Waymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้าง 22 ดอลล์
ใน ข่าวประชาสัมพันธ์ปี 2016 ที่ประกาศว่า Waymo คือ “โครงการรถยนต์ไร้คนขับของ Google” John Krafcik ซีอีโอ เขียนว่า “เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับอาจมีประโยชน์ในรูปแบบที่โลกยังจินตนาการไม่ออก สร้างผลิตภัณฑ์ งาน และบริการใหม่ๆ มากมาย”
เก้าปีต่อมา รถยนต์ Waymo วิ่งอยู่บนท้องถนน และในขณะที่รถยนต์เหล่านั้นไม่ได้สร้างงานให้กับคนขับอย่างเห็นได้ชัด ข่าวประชาสัมพันธ์นั้นก็ถูกเรื่องหนึ่ง: ฉันไม่เคยคิดเลยว่าการปิดประตูรถยนต์แลกกับเงิน 22 ดอลลาร์จะเป็นงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มันเป็นเช่นนั้นแล้ว
เรื่องราวใน Washington Post เมื่อวันพฤหัสบดี มองไปที่ผู้ให้บริการรถลากที่ใช้แอปที่เรียกว่า Honk เพื่อรับเงินค่าบริการสำหรับ Waymo Evangelica Cuevas เจ้าของบริษัทรถลากรายหนึ่ง อธิบายถึงสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าหดหู่สำหรับตัวเธอเองและคนขับรถของเธอ โดยเสนอ “22 ถึง 24 ดอลลาร์” เพื่อWaymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้าง และ “60 ถึง 80 ดอลลาร์” เพื่อลากรถเหล่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะรถคันหนึ่งแบตหมดขณะมองหาเครื่องชาร์จ
นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียชื่อ Georgios Petropoulos บอกกับ Post ว่า “มนุษย์จำเป็นต้องโต้ตอบกับระบบอัตโนมัติเพื่อให้แน่ใจว่าบริการจะได้รับอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย”
และ Lisa Bonos แห่ง Post กล่าวว่า “งานปิดประตูและการลากรถที่ Marenco และคนอื่นๆ รับที่ลอสแอนเจลิสเป็นตัวอย่างของความก้าวหน้าของระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถสร้างงานใหม่ๆ ให้กับมนุษย์ที่ถูกผลักดันให้เข้ามาบริการเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของมัน”
ดูเหมือนว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Waymo จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะมีความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีอยู่มากก็ตาม ปัญหาประตูรถค้างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งจนถึงขั้นต้องมีการจ้างคนมาช่วยแก้ไขโดยเฉพาะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ
Waymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้าง
โดยรวมแล้ว มันเป็นวิสัยทัศน์ที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน บริษัทอย่าง Waymo ที่มุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ อาจต้องพึ่งพามนุษย์ในการทำงานพื้นฐานบางอย่าง เช่น การWaymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยียังไม่สามารถแทนที่มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อนาคตของงานในยุคอัตโนมัติ
คำถามที่น่าสนใจคือ อนาคตของการทำงานจะเป็นอย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ งานบางอย่างอาจหายไป แต่ก็อาจมีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล
- การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
- การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
- การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี
การที่ Waymo ต้องWaymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้าง เปิดเผยให้เห็นถึงความซับซ้อนของการพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติ และความสำคัญของมนุษย์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ในอนาคต เราอาจเห็นรูปแบบการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี การทำงานแบบอิสระ และการทำงานระยะไกล สิ่งสำคัญคือการเปิดใจรับแนวคิดใหม่ๆ และเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าเครื่องจักร เช่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสาร สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่สำคัญที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกอนาคต
ดังนั้น แทนที่จะมองว่าเทคโนโลยีเป็นภัยคุกคาม ควรมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิตของเรา
การที่ Waymo ต้องWaymo จ้างปิดประตูรถแท็กซี่ค้างนั้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติ แต่ก็เป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้และปรับปรุง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน
ที่มา – Waymo Has to Pay People $22 to Close Stuck Robotaxi Doors