Star Trek TNG กับการเข้าถึงแก่นแท้สิทธิคนข้ามเพศ
Star Trek TNG กับการเข้าถึงแก่นแท้สิทธิคนข้ามเพศ
หากจะพูดถึงซีรีส์ไซไฟระดับตำนานอย่าง Star Trek: The Next Generation (TNG) หลายคนอาจนึกถึงภารกิจในอวกาศหรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่มีหนึ่งตอนที่ออกอากาศไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อนอย่างตอน “The Outcast” ที่ยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงในมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า Star Trek TNG กับการเข้าถึงแก่นแท้สิทธิคนข้ามเพศ ได้อย่างไร แม้มันจะเป็นตอนที่ดูเหมือนเป็นเพียงการเปรียบเทียบเชิงอุปมาอุปไมยในยุค 90s แต่เมื่อมองผ่านเลนส์ปัจจุบัน มันกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ในตอนนี้เราได้พบกับชาว J’Naii เผ่าพันธุ์ที่ไม่มีเรื่องเพศสภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ตัวละคร Soren กลับมีความต้องการที่จะแสดงอัตลักษณ์ความเป็นหญิงออกมาอย่างชัดเจน เธอตั้งคำถามเกี่ยวกับ gender อย่างตรงไปตรงมา และนี่คือจุดที่ทำให้ทฤษฎีเรื่อง Star Trek TNG กับการเข้าถึงแก่นแท้สิทธิคนข้ามเพศ กลายเป็นจริงในใจผู้ชมยุคปัจจุบัน เธอประกาศก้องว่าสิ่งที่เธอรู้สึกไม่ใช่ความเจ็บป่วยและไม่ต้องให้ใครมา “เยียวยา” ซึ่งเป็นประโยคที่สะท้อนถึงการเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มคนข้ามเพศในโลกความเป็นจริงได้เป็นอย่างดี
บทเรียนจากอดีตที่ยังคงร่วมสมัย
แม้บทละครในยุคนั้นอาจจะยังไม่ชัดเจนในเชิงตัวละครคนข้ามเพศจริงๆ หรือการที่นักแสดงเป็นผู้หญิง (cis woman) แต่ความตั้งใจของบทที่สื่อสารผ่านความรู้สึกภายในของ Soren ทำให้เห็นว่า Star Trek TNG กับการเข้าถึงแก่นแท้สิทธิคนข้ามเพศ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ไร้ความหมาย ทุกคำพูดที่เธอโต้ตอบกับ Riker คือการยืนยันตัวตนที่เด็ดเดี่ยว ท่ามกลางสังคมที่ปิดกั้นความเป็นผู้หญิง
- การถูกบังคับให้เข้ารับการ “ปรับทัศนคติ” หรือ conversion therapy ในซีรีส์ สะท้อนถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจริงในสังคม
- ความกล้าหาญของ Soren ในการปฏิเสธการรักษาเพราะมองว่าตนเองไม่ผิดปกติ
- มุมมองของ Riker ที่พร้อมจะปกป้องและเคารพในอัตลักษณ์ของเธอ
ในบทความเรื่อง A Short History of Trans Misogyny ได้มีการกล่าวถึงอนาคตที่พยายามลบภาพความเป็นผู้หญิงออกไป แต่ Soren คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่าผู้หญิงมีความเป็นมายาวนานกว่าสังคมที่พยายามตีกรอบ การต่อสู้ของเธอคือภาพจำที่เปี่ยมไปด้วยพลัง แม้ซีรีส์จะจบลงด้วยความสูญเสีย แต่แง่คิดที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และทรงพลังกว่าหลายๆ บทความในปัจจุบัน
ในมุมมองของผม แม้ตอน The Outcast จะมีจุดที่น่ากังขาในเรื่องการนำเสนอ แต่อิทธิพลของมันกลับส่งต่อถึงผู้คนได้อย่างมหาศาล มันแสดงให้เห็นว่าสื่อบันเทิงคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจความหลากหลายของมนุษย์ได้ดีขึ้นเสมอ และท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ความมั่นใจในการยืนหยัดเพื่อตัวตนของคุณเองคือสิ่งที่มีค่าที่สุดครับ
ที่มา – Over 30 Years Ago, ‘Star Trek: The Next Generation’ Accidentally Cut to the Heart of Trans Rights
