ผู้เขียน: lalika69_admin

KPop Demon Hunters และ Expedition 33 กำลังมาแรง

KPop Demon Hunters และ Expedition 33 กำลังมาแรง

KPop Demon Hunters ที่ฉายทาง Netflix และเกม Clair Obscur: Expedition 33 จากบริษัท Sandfall Interactive กลายเป็นสองงานสร้างที่ทำได้ประทับใจผู้ชม-ผู้เล่นในปีนี้ ทั้งที่เริ่มจากแนวคิดเดิมแต่อัพเกรดให้สดใหม่จนสร้างความประหลาดใจอย่างมาก

แม้จะเพิ่งเปิดตัวต้นปี KPop Demon Hunters ได้รับคำชื่นชมต่อเนื่องจนมีแผนสร้างภาคต่อ พร้อมกับเพลงประกอบ ‘Golden’ ที่ล่าสุดถูกส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในขณะเดียวกันสองวงดนตรีในเรื่องอย่าง Huntrix และ Saja Boys ก็สามารถแซงวงจริงอย่าง BTS และ Blackpink บนชาร์ต Spotify สหรัฐ

ความสำเร็จส่งผลต่อวงการ K-pop

เรื่องราวนี้ไม่ได้หยุดแค่ในจอ เนื่องจากศิลปิน K-pop ที่มีชื่อจริงถึงขั้น cover เพลง และแสดงความชื่นชมผลงาน ขณะที่ผู้ชมก็เริ่มต้นทวีตเรียกร้องให้ Netflix เร่งสร้างภาคต่อและพัฒนาเป็นซีรีส์ทางทีวีอีกด้วย

ในส่วนของ Clair Obscur: Expedition 33 เกมแนว Turn-based RPG จากดีเวลอาร์น้องใหม่ แม้จะมีรากฐานจากแฟรนไชส์ญี่ปุ่นระดับตำนานอย่าง Final Fantasy และ Persona แต่กลับสร้างสีสันให้อุตสาหกรรมเกมที่กำลังเจอช่วงล้มละลายและการเลิกสร้างทวีคูณ โดยเฉพาะการนำเอาส่วนผสมดนตรีและบทสรุปที่พลิกความคาดหมาย

KPop Demon Hunters เป็นปรากฏการณ์สื่อบันเทิง

เมื่อดูจากกระแสตอบรับ จะพบได้ว่าสิ่งที่ KPop Demon Hunters เพลง ‘Golden’ กระตุ้นคือการเปิดประตูสู่การสร้างผลงานดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ ตรงข้ามกับยุคที่สตูดิโอและผู้สร้างต่างหันไปทำผลงานรีบูตหรือรีเมคกันยกใหญ่ ดังจะเห็นได้จากเทรนด์ของ Expedition 33 ที่พยายามเติมเต็มจักรวาลเกมที่เคยถูกละเลย

จากนี้ไปทั้ง KPop Demon Hunters และ Expedition 33 กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของผลงานดั้งเดิมที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนยั่งยืนได้ แม้แต่ในตลาดที่ดูเหมือนต้องพึ่งการรีบูตเพื่อความมั่นคง

ที่มา – ดูคลิปแฟนๆ แชร์ชั่วโมงต่อชั่วโมงของเกม Expedition 33

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของสองผลงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ของเนื้อหาที่ดูเผินๆ อาจธรรมดา แต่เมื่อได้ลงมือทำอย่างจริงใจ ก็สามารถก้าวไปไกลกว่าที่ใครก็ตามคาดถึง ยิ่งหากผลงานต่อไปที่สร้างขึ้นในอนาคตเลือกจะยึดแนวทางการสร้างสรรค์ของ KPop Demon Hunters และ Expedition 33 ได้อย่างแท้จริง วงการบันเทิงก็จะได้รับของเล่นใหม่ๆ ที่พร้อมเปลี่ยนเกมและสร้างแรงบันดาลใจ

M3GAN 2.0 แอนดรอยด์สยองขวัญไม่ฉายในญี่ปุ่น

แอนดรอยด์สยองขวัญ M3GAN 2.0 ที่ถูกระงับฉายในญี่ปุ่น

แม้จะมีความหวังไว้สูงแต่สำหรับแฟนภาพยนตร์แอนดรอยด์สยองขวัญอย่าง M3GAN 2.0 ต้องผิดหวังไม่น้อยเมื่อทาง Universal ตัดสินใจระงับการฉายในญี่ปุ่นหลังจากที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้ว่าจะจัดฉายในวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ซึ่งทางทวิตเตอร์ทางการของภาพยนตร์ในญี่ปุ่นได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ‘เราขอบคุณในความสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทุกท่าน และขอความเข้าใจในความตัดสินใจครั้งนี้’

เส้นทางของ M3GAN 2.0 ในตลาดโลก

M3GAN 2.0 เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมิถุนายนในภูมิภาคอื่นๆ ก่อนจะเผชิญกับการแข่งขันสุดหินจาก How to Train Your Dragon และ F1 ส่งผลให้รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิสลดฮวบจนทำให้ Jason Blum ซีอีโอของ Blumhouse ยอมรับว่าพวกเขาประเมินความอเนกประสงค์ของภาพยนตร์เรื่องนี้สูงเกินไป

การที่ M3GAN 2.0 ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นยิ่งสะท้อนภาพรวมของการตอบรับของผู้ชมทั่วโลกว่า บางทีเราอาจไม่ได้เห็นแอนดรอยด์ตัวนี้กลับมาอีกครั้งง่ายๆ หรืออาจไม่ได้เห็นเลย แม้จะยังไม่มีการประกาศจาก Universal ว่าจะปล่อยเวอร์ชั่นสตรีมมิ่งใน region นี้เมื่อไหร่แต่ผู้ชมที่รออยู่ก็ยังมีทางเลือกอยู่บ้าง

  • ชมแบบดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา
  • รอรีลีซในไม่มีเรตติ้งแบบแผ่นจริงในวันที่ 23 กันยายน

ลูกเล่นใหม่จากแฟรนไชส์ M3GAN 2.0

แม้เวอร์ชั่นแอนดรอยด์สยองขวัญต้นแบบของ M3GAN 2.0 จะถูกยกเลิกแต่องค์ประกอบอื่นของแฟรนไชส์อย่างภาคแยกอย่าง SOULM8TE ยังคงมีกำหนดการเปิดตัวในเดือนมกราคม 2026 โดยนักแสดงหลัก Lily Sullivan และ David Rysdahl จะกลับมาในบทเกี่ยวกับมนุษย์ที่ซื้อสาวหุ่นยนต์มาแก้ความเศร้าจากการสูญเสียภรรยา

ด้วยแนวทางที่แปลกใหม่จากภาคแยกนี้ แฟนๆ อาจได้เห็นชีวิตใหม่ของแอนดรอยด์ M3GAN ต่อจากนี้ แต่จนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าว คนไทยที่ติดตามเรื่องของ M3GAN 2.0 นี้คงต้องติดตามจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จอโรงภาพยนตร์

M3GAN 2.0 ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่มากก็น้อยสะท้อนภาพรวมของวงการหนังสยองขวัญสมัยใหม่ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ การที่ภาพยนตร์ถูกระงับการฉายยังเป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตอาจต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ถ้าอยากให้เหล่าหุ่นยนต์อย่างแอนดรอยด์ M3GAN ยังเป็นที่จดจำและกลับมารุ่งเรืองได้ในอนาคต

ผู้อ่านที่ติดตามการพัฒนาของ M3GAN 2.0 ยังสามารถติดตามข่าวอัปเดตด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมป็อปจาก Marvel, Star Wars, Star Trek และ Doctor Who ได้เช่นกัน อย่าลืมเป็นกำลังใจให้ทีมผู้สร้าง M3GAN 2.0 แอนดรอยด์สยองขวัญด้วย

ที่มา – M3GAN 2.0 ระงับฉายในญี่ปุ่น

มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจ

มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจ: หลักฐานเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เชื่อหรือไม่ว่าพฤติกรรมการเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจของมนุษย์มีรากฐานมาตั้งแต่ยุคสำริด ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบหลักฐานทางพันธุกรรมในหินปูนบนฟันโบราณจากแหล่งโบราณคดีหนองรัตชวาต จังหวัดสระบุรี ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบริโภคเมล็ดพลูไม่ใช่แค่เพียงวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจมาถึง 4,000 ปีก่อนหน้านี้

หลักฐานใหม่ท้าทายประวัติศาสตร์

มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจด้วยวิธีการเคี้ยวเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า “หมาก” ซึ่งประกอบด้วยเมล็ดอินจันทน์ เถ้าปูน ใบพลู และบางครั้งรวมถึงเปลือกไม้หรือยาสูบ การผสมวัตถุดิบด้วยน้ำลายมนุษย์ในห้องทดลองช่วยให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสถาบันอื่นๆ สามารถตรวจจับสารอัลคาลอยด์อเรโคลีน (Arecoline) และอเรไคดีน (Arecaidine) ได้ภายในหินปูนฟันที่วิเคราะห์จากกระดูกของคนจำนวนหนึ่ง

การทดลองทางโบราณคดียืนยันวิธีการดั้งเดิม

นักวิจัยได้ทดสอบกระบวนการผลิตหมากอย่างจริงจัง โดยการใช้เมล็ดพลูแห้ง เถ้าปูนสีชมพู ใบพลู (Piper Betel) และเปลือกสุพรรณิการ์ (Senegalia Catechu) ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้ทราบว่าพฤติกรรมการเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจเกิดขึ้นสม่ำเสมอพอที่อนุภาคจะถูกสะสมในหินปูนฟัน แม้จะไม่พบคราบเหลืองที่มักเกิดจากการเคี้ยวหมาก แต่ความไม่แน่ชัดนี้สะท้อนความยืดหยุ่นของวัฒนธรรมบริโภค

สารทางชีวโมเลกุลบอกเล่าประวัติศาสตร์

ดร. ชานนอน ทัสชิงแกรม (Shannon Tushingham) นักวิทยาการโบราณคดีจากแคลิฟอร์เนียชี้ว่า “การใช้ มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของมนุษย์ในด้านการใช้พืชทางจิตใจ” โดยกระบวนการสะสมในหินปูนฟันให้ภาพรวมทางพฤติกรรมแม้ขาดหลักฐานทางกายภาพอื่นๆ

  • พบสารอเรโคลีนจากหินปูนฟันของมนุษย์ยุคสำริด
  • การเคี้ยวหมากอาจเชื่อมโยงพิธีกรรมหรือวัฒนธรรมทางสังคม
  • เมล็ดพลูไม่ใช่แค่ “ยาเสพติด” แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาท้องถิ่นอายุ 4,000 ปี

ความเสี่ยงสุขภาพซ่อนอยู่ในมนุษย์ยุคโบราณ

แม้การบริโภคเมล็ดพลูจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสร้างความรู้สึกสบายใจ แต่การใช้อย่างหนักในปัจจุบันสัมพันธ์กับมะเร็งช่องปากและโรคหัวใจ กลุ่มวิจัยระบุว่าหลักฐานจาก มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจ ช่วยเตือนใจเราว่าภูมิปัญญาเก่าแก่ก็อาจมีผลเสียแฝง

การค้นพบนี้เปิดแนวทางใหม่ในการศึกษาพืชและสารเสพติดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับพืชทางจิตใจสืบทอดกันมา การเข้าใจ มนุษย์ยุคสำริดเสพติดเมล็ดพลูมีฤทธิ์ทางจิตใจ คือการเชื่อมโยงวัฒนธรรมปัจจุบันกับรากทางวิวัฒนาการของมนุษย์

ที่มา – Bronze Age Humans Got High on Psychoactive Betel NutsResearchers found a way to “make the invisible visible,” revealing an ancient drug practice.

มาร์โกต์ ร็อบบี้ อาจร่วมงานกับทิม เบอร์ตันในรีเมก Attack of the 50 Ft. Woman

มาร์โกต์ ร็อบบี้ อาจเป็นดาวเด่นในภาพยนตร์ Attack of the 50 Ft. Woman ฉบับรีเมกของทิม เบอร์ตัน

ในปี 2024 มีข่าวที่น่าตื่นเต้นจากวงการฮอลลีวูด เมื่อทิม เบอร์ตันเตรียมกำกับภาพยนตร์รีเมก Attack of the 50 Ft. Woman ให้กับทางวอร์เนอร์บราเธอร์ส โดยมีบทภาพยนตร์จากจิลเลียน ฟลินน์ มาร์โกต์ ร็อบบี้ นักแสดงเจ้าของบทบาทบาร์บี้ในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ อาจรับบทนำในโปรเจกต์นี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองสำหรับแฟนๆ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันครั้งใหม่ระหว่างเบอร์ตันและร็อบบี้หลังความสำเร็จจาก Barbie และ Beetlejuice Beetlejuice

ข้อมูลจากเว็บไซต์Varietyระบุว่า มาร์โกต์อยู่ในขั้นตอนสนทนากับทีมโปรดักชัน โดยเนื้อเรื่องต้นฉบับเล่าถึงหญิงสาวร่ำรวยที่กลายเป็น巨人หลังจากเผชิญสิ่งมีชีวิตต่างดาว และการใช้พลังใหม่นี้เพื่อแก้แค้นสามีนอกใจ เจ้าของบทบาทนี้อาจต้องใช้ทักษะการแสดงหลากหลายระดับ ทั้งความหลอนระทึกและอารมณ์สะเทือนใจ โดยร็อบบี้อาจผลิตภาพยนตร์เองผ่านบริษัทLuckyChapอีกด้วย

การกลับมาร่วมมือของเบอร์ตันและวอร์เนอร์บราเธอร์ส

การตัดสินใจรีเมก Attack of the 50 Ft. Woman ของทิม เบอร์ตัน นับว่าเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากต้นฉบับปี 1958 ของนาธาน เฮิร์ซ ถือเป็นคลาสสิกไซไฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้เคยถูกพัฒนาเป็นเวอร์ชันทีวีปี 1993 โดยคริสโตเฟอร์ เกสต์กับดาร์ริล แฮนนะห์ แต่โปรเจกต์นี้ยังไม่เคยถูกถ่ายทอดทางโรงในรูปแบบสมัยใหม่ นี่จึงเป็นโอกาสให้เบอร์ตันได้ตีความเรื่องราวด้วยสไตล์โกธิคแฟนตาซีเฉพาะตัว

บทบาทของร็อบบี้ใน Attack of the 50 Ft. Woman รีเมก

หากมาร์โกต์ ร็อบบี้ตอบรับบทนี้ เธอจะต้องสร้างการเปลี่ยนผ่านจากหญิงสาวนักวิทยาศาสตร์สู่ผู้หญิงยักษ์ใหญ่ความสูง 50 ฟุต ด้วยความเชี่ยวชาญในการแสดงดราม่าผสมอารมณ์ร้ายที่เธอแสดงผ่านทั้ง Barbie และ Birds of Prey แฟนๆ คาดหวังว่าเธอจะสามารถถ่ายทอดความซับซ้อนของตัวละครต้นฉบับที่ผสมผสานความเสียใจ อารมณ์ขัน และความโกรธได้สมจริง

สำหรับผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฮอลลีวูดยุคใหม่ การที่ Attack of the 50 Ft. Woman ถูกนำมาพัฒนาอีกครั้งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความต้องการเรื่องราวสัตว์ประหลาด (หรือมนุษย์ยักษ์) ที่มีมิติทางสังคม โดยเฉพาะการนำประเด็นเพศและอำนาจมาสู่ตัวละครหลัก

  • ความสำเร็จของ Barbie ส่งผลให้วอร์เนอร์กล้าเสี่ยงกับโปรเจกต์แปลกใหม่
  • ร่วมกันอีกครั้งระหว่างทิม เบอร์ตันและมาร์โกต์จะเป็นจุดขายสำคัญ
  • การปะทะท่ามกลางความใหญ่โตของมนุษย์หญิงกับความหลอนยุคใหม่ที่แฟนๆรอคอย

ในขณะที่รอการประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้ติดตามสามารถสำรวจโลกของ ตัวตุ่นในตำรา ที่ ผู้กำกับและบริษัทวอร์เนอร์ติดใจกันตั้งแต่ต้น นี่อาจเป็นโปรเจกต์ที่ไม่ใช่การล้อเลียนแบบในอดีต แต่เติมเต็มคุณภาพดราม่าและความคลั่งคลั่งของเบอร์ตั้นอย่างเต็มอิ่ม

ทั้งนี้ ผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของภาพยนตร์แนวแฟนตาซีจาก Gizmodo Thai เพื่ออัพเดตข่าวบล็อกบัสเตอร์ล่าสุดอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นข่าว MCU, สตาร์วอร์ส และ สตาร์เทรค ที่จะอัพเดตตามออกมาในระยะใกล้

ที่มา – Margot Robbie May Be Our New Attacking 50 Foot WomanThe ‘Barbie’ star could headline Tim Burton’s upcoming remake of ‘Attack of the 50 Ft. Woman.’

รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร ชวนไทยช่วยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ ถกแนวทางค้าชายแดน-ภาษีทรัมป์เพิ่ม

รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร ชวนไทยช่วยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวานนี้ (2 สิงหาคม) จุตุพร บุรษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดย ต่อศักดิ์ โชติมงคล, สุขสันต์ กิตติศุภกร และผู้บริหารตลาดนัดจตุจักร ได้ลงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ค้าและหารือแนวทางการฟื้นฟูตลาดใหญ่ระดับโลกให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ตลาดนัดจตุจักรถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันจะมีภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากหลายปัจจัย แต่รัฐมนตรียังมองว่าโอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากประชาชนภายในประเทศ ภายใต้แนวทาง ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ ของกระทรวงพาณิชย์

ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ค้าและนักท่องเที่ยว

ในระหว่างการลงพื้นที่ รมว.พาณิชย์ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิงลึก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นภูมิทัศน์, ห้องน้ำ, ความปลอดภัย และการจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น รัฐมนตรีกล่าวว่า การทำแผนที่ภายในตลาดที่มีการแบ่งโซนชัดเจน และเพิ่มอาสาสมัครที่สื่อสารได้หลายภาษา จะช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

นอกจากนี้ จตุพรยังกล่าวถึงปัญหาด้านการเดินทางและที่จอดรถ โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดใหญ่และรถบัสว่าเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายนักท่องเที่ยวในระยะยาว

พัฒนาตลาดจตุจักรให้แข่งขันได้ระดับโลก

กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ให้กับตลาดนัดจตุจักร เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ค้า และสร้างโอกาสในการแข่งขันระดับนานาชาติ การนำสินค้าไปเจาะตลาดต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ได้อย่างหลากหลาย

ทั้งนี้ยังเน้นว่า กรมการค้าภายในกำลังจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ราคา และความถูกต้องของเครื่องชั่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกว่าสินค้าในตลาดนี้มีความโปร่งใส และสามารถซื้อขายได้อย่างยุติธรรม

เตรียมรับมือกับมาตรการทางการค้าและสถานการณ์ชายแดน

ในประเด็นการค้าชายแดน รมว.พาณิชย์เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งหารือแนวทางเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังได้รับผลกระทบเฉลี่ย 400–500 ล้านบาทต่อวัน โดยมีแนวทางเช่น การปรับเส้นทางการขนส่ง การหาตลาดใหม่ และการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ ได้มีการพูดถึงการตอบรับนโยบายภาษีนำเข้าจากทรัมป์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพด

จตุพรยืนยันว่า การที่อัตราภาษีอยู่ที่ระดับ 19% ยังคงมีความเหมาะสม และสามารถปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรในประเทศได้อย่างสมดุล รวมถึงต้องหารือเพิ่มเติมกรณีการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและปัญหา PM2.5

เตรียมพร้อมรับทุกความท้าทายทางการค้า

เพื่อให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจ กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดศูนย์ One Stop Service ที่ศูนย์ส่งออกถนนรัชดาภิเษก ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อมอบคำปรึกษาและข้อมูลที่ชัดเจน รวมถึงเตรียมแผนรับมือและสร้างความเข้าใจให้ผู้ค้าไทยก่อนมาตรการทางการค้าทวีความเข้มงวด

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพเศรษฐกิจโลกและการท่องเที่วที่ฟื้นตัวช้า การที่รัฐมนตรีและทีมงานให้ความสำคัญกับตลาดนัดจตุจักรไม่เพียงแต่ส่งสัญญาณดีต่อภาคค้าปลีกและส่งออก แต่ยังแสดงถึงการปรับตัวอย่างจริงจังของรัฐ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม

ที่มา – รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร ชวนไทยช่วยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ ถกแนวทางค้าชายแดน-ภาษีทรัมป์เพิ่ม

นกไทท์ใหญ่บางครั้งแยกทาง นักวิจัยพบวิกฤตทางสังคม

นกไทท์ใหญ่บางครั้งแยกทาง นักวิจัยค้นพบ

นกไทท์ใหญ่ หรือ “Great Tits” เป็นนกขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในป่าของยุโรป นกชนิดนี้มักสร้างความสัมพันธ์เป็นคู่ในช่วงฤดูกาลผสมพันธุ์ แต่ผลการวิจัยล่าสุดชี้ว่า นกบางคู่มีอาการแยกทางกันแบบไทท์หรือ “ทิทดิวอร์ซ” (tit divorce) ซึ่งมิใช่การแยกแบบสุ่ม แต่สัมพันธ์กับโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อนของพวกมัน

วิธีการวิจัยที่ติดตามนกตัวเดียวกันข้ามฤดูต่างๆ

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เปิดเผยว่าคู่นกไทท์ใหญ่บางส่วนยังคงสานสัมพันธ์ต่อในช่วงฤดูหนาว ในขณะที่บางคู่แยกทางกันแบบไทท์ตั้งแต่ปลายฤดูร้อน แม้ทีมวิจัยจะพบว่าปัจจัยการเลือกคู่อาจเชื่อมโยงกับ “การตัดสินใจทางสังคม” มากกว่าการอยู่ใกล้กัน

นักชีววิทยา นำโดย อาเดเลด เดซี่ อับราฮัม จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้ติดตามนกไทท์ใหญ่บางครั้งแยกทางผ่านการติดตั้งแท็กวิทยุและเครื่องให้อาหารหลายจุดในป่าใกล้เมืองออกซ์ฟอร์ด เป็นระยะเวลานาน 3 ปี ทำให้นักวิจัยสามารถบันทึกข้อมูลการพบปะกันอย่างเป็นระบบได้

สัญญาณแยกทางในนกไทท์ใหญ่บางครั้งเริ่มต้นก่อนฤดูหนาว

ผลวิจัยระบุว่า นก ไทท์ใหญ่บางคู่ ลดระยะเวลาพบปะกันตั้งแต่ปลายฤดูกาลผสมพันธุ์ ทัศนิติกรรมทางสังคมนี้อาจสะท้อนถึงกระบวนการแยกทางแบบไทท์ใหญ่ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นตามเวลา เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว นักวิจัยจะเห็นความแตกต่างระหว่างคู่รักที่ยังมั่นคงกับคู่รักที่กำลังจะแยกทางชัดเจนยิ่งขึ้น

โจช ฟิร์ธ ผู้เขียนอาวุโสระบุว่า การติดตามนกไทท์ใหญ่บางครั้งแยกทางข้ามหลายฤดูแตกต่างจากการศึกษาแบบระยะสั้นๆ ทั่วๆ ไป ทั้งยังอาจเปิดคำถามใหม่ เช่น การเปลี่ยนคู่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการสืบพันธุ์หรือลักษณะการเป็นพ่อแม่มากแค่ไหน

  • คู่นกที่แยกทางกันแบบไทท์ไม่มีการพบกันที่เครื่องให้อหารบ่อยเท่าคู่รักที่ร่วมชีวิตกัน
  • พฤติกรรมหย่าร้างของไทท์ใหญ่อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสังคมที่ยังไม่เข้าใจสมบูรณ์
  • ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมบางคู่ถึงแยกทางกันแบบไทท์ในแต่ละฤดู

ทุกครั้งที่คุณมองเห็นฝูงนกบินผ่านหน้าต่างบ้าน อย่าลืมนึกถึงว่าเบื้องหลังความน่ารักของพวกมัน อาจซ่อนเร้นเรื่องราวรักและล้มเหลวทางสังคมที่ซับซ้อนไว้เหมือนมนุษย์! หากคุณสนใจเรื่องราววิทยาศาสตร์ของสัตว์โลก ลอง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม จากแหล่งข่าวได้เลย

รอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ มา 12,000 ปี อาจกำลังตื่นขึ้น

รอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ อาจเป็นศักยภาพภัยแผ่นดินไหวระดับ 7.5

งานวิจัยล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่ารอยเลื่อนตินทินา (Tintina Fault) ในอาณาเขตยูคอน แคนาดา และอลาสก้า ซึ่งไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มากว่า 12,000 ปีอาจมีโอกาสสร้างภัยพิบัติร้ายแรง เนื่องจากการสะสมแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาดังกล่าว พบว่าส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนมีการเกิด fault scarps บ่งชี้ประวัติการเคลื่อนตัวระดับ 6 เมตรในช่วง 2.6 ล้านปีที่ผ่านมา

ทำไมรอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ ถึงน่าเป็นห่วง?

จากข้อมูลที่เก็บผ่านดาวเทียม เครื่องบิน และโดรน ทีมนักวิจัยพบลายนูนอายุ 12,000 ปีที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนรูปแบบ ซึ่งหมายความว่ามียอดความต่างการเลื่อน (slip deficit) กว่า 6 เมตร รอเพียงการระเบิดออกมาเท่านั้น การเคลื่อนตัวลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.5 หรือมากกว่า ที่ส่งผลกระทบทั้ง ชุมชนดอว์สันซิตี้ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและเหมืองแร่

แม้จะมีแผ่นดินไหวขนาดย่อม 3-4 เกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เคยบันทึก ข้อมูลการเคลื่อนย้ายหน่วยใหญ่ ที่ชัดเจน ทำให้การศึกษานี้เปลี่ยนความเข้าใจเดิมก่อนหน้านี้ที่ว่ารอยตินทินาอาจไม่แสดงพลังมานานถึง 40 ล้านปี

การใช้ข้อมูลสูงระดับสแกนภูมิประเทศเพื่อวิเคราะห์รอยเลื่อน

ทีมนักวิจัยนำข้อมูลจากผังลักษณะภูมิประเทศความละเอียดสูงมาใช้วิเคราะห์หาลักษณะที่เกิดจากแผ่นดินไหว อย่าง fault scarps โดยเน้นที่บริเวณใกล้ดอว์สันซิตี้ ซึ่งพบว่าภายในรัศมี 20 กม. มีหลักฐานการเคลื่อนตัวซ้ำๆ ของรอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ มากว่า 2.6 ล้านปี

ทั้งนี้ การเคลื่อนตัวในอดีตเคยสร้างแผ่นดินไหวใหญ่ที่มีการเลื่อนตัวระดับหลายเมตร โดยปัจจุบันยังไม่เกิดการเปลี่ยนรูปจากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งใหม่ ทำให้การสะสมแรงในบริเวณรอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ ส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของการระเบิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้เวลาน่าจะใช้หลักพันปีกว่าจะถึงจุดนั้นก็ตาม

แผนปฏิบัติการป้องกันจากสิ่งที่หลับใหลมานาน

ข้อมูลนี้จะถูกนำไปปรับปรุง โมเดลการทำนายแผ่นดินไหวของแคนาดา (National Seismic Hazard Model) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมของหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะการออกแบบอาคารที่ทนต่อแผ่นดินไหว ดร.ฟินลียืนยันว่า ‘แม้งานวิจัยจะไม่สามารถบ่งชี้ระยะเวลาที่แน่ชัด แต่สามารถปรับปรุงตำแหน่งที่มีความอันตรายสูงสุดสำหรับการป้องกันภัยแผ่นดินไหวได้’

ทั้งนี้ ชุมชนอย่างดอว์สันซิตี้ที่มีประชากรกว่า 1,500 คน ต้องเตรียมแผนรับมือลักษณะเฉพาะที่สัมพันธ์กับรอยเลื่อนยักษ์ใหญ่ในแคนาดา ‘หลับใหล’ อย่างละเอียด เพื่อลดความเสียหายในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงการติดตามข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

ที่มา – ‘Sleeping Giant’ Fault Under Canada Shows Major Earthquake PotentialThe Tintina fault hasn’t produced a large earthquake in 12,000 years, but that could soon change, researchers warn.

ชาวกันทรลักษ์ร่วมวางดอกไม้แสดงความอาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท.

เมื่อวานนี้ (1 สิงหาคม) ได้เกิดเหตุการณ์โจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากจรวด BM-21 ของกองทัพกัมพูชา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุถึง 8 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุเพียง 8 ขวบด้วย สิ่งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะชาวอำเภอกันทรลักษ์ที่ลุกขึ้นแสดงความ solidarity ด้วยการร่วมวางดอกไม้และเขียนข้อความแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น

ความร่วมมือของประชาชนเพื่อชดเชยความสูญเสียจากเหตุโจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท.

ในวันนี้ (2 สิงหาคม) ​ภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ได้จัดกิจกรรมเพื่อชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมวางดอกไม้ เขียนข้อความแสดงความรู้สึกอาลัย และประกอบพิธีเพื่อร่วมส่งดวงวิญญาณของผู้ประสบเหตุในครั้งนี้

ทั้งนี้ มีประชาชนจากพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงผู้ที่สนใจอื่น ๆ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก การแสดงออกถึงความเสียใจของแต่ละคนสะท้อนภาพรวมของความรู้สึกของสังคมที่รับรู้ถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์โจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท. ครั้งนี้

การสนับสนุนจากนานาชาติหลังโจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท.

นอกจากนี้ ปั๊ม ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ เป็นจุดที่องค์กรต่าง ๆ เช่น ศบ.ทก. กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก และกรมประชาสัมพันธ์ ได้เตรียมพื้นที่ไว้นำคณะจากประเทศต่าง ๆ มาเยี่ยมและสำรวจ รวมทั้งผู้แทนเอกอัครราชทูต ทูตทหารจาก 23 ประเทศ และเหล่าสื่อมวลชนกว่า 150 คนจากสำนักข่าวประมาณ 40 แห่งทั่วโลก

ผู้แทนของแต่ละประเทศได้สื่อสารถึงความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์โจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท. และได้แสดงความเห็นชอบต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของไทยที่เป็นไปด้วยความสันติและการใช้มาตรการทางการทูตเป็นหลัก

  • ประชาชนแสดงความรักและสามัคคีผ่านการวางดอกไม้
  • ความเสียใจของนานาชาติสะท้อนถึงการยอมรับในความถูกต้องของแนวทางไทย
  • การลงพื้นที่ของสื่อทั้งในและต่างประเทศช่วยส่งเสียงของผู้ประสบภัยไปยังสากล

เหตุโจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่เกิดขึ้นได้เป็นการตอกย้ำว่า ความรุนแรงเป็นสิ่งที่ต้องถูกขจัดออกไปโดยการแก้ไขด้วยสันติวิธี การรวมพลังกันทั้งในระดับท้องถิ่นและนานาชาติเป็นสิ่งที่ยืนยงถึงความสุภาพของมนุษย์ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเศร้าสุดหัวใจ แต่ยังเป็นบททดสอบของความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศ บทสรุปของวิกฤติจะขึ้นอยู่กับการที่ทุกฝ่ายยังคงยึดมั่นในการแก้ไขความขัดแย้งโดยปราศจากอาวุธและความเกลียดชัง

ขอเชิญชวนทุกท่านระลึกถึงค่าแห่งชีวิต รวมทั้งสนับสนุนแนวทางที่ช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์ เช่นการสื่อสารที่เปิดเผย ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ตลอดจนบทบาทของสื่อที่ส่งข่าวสารออกไปอย่างเที่ยงธรรม และหากท่านสนใจติดตามพัฒนาการของเรื่องนี้ อย่าลืมกลับมาอ่านข่าวอัปเดตที่เราตั้งใจนำเสนอ

ที่มา – ชาวกันทรลักษ์ร่วมวางดอกไม้แสดงความอาลัยผู้เสียชีวิต จากเหตุโจมตีปั๊มน้ำมัน ปตท.

ผบช.ตชด. ขอบคุณประชาชนส่งกำลังใจ ตชด.แนวหน้า มีพลังสู้ ยืนหยัดตรึงชายแดน

พล.ต.ท.นิตินัย กล่าวขอบคุณประชาชน พร้อมจัดกำลังตรึงชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคง และการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่ง ตชด. ได้ทำหน้าที่ร่วมกับทหาร ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรก จนปัจจุบันยังคงตั้งกำลังอย่างเข้มงวด 100% จนกว่าจะมีข้อยุติจาการเจรจาทางทหาร

ผบช.ตชด. ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพลเรือนและทหารที่สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยกยอต่อความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปกป้องแผ่นดินไทยด้วยความเข้มแข็ง สุดท้ายยังคงเน้นย้ำว่า ตชด. ไม่เพียงเป็นตำรวจที่สามารถสู้รบได้เหมือนทหาร แต่ยังคอยดูแลพี่น้องประชาชนเหมือนพลเรือนทั่วไปอีกด้วย

เสียงแห่งกำลังใจสำคัญอย่างไร?

ความรู้สึกอบอุ่นใจและแรงเชียร์จากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ถือเป็นพลังภายในใจที่สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ ตชด. พล.ต.ท.นิตินัยได้กล่าวขอบคุณทุกข้อความกำลังใจ ทุกไมล์ที่ประชาชนส่งมาให้กำลังพล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพลังสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยืนหยัดในการปฏิบัติภารกิจยุทธศาสตร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 14 นาย
  • ปัจจุบันรักษาตัวในโรงพยาบาล 3 นาย เหลืออีก 11 นายอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้บัญชาการและทีมได้ติดตามอาการและมอบเงินสวัสดิการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ทุกคำพูดขอบคุณจากประชาชนกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ทีมงานยังคงยืนหยัด เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญในการปกป้องประเทศและรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้มั่น ไม่ว่าจะผ่านสถานการณ์ใดมาก็ตาม เมื่อกำลังใจมาแรง การพลิกฟื้นเข้าสู่สถานการณ์ปกติก็อาจใกล้มากขึ้น

ที่มา – ผบช.ตชด. ขอบคุณประชาชนส่งกำลังใจ ตชด.แนวหน้า มีพลังสู้ ยืนหยัดตรึงชายแดน

ผบช.ตชด. ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกเสียงที่มาแรงสนั่นแนวแดน

ขณะนี้หลายหน่วยงานยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ โดยเฉพาะ ตชด. ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากกำลังใจทางจิตใจแล้ว การสนับสนุนผ่านโครงการสวัสดิการต่างๆ ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่มั่นใจมากยิ่งขึ้นในวันที่ต้องเผชิญภัย