FAA เริ่มปลดล็อกแบนเที่ยวบินความเร็วเหนือเสียงในสหรัฐฯ
FAA เริ่มปลดล็อกแบนเที่ยวบินความเร็วเหนือเสียงในสหรัฐฯ
การเดินทางข้ามทวีปในเวลาที่สั้นลงอาจกลายเป็นความจริงอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ FAA ได้ประกาศเสนอการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบครั้งสำคัญ เพื่อยกเลิกคำสั่งห้ามทำการบินด้วยความเร็วเหนือเสียง (Supersonic Flight) เหนือพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นนโยบายที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1973 ทำให้ยุคสมัยแห่งการเดินทางที่รวดเร็วเกินกว่าเสียงกำลังจะกลับมามีลุ้นอีกครั้ง
ในอดีต ปัญหาใหญ่ของการบินแบบ supersonic คือภาวะ Sonic Boom หรือคลื่นกระแทกที่เกิดจากเครื่องบินบินเร็วกว่าความเร็วเสียง ส่งผลให้เกิดเสียงดังสนั่นและแรงสั่นสะเทือนที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินบนพื้นดิน ย้อนไปในปี 1964 กองทัพสหรัฐฯ เคยทดสอบในโครงการ Operation Bongo II ที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนในเมืองโอคลาโฮมาซิตี้อย่างหนัก จนกลายเป็นที่จดจำในแง่ลบมาจนถึงปัจจุบัน
เทคโนโลยีใหม่และการปลดล็อก FAA เริ่มปลดล็อกแบนเที่ยวบินความเร็วเหนือเสียงในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าในด้านวิศวกรรมการบินและวัสดุศาสตร์ในยุคปัจจุบันทำให้ FAA มั่นใจว่าเราสามารถลดมลภาวะทางเสียงจนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แนวคิดใหม่ๆ เช่น Mach Cutoff ที่ช่วยให้คลื่นเสียงสะท้อนกลับขึ้นไปในบรรยากาศแทนที่จะตกลงมายังพื้นดิน กำลังเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนเกมนี้
บริษัทเอกชนอย่าง Boom Supersonic ที่นำโดย Blake Scholl กำลังพัฒนาเครื่องบินรุ่น Overture ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60-80 คน โดยตั้งเป้าที่จะบินด้วยความเร็วเหนือเสียงโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต เห็นได้ชัดว่า FAA เริ่มปลดล็อกแบนเที่ยวบินความเร็วเหนือเสียงในสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตเครื่องบินเอกชนได้รับคำแนะนำและมาตรฐานการบินที่ชัดเจน เพื่อรังสรรค์นวัตกรรมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ความท้าทายที่ยังคงอยู่ไม่ได้มีเพียงเรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึง:
- การพิสูจน์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากค่าตั๋วโดยสารในอนาคตอาจมีราคาสูง
- การได้รับความยอมรับจากชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางการบิน
- มาตรฐานความปลอดภัยด้านการขึ้น-ลงจอดสำหรับอากาศยานความเร็วสูง
ในขณะที่ NASA ก็กำลังทดสอบเครื่องบินต้นแบบ X-59 ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถบินด้วยความเร็ว Mach 1.4 โดยแทบไม่สร้างผลกระทบทางเสียงต่อคนข้างล่าง การเปลี่ยนแปลงกฎครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่เป็นก้าวสำคัญของวิศวกรรมการบินเชิงพาณิชย์ที่กำลังพยายามเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกการเดินทาง
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อกฎระเบียบผ่านการอนุมัติและเครื่องบินรุ่นใหม่เริ่มออกบินจริง ราคาตั๋วจะมีราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไปหรือไม่ หรือนี่จะเป็นเพียงของเล่นสำหรับเหล่าเศรษฐีเท่านั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากทำสำเร็จ เราอาจได้เห็นการเดินทางข้ามประเทศที่เร็วขึ้นกว่าเท่าตัวในอนาคตอันใกล้
ที่มา – FAA Takes First Step to Scrap the Ban on Supersonic Flights Over the U.S.
