Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI

มีรายงานว่า Meta เตรียมที่จะลดจำนวนพนักงานในส่วน Reality Labs ซึ่งเป็นส่วนงานที่ดูแลด้าน VR และ AR ลงประมาณ 10% หรือประมาณ 1,500 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 15,000 คน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของ Meta ที่จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี AI มากยิ่งขึ้น

Reality Labs เดิมคือ Oculus บริษัทผู้ผลิตชุดหูฟัง VR ที่ก่อตั้งโดย Palmer Luckey และได้รับทุนสนับสนุนผ่าน Kickstarter ต่อมาถูก Facebook (ซึ่งปัจจุบันคือ Meta) ซื้อกิจการในปี 2014 และได้พัฒนามาเป็นหน่วยงานที่เน้นด้าน “virtual and augmented reality” ของ Meta โดยรับผิดชอบการผลิตชุดหูฟัง, แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Stories รวมถึงซอฟต์แวร์ VR และ AR ต่างๆ เช่น Horizon Worlds

Andrew Bosworth CTO ของ Meta ได้เรียกประชุมพนักงาน Reality Labs โดยเรียกการประชุมครั้งนี้ว่าเป็น “การประชุมที่สำคัญที่สุด” ของปี และระบุว่าพนักงานควรเข้าร่วมด้วยตนเอง คาดว่าการประชุมนี้จะจัดขึ้นในวันถัดจากวันที่แผนการเลิกจ้างถูกประกาศอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า Meta จะลดงบประมาณของ Reality Labs ลง 30% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Meta กำลังเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI มากขึ้น

Meta ได้ประกาศแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Meta Compute โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างขีดความสามารถในการประมวลผล AI “tens of gigawatts” ภายในสิ้นทศวรรษ 2020 การสร้างเหล่านี้วัดในหน่วยกิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้พลังงานของเมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น “tens of gigawatts” จึงหมายถึงศูนย์ข้อมูลที่จะใช้ไฟฟ้ามากกว่าสิบเท่าของเมืองซานฟรานซิสโก

เพื่อบรรเทาแรงเสียดทานที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI Meta ได้ว่าจ้าง Dina Powell McCormick อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดี George W. Bush และ Donald Trump ให้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานของ Meta

Mark Zuckerberg CEO ของ Meta กล่าวว่า “วิธีการที่เราออกแบบ ลงทุน และร่วมมือเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะกลายเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์”

Zuckerberg เคยใช้คำว่า “ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์” ในปี 2022 เพื่ออธิบายถึงแรงผลักดันของเขาสำหรับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ metaverse โดยระบุว่า “การเปิดใช้งานประสบการณ์ที่มากขึ้นคือแรงผลักดันหลัก และการป้องกันความเสี่ยงจากภายนอกก็เป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว”

Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI

ผลกระทบจากการที่ Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI

การที่ Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทิศทางของบริษัท จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ metaverse ตอนนี้ Meta กำลังหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของ VR และ AR และอาจนำไปสู่การพัฒนา AI ที่รวดเร็วขึ้น

การตัดสินใจ Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI ครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยบริษัทต่างๆ กำลังลงทุนใน AI มากขึ้น และลดการลงทุนในเทคโนโลยีอื่นๆ ที่อาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ในระยะสั้น

การที่ Meta ลดคน VR/AR 1,500 คน มุ่ง AI เป็นการตัดสินใจที่สำคัญและอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของทั้ง Meta และอุตสาหกรรมโดยรวม การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่า Meta กำลังปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในตลาด และมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสร้างผลกำไรมากที่สุด

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่นี้อาจหมายถึงจุดจบของความฝัน Metaverse ที่ Meta เคยประกาศเอาไว้ หรืออาจเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ Meta กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับ AI

คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของ Meta อย่างไร? และเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นแค่ไหน?

ที่มา – Meta Reportedly Cutting About 1,500 VR and AR Jobs Amid Renewed Push to Become an AI Juggernaut

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *