ผู้เขียน: lalika69_admin

Meta อาจใช้จ่าย 145 พันล้านดอลลาร์ปีนี้เพราะ AI

วันพุธเป็นวันสำคัญของวงการเทคโนโลยี เมื่อ Meta, Google, Amazon และ Microsoft รายงานผลประกอบการพร้อมกันในช่วงบ่าย จากทั้งสี่บริษัท Meta กลับเป็นผู้แพ้ชัดเจน หุ้นร่วงกว่า 7% แม้รายได้ไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 33% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021

Meta อาจใช้จ่าย 145 พันล้านดอลลาร์ปีนี้เพราะ AI

สาเหตุหลักน่าจะมาจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายทุนที่สูงลิ่วอยู่แล้ว โดย Meta ระบุว่าการใช้จ่ายทุนปี 2026 จะเพิ่มอย่างน้อย 10 พันล้านดอลลาร์จากที่คาดไว้ และอาจทะลุ 145 พันล้านดอลลาร์ CEO Mark Zuckerberg ย้ำถึง “ความมั่นใจใน的投资นี้” โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาหน่วยความจำ

กระแส AI บูมนำไปสู่การขยายศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา ส่งผลให้อุปทานชิปหน่วยความจำทั่วโลกตึงตัวและราคาพุ่งสูง สร้างวิกฤตหน่วยความจำระดับโลกที่กระทบไม่เพียง Meta และอุตสาหกรรม AI แต่ยังทำให้ราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอย่างแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟนพุ่งปรี๊ด

ตัวเลข 145 พันล้านดอลลาร์ของ Meta เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 72 พันล้านดอลลาร์ที่ใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว และ Zuckerberg กำลังเดิมพันทั้งหมดกับความพยายามพลิกเกม AI

Meta ตามหลังในศึก AI แต่กำลังเร่งไล่ตาม

Meta ถูกทิ้งห่างในสนามแข่งขัน AI ขณะที่คู่แข่งอย่าง Google พุ่งทะยานไปไกล เมื่อประมาณ 10 เดือนก่อน Zuckerberg ยอมรับสถานการณ์และประกาศแผนไล่ตามครั้งใหญ่ ทุ่มเงินพันล้านๆ ไปกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงดึงตัวบุคลากรจากทั่วอุตสาหกรรม เช่น Alexandr Wang ผู้ก่อตั้ง Scale AI มาบริหาร Meta Superintelligence Labs

หลายคนกังวลกับการลงทุนนี้ เพราะการเดิมพันครั้งใหญ่ล่าสุดในเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่าง Metaverse ล้มเหลวยับ ในรายงานผลประกอบการล่าสุด Reality Labs ซึ่งรับผิดชอบ Metaverse ขาดทุนจากการดำเนินงานกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายได้เพียง 402 ล้านดอลลาร์ สะสมขาดทุนกว่า 80 พันล้านดอลลาร์ใน 6 ปีที่ผ่านมา

แต่ผู้เชี่ยวชาญค่อนข้างมองโลกในแง่ดีกับ AI ครั้งนี้ เพราะต้นเดือนนี้ Meta เปิดตัว Muse Spark โมเดล AI เจนเนอเรชันแรกที่วางแผนโอเพ่นซอร์สในอนาคต เป็นก้าวแรกที่ถูกต้อง แต่ Meta ยังต้องทำมากกว่านี้เพื่อยืนยันความสำเร็จ

“นี่คือผลงานชิ้นแรกจาก Meta Superintelligence Labs แสดงให้เห็นว่างานของเรากำลังไปตามแผนในการสร้างแล็บชั้นนำ” Zuckerberg ปลอบนักลงทุนในการประชุม “ตอนนี้เรามีโมเดลที่แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้”

ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านั้นรวมถึงเอเจนต์ AI สองตัว สำหรับใช้งานส่วนตัวและธุรกิจตามที่ Zuckerberg กล่าว

“เรากำลังทดสอบเวอร์ชันต้นแบบของ AI ธุรกิจ และการสนทนารายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตั้งแต่ต้นปี” Zuckerberg กล่าว

AI แสดงผลชัดเจนในด้านภายใน Meta CFO Susan Li ระบุว่าผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนต่อสัปดาห์บน Facebook และ Instagram กำลังดูวิดีโอที่แปลและพากย์ด้วย AI บริษัทยังนำโมเดล AI ใหม่ไปใช้ในโฆษณาและระบบแนะนำ เพื่อปรับแต่งฟีดให้ส่วนตัวยิ่งขึ้น

“เนื่องจากระบบแนะนำของเราทำงานในสเกลใหญ่ เราจะทยอยนำเทคโนโลยีใหม่นี้มาใช้” Zuckerberg กล่าว “แนวโน้มในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาชัดเจนว่า เรากำลังเห็นผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจาก engagement ของผู้ใช้และมูลค่าให้ advertiser”

AI ยังเข้ามาครอบงำภายใน Meta บริษัทกำลังเลิกจ้างพนักงาน 10% และเสนอ buyout สมัครใจให้ 7% ของพนักงานสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนเป็นเทรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กวาดวงการ Silicon Valley

ผู้บริหารไม่ยอมรับว่าการเลิกจ้างเกี่ยวข้องกับ automation แต่ Li กล่าวว่ารูปแบบการดำเนินงานที่ “ผอมลง” จะช่วยชดเชยการลงทุนมหาศาล

การลงทุน Meta อาจใช้จ่าย 145 พันล้านดอลลาร์ปีนี้เพราะ AI นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนหรือไม่? นักลงทุนต้องจับตาดูผลงานต่อไป หาก Muse Spark และเอเจนต์ AI สร้างรายได้จริง Meta อาจพลิกกลับมาเป็นผู้นำได้ ลองติดตามพัฒนาการ AI ล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Meta Could Spend $145 Billion This Year Due to AI

Anthropic วางแผนแซงมูลค่า OpenAI รอบระดมทุนถัดไป

วงการ AI กำลังเดือดอีกครั้ง เมื่อ Bloomberg รายงานจากแหล่งข่าว “คนใกล้ชิด” ว่า Anthropic กำลังเตรียมรอบระดมทุนครั้งใหม่ที่จะทำให้บริษัทมีมูลค่าพุ่งทะลุ 900 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า OpenAI คู่แข่งหลักที่เพิ่งปิดรอบทุนเมื่อเดือนที่แล้วที่ 852 พันล้านดอลลาร์ ถ้าข่าวนี้เป็นจริง Anthropic จะกลายเป็นแชมป์ใหม่ด้านมูลค่าบริษัท AI ทันที

Anthropic วางแผนแซงมูลค่า OpenAI ในรอบระดมทุนถัดไป

ทำไมข่าว Anthropic วางแผนแซงมูลค่า OpenAI ในรอบระดมทุนถัดไป ถึงน่าจะเกิดขึ้นจริง? ลองดูจากตลาดรอง (secondary markets) ที่หุ้น Anthropic ถูกซื้อขายในราคาที่ทำให้มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว แม้จะเป็นบริษัทเอกชน แต่มีข่าวลือหนาหูว่าจะ IPO ในปีนี้ ถ้าสำเร็จ หุ้นจะเข้าตลาดหุ้นสาธารณะ ทำให้เทรดได้กว้างขึ้น

รอบระดมทุนล่าสุดของ Anthropic ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งถึง 380 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นแบบหักห้ามใจในเวลาไม่ถึง 3 เดือน ก่อนหน้านี้月初 มีรายงานว่า Anthropic ปฏิเสธข้อเสนอทุนที่ให้มูลค่า 800 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าบริษัทมั่นใจในศักยภาพตัวเองมาก

สาเหตุที่ Anthropic วางแผนแซงมูลค่า OpenAI ในรอบระดมทุนถัดไป

  • รายได้พุ่งจากลูกค้าเอ็นเทอร์ไพรส์: Anthropic เริ่มเก็บรายได้พันล้านดอลลาร์จากลูกค้าธุรกิจ ทำให้ผู้ถือหุ้น OpenAI เริ่มรู้สึกเสียดายที่เคยประเมินต่ำเกินไป ตามรายงานของ Financial Times
  • โมเมนตัมตลาดรอง: ราคาหุ้นใน secondary markets สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ แสดงความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
  • การเติบโตเร็ว: จาก 380 พันล้านเป็น 900 พันล้านในเวลาไม่กี่เดือน สะท้อนกระแส AI boom

แต่ต้องมีดาว asterisk ใหญ่ๆ นั่นคือ Pentagon ประกาศว่า Anthropic เป็น “ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน” สั่งห้ามผู้รับเหมาของกระทรวงกลาโหมทำธุรกิจด้วย Anthropic กำลังฟ้องร้องเรื่องนี้อยู่ และอนาคตยังไม่แน่นอน แต่ดูเหมือนนักลงทุนใน Sand Hill Road จะไม่สนใจคำขู่จาก Pentagon เลย ส่งสัญญาณว่าธุรกิจ AI ของ Anthropic แข็งแกร่งเกินกว่าจะหยุดยั้งได้

การแข่งขันระหว่าง Anthropic กับ OpenAI ไม่ใช่แค่เรื่องมูลค่าบริษัท แต่เป็นสงครามเพื่อครองตลาด AI generative ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด Anthropic เน้นโมเดล Claude ที่ปลอดภัยและโปร่งใส ขณะที่ OpenAI มี ChatGPT ที่ดังระดับโลก แต่รายได้จาก enterprise ของ Anthropic กำลังมาแรง อาจพลิกเกมได้

ปี 2026 นี้คาดว่าจะเป็นปีทองของ IPO เทคยักษ์ ถ้า Anthropic IPO จริง มูลค่าอาจทะลุฟ้า นักลงทุนควรจับตาใกล้ชิด เพราะ AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจ

คุณคิดยังไงกับข่าว Anthropic วางแผนแซงมูลค่า OpenAI ในรอบระดมทุนถัดไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าว AI ล่าสุด!

ที่มา – Anthropic Reportedly Plotting to Surpass OpenAI’s Valuation in Next Funding Round

ทำไม Bolt เสี่ยงถูกสั่งระงับให้บริการในประเทศไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตในวงการเทคและขนส่งกันหน่อยนะ เรื่องของ Bolt แอปเรียกรถราคาถูกจากเอสโตเนียที่เข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2563 แต่ตอนนี้กำลังเจอปัญหาใหญ่โตจนมีข่าวลือหนาหูว่า ทำไม Bolt เสี่ยงถูกสั่งระงับให้บริการในประเทศไทย กันแน่? จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญล่าสุดที่ไรเดอร์ Bolt ก่อคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและพรากผู้เยาว์นักเรียนหญิงวัย 14 ปี จนเธอต้องกระโดดหนีจากรถที่แยกเพชรเกษม 81 เพื่อเอาชีวิตรอด มันกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้รัฐบาลไทยตื่นตัวเต็มที่เลยครับ

ทำไม Bolt เสี่ยงถูกสั่งระงับให้บริการในประเทศไทย: ช่องโหว่หลักๆ ที่น่าเป็นห่วง

ปัญหาหลักเลยคือความหละหลวมในการตรวจสอบคุณสมบัติไรเดอร์ครับ ในคดีนี้ ผู้ก่อเหตุไม่มีแม้แต่ใบขับขี่ แต่กลับใช้ไอดีของพ่อตัวเองมาสวมรอยรับงานได้! นี่คือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรงที่ Bolt ยังควบคุมไม่ได้จริงๆ จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามวงการ ride-hailing มานาน ชอบเห็นแอปพวกนี้เน้นราคาถูกแต่ละเลย safety มากเกินไป โดยเฉพาะการปล่อยให้เกิด ‘สวมรอยไอดี’ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในไทย

ยิ่งไปกว่านั้น กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ส่งสัญญาณเตือนชัดเจน ใบรับรองธุรกิจของ Bolt จะหมดอายุเดือนพฤษภาคม 2569 ถ้าไม่แก้ปัญหา เช่น ให้รถและคนขับจดทะเบียนถูกต้อง (รย.17 และ รย.18) ตามเส้นตาย ก็อาจไม่ต่อใบอนุญาต! สถิติจาก ขบ. น่าตกใจมาก ใน 4 เดือนล่าสุด การจับกุมรถผิดกฎผ่านแอป 1 ใน 3 เป็นของ Bolt และตั้งแต่ปี 2565 มีคดีเกี่ยวข้องถึง 2,193 คดี จากทั้งหมด 6,000 กว่าคดี ปัญหายังไม่ลดลงเลยครับ

รัฐบาลไทยเข้มงวดแค่ไหน?

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับ ETDA ประสานเสียงเดียวกัน รัฐพร้อมใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะ พ.ร.ฎ. ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพิ่มโทษทั้งแพ่ง-อาญา ขีดเส้น 90 วันให้ทุกแอปพัฒนาระบบยืนยันตัวตน ถ้าไม่ได้ ETDA สั่งปิดบริการได้ทันที! นี่คือเทรนด์ที่กำลังมาแรงใน SEA หลังจาก Uber ถอนตัวไป Grab ก็เคยโดนเข้มแบบนี้ Bolt เลยต้องเร่งมือ

  • ปัญหาหลัก: สวมรอยไอดี, ไม่จดทะเบียนรถ
  • สถิติ: คดีพุ่งสูง 1 ใน 3 ของการจับกุม
  • เส้นตาย: ใบอนุญาตหมด พ.ค. 2569 + 90 วันยืนยันตัวตน

Bolt ตอบโต้ยังไง?

ทาง Bolt ประเทศไทย โดยผู้จัดการทั่วไป ชี้แจงว่ายังไม่นิ่งนอนใจ ระงับบัญชีไรเดอร์ผิดกฎกว่า 40,000 รายแล้ว กำลังผลักดันให้เข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย และลงทุน AI ตรวจสอบตัวตนเพื่อแก้ปัญหายั่งยืน ฟังดูดีนะครับ แต่ต้องพิสูจน์ผลงานจริงๆ

จากมุมมอง expert อย่างผม Bolt ยังมีโอกาสรอดถ้าเร่งปรับระบบให้ได้มาตรฐาน เหมือน Grab ที่เคยพลิกเกมได้ แต่ถ้าช้าเกิน อนาคตในไทยอาจจบเห่! เทรนด์ ride-hailing กำลังไปสู่ ‘safety first’ ด้วย AI และ big data ผู้ใช้อย่างเราต้องเลือกแอปที่เชื่อถือได้

สุดท้าย ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามข่าวใกล้ชิด และใช้บริการอย่างระวัง เช่น เช็คข้อมูลคนขับก่อนขึ้นรถ ถ้า Bolt แก้ได้ทัน จะเป็น win-win สำหรับตลาดราคาถูกในไทย ลองแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้วยนะ!

ที่มา – ทำไม Bolt เสี่ยงถูกสั่งระงับให้บริการในประเทศไทย

Google ให้ OpenAI กังวล 20 พันล้านเหตุผล

วันพุธที่ผ่านมา Google รายงานผลประกอบการที่ทำให้โลกตะลึง เมื่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่นี้ทำรายได้เติบโตสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี รายได้พุ่งกระฉูด 20% ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยส่วนใหญ่มาจากยอดขายถึง 20 พันล้านดอลลาร์ของหน่วยธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งที่ดูแลโครงการ AI สุดล้ำ

Google ให้ OpenAI กังวล 20 พันล้านเหตุผล

ข่าวนี้ยิ่งหนักหน่วงเพราะแค่วันก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรม AI ยังสั่นคลอนจากรายงานของ Wall Street Journal ที่เผยว่า OpenAI พลาดเป้ารายได้และยูสเซอร์ เพราะการเติบโตของ ChatGPT ชะลอตัวช่วงปลายปีที่แล้ว จน CFO Sarah Friar ถึงกับกังวลว่าจะจ่ายค่าคอมพิวติ้งคอนแทรคต์ได้หรือไม่ สาเหตุหลักคือ Google Gemini แย่งส่วนแบ่งตลาดไปจาก ChatGPT

OpenAI ยังไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนสาธารณะ จึงไม่มีตัวเลขการเงินเปิดเผยให้เปรียบเทียบอย่างชัดเจน แต่ในฐานะผู้สร้าง ChatGPT OpenAI เคยครองตำแหน่งผู้นำมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระแส AI hype เมื่อ 2-3 ปีก่อน ทว่าในช่วงหลายเดือนมานี้ ตำแหน่งนั้นถูกท้าทาย โดยเฉพาะหลังจาก Google ปล่อย Gemini 3 ที่ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม เพียงไม่กี่สัปดาห์ Gemini 3 ก็ทำให้ OpenAI ต้องประกาศ “code red” ภายในบริษัท

Google ให้ OpenAI กังวล 20 พันล้านเหตุผลจากรายได้ AI

OpenAI มีเหตุผลสองเท่าให้กลัวรายงานผลประกอบการวันพุธนี้ เพราะตัวการสำคัญคือผลิตภัณฑ์แข่งขันของ Google ที่ทำรายได้พุ่งปรี๊ด “ผู้มีส่วนร่วมหลักในการเติบโตของ Cloud ไตรมาสนี้คือโซลูชัน AI ที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการโมเดลชั้นนำอย่าง Gemini 3” Anat Ashkenazi CFO ของ Alphabet บริษัทแม่ Google กล่าวในการประชุมผลประกอบการ CEO Sundar Pichai ยังเผยว่าโมเดลเปิดของ Google ถูกดาวน์โหลดไปกว่า 500 ล้านครั้ง

Google กำลังกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ AI ไม่ใช่แค่แข่งกับผู้ให้บริการเครื่องมืออย่าง OpenAI หรือ Anthropic แต่ยังท้าชน Nvidia ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ชิป TPU ของ Google ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง Meta Ashkenazi ระบุว่าพวกเขากำลังเห็น “ความต้องการคอมพิวต์ AI ที่ไม่เคยมีมาก่อนทั้งภายในและภายนอก”

จุดเด่นของ Google คือครองทั้งเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งผู้บริหารมองว่านี่คือกุญแจสู่ความสำเร็จ “การเป็นเจ้าของโมเดลแนวหน้าและซิลิคอนของตัวเองช่วยให้เรานำหน้าคู่แข่ง” Pichai กล่าว ตำแหน่งนี้ยังทำให้ธุรกิจคลาวด์ของ Google เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของบูม AI นักลงทุนทุ่มเงินมหาศาลไปกับ AI และรายงานล่าสุดของ OpenAI ทำให้หลายคนเริ่มกังวล แต่ตัวเลขของ Google อาจช่วยคลายใจได้ชั่วคราว

สำหรับอนาคต ผู้บริหาร Google เผยว่าตอนนี้โฟกัสที่ AI Overviews การผสาน AI เข้ากับ Search Pichai มองว่า “มีโอกาสมหาศาลสำหรับ agentic AI ในบริบทของ Search” ซึ่งคือระบบ AI ที่ค้นหาเว็บแทนคุณ แม้จะมีทั้งสำเร็จและล้มเหลวบ้าง “เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การลงทุนในแนวทาง full-stack AI ทำให้เราพร้อมนำประสบการณ์นี้สู่ Search” เขากล่าว คาดว่าจะมีข่าว Search ที่ Google I/O กลางเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่ยืนยันเรื่อง AI

ด้าน Gemini ผู้บริหารบอกว่ามุ่งเน้นเวอร์ชันฟรีก่อน และโฆษณาน่าจะมาในอนาคต “โฆษณาเป็นส่วนสำคัญในการขยายสเกลไปสู่พันล้านคน หากทำดีจะมีคุณค่ามาก” Philipp Schindler Chief Business Officer กล่าว

  • Google ครองทั้งโมเดล AI และชิป ทำให้แข็งแกร่งเหนือคู่แข่ง
  • OpenAI ต้องเร่งพัฒนา ChatGPT เพื่อสู้ Gemini
  • บูม AI ยังไปต่อ แม้ OpenAI ชะลอตัว

ในมุมมองผม Google กำลังแซงหน้าอย่างชัดเจนด้วย ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ OpenAI ควรหันมาโฟกัส infrastructure มากขึ้นเพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งตลาด คุณล่ะคิดว่า AI ผู้นำคนต่อไปคือใคร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวเทคอัพเดทอื่นๆ ได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – Google Gives OpenAI 20 Billion Reasons To Worry

Marvel Rivals ชวนดูคลิป Avengers เตรียม Doomsday

Avengers: Doomsday ยังเหลืออีก 8 เดือนกว่าจะฉาย แต่ Marvel ทุกส่วนกำลังเร่งสร้างความตื่นเต้น รวมถึง Marvel Rivals ที่ชวนผู้เล่น Marvel Rivals ชวนดูคลิป Avengers เตรียม Doomsday โดยให้หยุดเล่นชั่วคราวเพื่อดูคลิปจากหนัง Avengers แทน!

Marvel Rivals ชวนดูคลิป Avengers เตรียม Doomsday

NetEase ปล่อยทีเซอร์คอนเทนต์ใหม่ที่จะมาถึงในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดตัวแคมเปญ “Path to Doomsday” ที่จะนับถอยหลังสู่หนัง Avengers: Doomsday ด้วยคอนเทนต์ธีมจากหนัง Avengers แต่ละเรื่องของ MCU เริ่มต้นด้วย The Avengers (2012) นอกจากสกินและโหมดเล่นแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีอะไรเด็ดๆ มากมาย

สกินและโหมด PvP ใหม่จาก MCU

อัปเดตสัปดาห์นี้มีสกิน Loki และ Iron Man ออกแบบตามหนัง The Avengers พร้อมโหมด PvP แบบ asymmetrical ที่ทีม Captain America, Iron Man, Black Widow, Hulk, Thor, และ Hawkeye สู้กับ Loki ขนาดบอสสุดยักษ์!

  • สกิน MCU: Loki และ Iron Man สไตล์ 2012
  • โหมด PvP ใหม่: ทีม Avengers 6 คน vs Loki บอส
  • Path to Doomsday: นับถอยหลังหนังแต่ละเรื่อง

แต่ไฮไลต์สุดแปลกคือในแผนที่ล็อบบี้ Times Square ที่จะกลายเป็นโรงหนังและจุดถ่ายรูปชั่วคราวเดือนหน้า! ผู้เล่นสามารถนั่งดูไฮไลต์ฉากต่อสู้ New York สุดเข้มข้นจาก The Avengers แล้วรับ “The Avengers” gallery card

นอกจากนี้ยังมีโฟโต้บูธให้ recreate ฉากดังจากหนัง โดยใช้สกินตัวละคร Avengers ที่มีในเกม (แต่เสียดายที่เปลี่ยนตัวละครอื่นไม่ได้ เช่น Luna Snow มาทำ Hulk smash Loki ไม่ได้นะ)

🎉 WATCH. CAPTURE. CELEBRATE.
ทีม Avengers ยึด Times Square แล้ว! มานั่งแถวหน้า ดูโมเมนต์ไอคอนิกบนจอใหญ่ รับ gallery card แล้วไปถ่ายรูปกับ Earth’s Mightiest Heroes ที่ Gift Shop!

จากอัปเดตนี้ เราคาดว่า Path to Doomsday จะมีคอนเทนต์ธีมหนัง Avengers เรื่องอื่นๆ ตามมา แต่การให้รางวัลจากการดูคลิปหนังแทนการเล่นเกมจริงๆ มันแปลกๆ หน่อยนะ แม้จะสนุกสำหรับแฟน MCU ก็เถอะ อัปเดต Marvel Rivals ชวนดูคลิป Avengers เตรียม Doomsday เริ่มพรุ่งนี้ถึง 28 พฤษภาคม

นี่คือโอกาสดีที่ Marvel Rivals จะผสานจักรวาลเกมกับ MCU ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ hero shooter ธรรมดา ถ้าคุณเป็นแฟน Marvel อย่าพลาด! ลองไปเช็ค Times Square แล้วแชร์โมเมนต์ Avengers ของคุณในโซเชียลสิ

อยากอัปเดตข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe หรือ Doctor Who เพิ่ม? คลิกดูได้เลย!

สรุปแล้ว แคมเปญนี้เจ๋งมากสำหรับแฟนที่รอ Doomsday ไปลองเล่นและเตรียมตัวกันเถอะ!

ที่มา – ‘Marvel Rivals’ Wants You to Prepare for ‘Doomsday’ by Watching ‘Avengers’ Clips In-Game

แหล่งพลังงานทองคำฝังใต้สหรัฐ ไม่ใช่น้ำมัน

เมื่อพูดถึงทรัพยากรพลังงานที่สำคัญ สิ่งแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือ น้ำมัน ลม ถ่านหิน และแสงอาทิตย์ แต่มีแร่ธาตุสำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐฯ ทำงานได้อย่างราบรื่น และหน่วยงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) เพิ่งค้นพบแหล่งสำรองขนาดมหาศาลของมันในภาคตะวันออกของสหรัฐฯ นั่นคือ แหล่งพลังงานทองคำฝังใต้สหรัฐ ไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นลิเธียม!

แหล่งพลังงานทองคำฝังใต้สหรัฐ ไม่ใช่น้ำมัน อยู่ที่ไหน

ตามการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Springer Nature พบว่า ภูมิภาค Appalachians มีลิเธียมที่สามารถขุดได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 2.3 ล้านตันเมตริก โดยเฉพาะในรัฐ Carolinas รัฐเมน และนิวแฮมป์เชอร์ ปริมาณนี้เพียงพอที่จะทดแทนการนำเข้าของสหรัฐฯ ได้นานถึง 328 ปี เมื่อเทียบกับระดับปีที่แล้ว

ลิเธียมไม่ใช่เชื้อเพลิงโดยตรง แต่เป็นส่วนประกอบหลักในระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่ช่วยรักษาความเสถียรของโครงข่ายไฟฟ้า สมดุลอุปสงค์-อุปทาน และสนับสนุนการรวมพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ลิเธียมยังใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีสำคัญอื่นๆ

ความสำคัญของแหล่งพลังงานทองคำฝังใต้สหรัฐ ไม่ใช่น้ำมัน

“การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า Appalachians มีลิเธียมเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของชาติ—เป็นส่วนสนับสนุนหลักต่อความมั่นคงแร่ธาตุของสหรัฐฯ ในช่วงที่ความต้องการลิเธียมทั่วโลกพุ่งสูง” Ned Mamula ผู้อำนวยการ USGS กล่าวในแถลงการณ์ USGS คาดว่าความต้องการลิเธียมจะเพิ่มขึ้นกว่า 48 เท่าภายในปี 2040 จากการผลิต EV และการกักเก็บพลังงาน

เมื่อ 30 ปีก่อน สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตลิเธียมอันดับ 1 ของโลก แต่ปัจจุบัน落后ไปเนื่องจากอุปสรรคด้านกฎระเบียบและการเงิน ทำให้การผลิตย้ายไปต่างประเทศ

ปัจจุบัน ลิเธียมส่วนใหญ่ขุดจากออสเตรเลีย จีน และชิลี แม้จีนไม่ใช่ผู้ผลิตอันดับ 1 แต่ครองการแปรรูปเกือบทั้งหมด ในปี 2025 สหรัฐฯ พึ่งพาการนำเข้าลิเธียมมากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้สหรัฐฯ เร่งขยายการผลิตและแปรรูปในประเทศ

นักธรณีวิทยา USGS ใช้แผนที่ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน การสุ่มตัวอย่างทางเคมี การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ และบันทึกแร่ธาตุในการประเมิน จากนั้นจำลองด้วยชุดข้อมูล pegmatites ลิเธียมทั่วโลก พบลิเธียมออกไซด์ 2.3 ล้านตัน สามารถผลิตแบตเตอรี่ขนาดโครงข่าย 1.6 ล้านชุด หรือ EV 130 ล้านคัน

  • ปริมาณลิเธียม: 2.3 ล้านตันเมตริก
  • ทดแทนนำเข้า: 328 ปี
  • ผลิต EV: 130 ล้านคัน
  • แบตเตอรี่โครงข่าย: 1.6 ล้านชุด

แต่การขุดแหล่งนี้ยังเผชิญอุปสรรค กฎระเบียบและการเงินทำให้โครงการลิเธียมใช้เวลากว่า 10 ปี ปัจจุบันมีเพียง 3 โครงการที่กำลังก่อสร้างจริง (ข้อมูลสิงหาคม 2025 จาก Federal Reserve Bank of Dallas)

อย่างไรก็ตาม การผลิตลิเธียมสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้น รัฐบาลหลายสมัยผลักดันการขุดและแปรรูปแร่สำคัญ รัฐบาลทรัมป์ปัจจุบันมองว่าการครองตลาดของจีนเป็นภัยคุกคามความมั่นคง ในเดือนมีนาคม ประธานาธิบดีสั่งเร่งอนุญาต เปิดพื้นที่สหพันธ์ และใช้เงินทุนรัฐ

แม้จะถูกวิจารณ์จากนักสิ่งแวดล้อมที่กังวลนโยบายสีเขียว แต่เป็นก้าวสำคัญ การพัฒนาแหล่งพลังงานทองคำฝังใต้สหรัฐ ไม่ใช่น้ำมัน จะใช้เวลายาวนาน แต่จะช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติ

การค้นพบนี้เป็นโอกาสทองสำหรับสหรัฐฯ ในการเสริมความมั่นคงพลังงาน คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะใช้ประโยชน์จากแหล่งนี้ได้อย่างไร? แสดงความเห็นด้านล่างและติดตามข่าวพลังงานเพิ่มเติม!

ที่มา – An Untapped Energy Goldmine Is Buried Beneath the US—and No, It’s Not Oil

ยังไม่ดู Witch Hat Atelier แล้วทำอะไรอยู่?

ในงานโชว์เคสเกมสุดอลังการ มีคำศัพท์ที่เรียกว่า “vertical slice” ซึ่งเป็นส่วนตัวอย่างที่โชว์ระบบและกลไกหลักของเกมทั้งหมด Witch Hat Atelier ก็มีตอนที่คล้ายกันเป๊ะในตอนที่ 5—ตอนที่ยกระดับให้เป็นตัวเต็งอนิเมะแห่งปี และชวนถามว่า ยังไม่ดู Witch Hat Atelier แล้วทำอะไรอยู่?

เราพูดถึงการดัดแปลงมังงะของ Kamome Shirahama โดยสตูดิโอ Bug Films มาเยอะแล้ว หลังจากเลื่อนออกมา ก็พิสูจน์ตัวเองด้วยตอนแรกสุดมหัศจรรย์ ซีรีส์นี้เตือนถึงอันตรายของการลัดขั้นตอนวาดภาพ (ไอเอไออ่ะนะ) และเป็นทางเลือกเจ๋งแทน Harry Potter ของ HBO สุดๆ

ตอนแรกอธิบายระบบเวทมนตร์ที่วาด ไม่ใช่ร่าย วางพื้นเรื่องเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความสุขในการเรียนรู้ทักษะใหม่ และภัยร้ายที่กำลังมา แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีตอนไหนรวมคุณสมบัติเด็ดทั้งหมดได้ครบแบบตอนที่ 5

ยังไม่ดู Witch Hat Atelier แล้วทำอะไรอยู่? ตอนที่ 5 คือ Vertical Slice สุดยอด

ซีรีส์ผ่านthree-episode test อย่างงดงาม และตอนที่ 5 (คะแนน IMDb สูงสุด) คือ vertical slice ที่โชว์ศักยภาพมังงะเต็มๆ มาดูกันว่าทำไม

Io9 2025 Spoiler

ยังไม่ดู Witch Hat Atelier แล้วทำอะไรอยู่? เนื้อเรื่องตอน Dragon’s Labyrinth

ชื่อตอน “The Dragon’s Labyrinth” Coco และเพื่อนๆ ติดอยู่ใน迷宫สไตล์ M.C. Escher กับมังกรเวลส์ยักษ์ ภารกิจคือหาทางออกจากพอร์ทัลเวทที่ไล่ตามแม่มดหมวกปีกกว้างเข้าไป โมเมนต์ต่ำสุด: Agott โมโห Coco ที่ชนตอนวาดเวท ลากถึงแม่ที่กลายเป็นหินเพราะเวทต้องห้าม Tetia ก็กลัวจนโทษ Coco Richeh ง่วงๆ สาวๆ ตกอยู่ในวังวนจริงๆ

หลัง Coco กับ Tetia คุยกัน พวกเธอรวมหัววางแผนลบเวท迷宫 แสดงกระบวนการวาดเวทสุดอลัง—ร่างก่อนลงสี ลองเวทจนพอดี แผนเจ๋งของ Coco: ใช้เวทย์เมฆครึ่งๆ กลางๆ ของ Tetia ทำเตียงยักษ์ใหมังกร! เวทมนตร์ควรทำให้มีความสุขจริงๆ พวกเธอชนะแบบชิลๆ ล่อมังกรนอนเมฆหลังโดนจมูก นี่แหละที่ทำให้การวาดดูตื่นเต้นที่สุด

แต่ไม่จบง่ายๆ 迷宫ถล่ม มังกรโกรธ Qifrey (หน้าคล้าย Gojo แต่เกิดก่อน) โชว์พลังแม่มดตัวจริง สวยจนบรรยายไม่ถูก ไปดูเองเถอะ

ท้ายตอน แม่มดหมวกปีกกว้างโมโนล็อกแผนชั่วร้ายใส่ Coco Coco ร้องไห้กลัวเสียเพื่อน Qifrey ชมว่าเก่ง แล้วเพลง ED tropical ชิลๆ แต่ดนตรีตัด! Qifrey จ้องร้านขายหมึกน่ากลัว สั่งให้ปิดปาก มีอะไรมากกว่าที่เห็น สัญญาว่าตอนต่อไปเดือดแน่

ดู Witch Hat Atelier ทุกวันจันทร์บน Crunchyroll ได้เลย

อยากอัพเดทMarvel, Star Wars, Star Trek, DC, Doctor Who? มาดูกัน

ยังไม่ดู Witch Hat Atelier แล้วทำอะไรอยู่? รีบไปสตรีมตอนนี้เลย อนิเมะเวทวาดภาพที่พลาดไม่ได้ มันคืออนิเมะแห่งปีจริงๆ!

ที่มา – If You Aren’t Watching ‘Witch Hat Atelier’ by Now, What Are You Even Doing?

นักวิจัยเปิดแล็บระเบิดในเท็กซัส

การระเบิดไม่ได้เป็นแค่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นกุญแจสำคัญสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่! ล่าสุด นักวิจัยเปิดแล็บระเบิดในเท็กซัส ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการทดลองการระเบิดแบบควบคุม โดย Texas A&M University ได้ประกาศเปิดตัว Detonation Research Test Facility (DRTF) นี้ เพื่อเปลี่ยนพลังงานดิบให้กลายเป็นความก้าวหน้าทางฟิสิกส์ ในสาขาวิศวกรรม ดาราศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

นักวิจัยเปิดแล็บระเบิดในเท็กซัส: ความยิ่งใหญ่ของ DRTF

แล็บนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างและควบคุมการระเบิดในขนาดที่ห้องแล็บธรรมดาทำไม่ได้ Scott Jackson ผู้อำนวยการด้านเทคนิค กล่าวในวิดีโอว่า “DRTF สามารถศึกษาว่าจะเปลี่ยนเปลวเพลิงให้กลายเป็นการระเบิด หรือดับมันลงเพื่อป้องกันความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร” แล็บได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี 2021 และเสร็จสิ้นขั้นตอนความปลอดภัยเมื่อปีที่แล้ว

แนวคิดนี้มาจากชุมชนเหมืองถ่านหิน ที่ต้องการให้科学家ตรวจสอบว่าก๊าซธรรมชาติจะระเบิดหรือไม่ แล็บ DRTF สามารถจำลองการระเบิดแบบ detonation ซึ่งเป็นคลื่นกระแทกเร็วสูงในท่อยาว 500 ฟุต (152 เมตร) เต็มไปด้วยมีเทนและอากาศ ห่อหุ้มด้วยผนังเหล็กและตัวลดเสียงแบบดิน เพื่อลดเสียงรบกวน เซ็นเซอร์ขั้นสูงและเลเซอร์บันทึกทุกความเคลื่อนไหวของเปลวเพลิง

นักวิจัยเปิดแล็บระเบิดในเท็กซัสเพื่ออะไร

Elaine Oran ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์จาก Texas A&M อธิบายว่า “ขึ้นอยู่กับเชื้อเพลิง สภาวะ และก๊าซรอบข้าง การจุดไฟจะสร้างเปลวเพลิง turbulent ความเร็วสูงและคลื่นกระแทก ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็น detonation ได้เอง” นักศึกษาปริญญาเอก Zachary Weidman ยอมรับว่ามีความกังวลเพราะพลังงานมหาศาล แต่ตอนนี้เริ่มตีพิมพ์งานวิจัยและเชิญนักวิจัยอื่นมาแล้ว

การระเบิดอยู่ทุกหนแห่งในวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่บิกแบงที่เริ่มจักรวาล ไปจนถึงซูเปอร์โนวาที่ดาวฤกษ์ตาย หรือแม้แต่ nanodiamonds จากการระเบิดระดับนาโน Oran กล่าวว่า “การระเบิดคือการปล่อยพลังงานท้องถิ่นที่รุนแรงและรวดเร็ว จนเกิดคลื่นกระแทก DRTF จะศึกษาตั้งแต่พฤติกรรมพื้นฐานของของไหล ไปจนถึงผลกระทบต่อวัสดุรอบข้าง”

ประโยชน์ของแล็บระเบิดในเท็กซัส

ในระดับเล็ก การระเบิดอาจขับเคลื่อนเครื่องบิน hypersonic รุ่นใหม่ Jackson ชี้ว่า DRTF สร้าง detonation ที่ Mach 5 (5 เท่าความเร็วเสียง) ในเวลาไม่ถึง 5 วินาที เครื่องยนต์แบบ detonation จะใช้การระเบิดรวดเร็วเพื่อผลักดันตัวเอง

  • ศึกษาการป้องกันภัยพิบัติอุตสาหกรรม
  • พัฒนาเครื่องยนต์อนาคต
  • เข้าใจกำเนิดจักรวาล
  • วิเคราะห์ฟิสิกส์การเผาไหม้ในวิศวกรรมและดาราศาสตร์

Oran สรุปว่า “ทุกสิ่งที่เรเรียนรู้เกี่ยวกับคลื่นปฏิกิริยาจะช่วยแก้ปัญหาความปลอดภัย เครื่องยนต์ และกำเนิดจักรวาล” นักวิจัยเปิดแล็บระเบิดในเท็กซัส จึงไม่ใช่แค่แล็บ แต่เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนความกลัวการระเบิดให้เป็นโอกาส

คุณคิดอย่างไรกับแล็บสุดล้ำนี้? มันจะนำพาความก้าวหน้าอะไรมาสู่โลกใบนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าววิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – Researchers Just Opened a Literal Explosions Lab in Texas

การตายใหญ่ Daredevil: Born Again เปลี่ยนหลังถ่ายทำ

Daredevil: Born Again ซีซั่น 2 อาจไม่ค่อยฮิตติดชาร์ตเรตติ้ง แต่แฟนๆ ที่ติดตามอยู่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคือสโลว์เบิร์นที่คุ้มค่ากับการรอคอย และสัปดาห์นี้ก็มีพลิกผันสุดช็อกที่ทำให้ทุกคนตาค้าง! คุณคงคิดว่าการตายของตัวละครสำคัญต้องถูกวางแผนมาตั้งแต่เขียนสคริปต์ แต่ไม่ใช่เลย มันถูกตัดสินใจในห้องตัดต่อหลังถ่ายทำเสร็จแล้ว

Io9 2025 Spoiler

เสียใจด้วยนะแฟนๆ รองนายกเทศมนตรี Daniel Blake ที่รับบทโดย Michael Gandolfini

การตายใหญ่ Daredevil: Born Again เปลี่ยนหลังถ่ายทำ

Buck Cashman ที่ Arty Froushan แสดง ในตอนที่ 7 “The Hateful Darkness” คือคนที่จัดการ Blake ออกไปจากเรื่อง ในจุดไคลแมกซ์ทั้งคู่ที่เป็นพวกเดียวกันกับ Kingpin (Vincent D’Onofrio) หรือ Mayor Wilson Fisk ต่างทะเลาะกันเรื่องชะตากรรมของนักข่าว BB Urich (Genneya Walton) ขณะต่อสู้กัน Cashman ก็ยิง Blake ตายคาที่

แต่ตามที่ Variety รายงาน เดิมทีฉากนี้ไม่ใช่แบบนี้ Cashman ยิงแต่ไม่โดน ให้ Blake หนีรอดไป แต่ต้องโกหก Kingpin ทีหลัง

เหตุผลที่การตายใหญ่ Daredevil: Born Again ต้องเปลี่ยน

Showrunner Dario Scardapane รู้สึกว่าถ้า Blake รอดชีวิตแล้วกลับไปทำงานกับ Fisk มันดูจืดชืด “meh” และไม่ใช่เรื่องราวที่น่าติดตาม “เขากับ Buck ในความสัมพันธ์บิดเบี้ยวแบบเพื่อนสนิท ต้องซื่อสัตย์กับตัวตนของตัวเอง นั่นคือโมเมนต์สุดท้าย เพราะหลังจากนั้นมันเหมือน coda ที่แปลกและน่าเบื่อ ไม่มี payoff”

ในห้องตัดต่อ ทีม Daredevil ลอง mock up ฉากใหม่แบบด่วนๆ “คุณได้ยินเข็มตกได้เลยในห้องตัดต่อ เหมือนตอนจบตอนนั้นเลย Holy shit!” Scardapane เล่า

ทั้งสองนักแสดงก็ได้รับแจ้งว่าฉากเปลี่ยนใหญ่ นักแสดงตอบรับดีมาก โดยเฉพาะ Gandolfini ที่บอกว่า “It’s the right choice.”

Scardapane เสริมว่า “ตลกดีที่มีฉากถ่าย Blake หลังโมเมนต์นั้นแล้ว แต่รู้สึกว่ามันเล่าเรื่องผิด มันแสดงให้เห็นว่าพวกเรารักตัวละครนี้มาก รู้ว่าควรตายแต่อดใจไม่ไหว”

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตอนที่ 7 เข้มข้นขึ้นมาก กลายเป็นจุดหักเหที่แฟนๆ พูดถึงกันทั่วโซเชียล มันพิสูจน์ว่าการตัดต่อคือเวทมนตร์ที่ทำให้ซีรีส์ดีขึ้นได้จริงๆ โดยเฉพาะใน Marvel series ที่ตัวละครเยอะและพล็อตซับซ้อน

  • เดิม: Blake รอด หนีไป โกหก Kingpin
  • ใหม่: Cashman ยิงตายทันที ดราม่าสุดๆ
  • ผลลัพธ์: ตอนจบที่ช็อกและ earned

Daredevil: Born Again ซีซั่น 2 ฟินาเล่ฉาย 5 พฤษภาคม บน Disney+ อย่าพลาด!

อยากอัพเดทข่าว io9 ต่อ? เช็คคิว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe, และ Doctor Who

การตายใหญ่ Daredevil: Born Again เปลี่ยนหลังถ่ายทำ แสดงให้เห็นว่าความยืดหยุ่นในโปรดักชั่นสำคัญแค่ไหน ลองคิดดูถ้าไม่เปลี่ยน เรื่องคงจืดไปเลย คุณคิดยังไงกับการพลิกผันนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัพเดท Marvel ซีรีส์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – This Week’s Big ‘Daredevil: Born Again’ Death Was Changed After Filming