใหม่ในการใช้เทคคุมประพฤติในไทย อย่าลืมแชร์และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับกำไล EM!