Data Center ต้องลดใช้ไฟช่วงคลื่นความร้อนรุนแรง
ในสัปดาห์นี้ สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงมาก ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมพลังงานของสหรัฐฯ จึงได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้เหล่า Data Center ต้องลดใช้ไฟช่วงคลื่นความร้อนรุนแรง เพื่อช่วยลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลัก ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนนับล้านคน
Data Center ต้องลดใช้ไฟช่วงคลื่นความร้อนรุนแรง
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ทำให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพิ่มขึ้นมหาศาล ความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องทำงานหนักตลอดเวลาทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานเต็มกำลัง ซึ่งในสถานการณ์ปกติอาจไม่มีปัญหา แต่เมื่อเจอกับคลื่นความร้อนระดับสูง หน่วยงานจัดการโครงข่ายพลังงานอย่าง PJM จึงต้องขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่สลับไปใช้พลังงานสำรองของตัวเองแทน
เหตุผลที่ Data Center ต้องลดใช้ไฟช่วงคลื่นความร้อนรุนแรงในวิกฤตนี้
กรมพลังงานคาดการณ์ว่ามีแหล่งพลังงานสำรองที่ยังไม่ได้ใช้งานอยู่กว่า 35 กิกะวัตต์ทั่วประเทศ ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนกว่า 26 ล้านหลัง กลยุทธ์ในการจัดการพลังงานครั้งนี้รวมถึง:
- การบังคับใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Backup Generation) ณ ศูนย์ข้อมูล
- การประสานงานกับผู้ให้บริการโครงข่ายเพื่อลดแรงกดดันในช่วงเวลาที่คนเปิดแอร์พร้อมกันมากที่สุด
- การเก็บสำรองพลังงานไว้เพื่อกรณีฉุกเฉินสำหรับบริการสาธารณะที่สำคัญ
แม้ว่ามาตรการนี้จะมีความกังวลเรื่องมลพิษจากเครื่องปั่นไฟแบบดีเซลหรือก๊าซธรรมชาติ แต่ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับในระดับภูมิภาค โดยคำสั่งนี้จะไม่ครอบคลุมถึงสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ
การที่ Data Center ต้องลดใช้ไฟช่วงคลื่นความร้อนรุนแรงสะท้อนให้เห็นว่าในยุค AI เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมดิจิทัลกับความมั่นคงทางพลังงานอย่างจริงจัง หากผู้ประกอบการไม่เตรียมระบบพลังงานสำรองให้ดีพอ การเติบโตของเทคโนโลยีอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานในอนาคต
ที่มา – Energy Department Wants Data Centers to Stop Draining the Grid During Brutal Heat Wave
