ผู้เขียน: lalika69_admin

WhatsApp ถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตรัสเซีย

วันพุธที่ผ่านมา ชาวรัสเซียมากถึง 100 ล้านคนถูกตัดการเข้าถึง WhatsApp ถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตรัสเซีย อย่างกะทันหัน ตามรายงานของ Financial Times ขณะเดียวกัน แอปชื่อ Max ที่คล้าย WhatsApp มาก แต่ได้รับแรงบันดาลใจจาก WeChat ของจีน ถูกโปรโมตโดยคนดัง ครูอาจารย์ และถูกติดตั้งล่วงหน้าในมือถือหลายรุ่น ตาม New York Times ชาวรัสเซียหลายคนอาจไม่มีทางเลือกนอกจากหันมาใช้มัน แม้ว่าแอปนี้จะบังคับให้ผู้ใช้ยอมให้แบ่งปันกิจกรรมกับรัฐบาล และไม่มีระบบเข้ารหัสข้อมูลตามที่ The Insider รายงาน

เมื่อวานนี้ การเข้าถึง Telegram คู่แข่งของ WhatsApp ก็ถูกตัดขาดเช่นกัน ตาม CNN ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นเรื่องคาดเดาได้จากสถานการณ์เสรีภาพพลเมืองในรัสเซีย ก็ไม่ผิดนัก แต่ก้าวนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดของระบอบเผด็จการ โดยเฉพาะถ้าสำเร็จในการผลักดันให้ชาวรัสเซียใช้ Max เป็นหลัก

WhatsApp ถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตรัสเซีย: พัฒนาการของการปราบปราม

ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2020 รัสเซียเปลี่ยนแปลงไปมาก Guardian รายงานว่าการประท้วงครั้งใหญ่ในเบลารุสถูกปราบปรามอย่างโหดร้ายด้วยการสนับสนุนจากปูติน Human Rights Watch โครงสร้างการเมืองถูกปรับเพื่อให้ปูตินเป็นประธานาธิบดีตลอดชีวิต BBC และการสนับสนุนอเล็กเซย์ นาวัลนี ผู้ท้าชิงที่เคยมีศักยภาพ ก็พังทลายลงก่อนที่เขาจะเสียชีวิต HRW

หลังบุกยูเครนปี 2022 มีการจับกุมผู้ประท้วงและเซ็นเซอร์สื่อ Amnesty International เรียกการปราบปรามเสรีภาพการพูดว่า “ไม่เคยมีมาก่อน” Amnesty แต่ตอนนี้มันดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

WhatsApp ถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตรัสเซีย: ไม่ใช่แค่ชะลอ แต่ลบจริง

รัสเซียเคยล้มเหลวในการบล็อก Telegram ปี 2018 จนทำให้บริการอื่น ๆ เสียหาย Gizmodo เดือนธันวาคมปีที่แล้ว WhatsApp บ่นว่ารัสเซียชะลอบริการลง 70% Reuters แต่คราวนี้ Regulator ลบ WhatsApp ออกจากไดเรกทอรีอินเทอร์เน็ตรัสเซียโดยสิ้นเชิง

WhatsApp กล่าวกับ Financial Times ว่านี่คือ “ความพยายามผลักผู้ใช้ไปยังแอปเฝ้าระวังของรัฐ” และ “แยกชาวรัสเซีย 100 ล้านคนจากช่องทางสื่อสารส่วนตัวที่ปลอดภัย”

  • รัฐบาลรัสเซียอ้างเพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยีภายใต้การคว่ำบาตร
  • ป้องกันการฉ้อโกงและก่อการร้าย Guardian
  • WhatsApp มีปัญหาพวกมิจฉาชีพเยอะจริง NYT

หลายประเทศอย่างฝรั่งเศสก็ส่งเสริมแอปทางเลือกเพื่ออธิปไตยดิจิทัล Reuters และ Meta (บริษัทแม่ WhatsApp) ถูก ACLU เผยว่าสนับสนุนการสอดแนมของรัฐบาลสหรัฐ ACLU

นี่ไม่ใช่การปกป้องการปราบปรามของรัสเซีย แต่ชี้ว่าถ้าแอปอย่าง WhatsApp น่าเชื่อถือกว่านี้ รัฐก็อาจผลักดันแอปไร้การเข้ารหัสที่เฝ้าระวังง่าย ๆ ได้ยากกว่า

การที่ WhatsApp ถูกลบออกจากอินเทอร์เน็ตรัสเซีย สะท้อนแนวโน้มเผด็จการดิจิทัลที่กำลังขยายตัว คุณคิดว่าชาวรัสเซียจะยอมใช้ Max หรือหาทางเลี่ยงยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเทคโนโลยีเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณเอง!

ที่มา – WhatsApp Basically Wiped from Russian Internet

รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่ทั้งสะเทือนใจและสร้างกำลังใจมาฝากกัน จากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ทำให้ทุกคนใจหายใจคว่ำ ล่าสุด รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ ซึ่งเป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงการดูแลจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวการศึกษาและสังคมมาอย่างยาวนาน ขอเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมมุมมองเชิงลึกที่อาจช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น

รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ทันที พร้อมคณะทำงานอย่าง สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. โดยเริ่มต้นที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเยี่ยมนักเรียนที่บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายบุกยิงโรงเรียน ใช้ปืนที่ชิงมาจากตำรวจ รมว.ศธ. ได้พูดคุยกับทีมแพทย์ ผู้ปกครอง และเด็กๆ อย่างละเอียด ชื่นชมสติและความเข้มแข็งของเด็กๆ ในยามวิกฤต

“เหตุการณ์นี้สะเทือนใจมาก กระทรวงฯ ไม่นิ่งนอนใจ มาที่นี่เพื่อให้กำลังใจเด็กและครอบครัว ชื่นชมความกล้าหาญของนักเรียน อาการโดยรวมปลอดภัยแล้ว พักผ่อนได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน กระทรวงจะดูแลเต็มที่ ทั้งกายและใจ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว นอกจากนี้ยังมอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือครอบครัวเด็กๆ ด้วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นความเป็นมนุษย์ของผู้นำที่ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่ลงมือทำจริง

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 1
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 2
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 3
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 4
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกยิงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 5

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล เดินทางไปยังโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ รับฟังรายงานจากชุดพิสูจน์หลักฐานที่เก็บหลักฐานเพิ่ม ติดตามมาตรการความปลอดภัย และให้กำลังใจครู ผู้บริหาร นักเรียน ผู้ปกครอง ในที่เกิดเหตุ กระทรวงฯ ติดตามตั้งแต่เมื่อวาน รายงานนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงความห่วงใย สั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัวศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียน ผู้เสียสละปกป้องเด็กๆ รวมถึงเยียวยาจิตใจทุกคน

มาตรการเร่งด่วนหลังเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้ไม่คาดคิด คนร้ายบุกกะทันหัน แม้มี รปภ. แต่รวดเร็วมาก โชคดีที่ รปภ. ไม่บาดเจ็บ ทุกคนปกป้องเด็กก่อน หลังเกิด กระทรวงประสานโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา จัดทีมจิตวิทยา ครูแนะแนว เข้าฟื้นฟูต่อเนื่อง ร่วมโรงพยาบาลหาดใหญ่ ม.อ. สนับสนุนจิตวิทยา และเพิ่มตำรวจดูแลโรงเรียนใกล้เคียง เพราะทุกคนยังหวาดกลัว

  • เยียวยากาย: รักษาพยาบาลฟรีเต็มที่
  • เยียวยาใจ: นักจิตวิทยาเข้าโรงเรียนระยะยาว
  • ความปลอดภัย: เพิ่มกำลัง รปภ. ระบบกล้อง CCTV
  • การเรียน: ไม่กระทบ เด็กพักได้

ปิดท้ายด้วยพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ. ที่วัดยูงทอง แสดงความเคารพวีรบุรุษ จากประสบการณ์ผม เหตุ school shooting แบบนี้ในไทยหายาก แต่โลกอย่างสหรัฐฯ มีบ่อย สอนให้เราเรียนรู้ ต้องมีระบบแจ้งเตือนดิจิทัล แอปพลิเคชันแจ้งเหตุทันที เชื่อมเทคโนโลยี AI ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่ประตูโรงเรียน Trend ล่าสุดคือ ‘Mental Health First Aid’ ในโรงเรียน ฝึกครูรับมือ trauma

ในมุมผม การตอบสนองของรัฐบาลครั้งนี้ดีมาก ย้ำ ‘เด็กปลอดภัยอันดับหนึ่ง’ แต่เราต้องผลักดันนโยบายยั่งยืน เช่น อบรม รปภ. ทุกโรงเรียน และงบประมาณจิตวิทยา ลองคิดดู ถ้าโรงเรียนไทยมีระบบแบบ tech-savvy อย่าง smart door หรือ drone patrol จะช่วยได้เยอะ มาช่วยกันสร้าง awareness นะครับ แชร์บทความนี้ สนับสนุนกองทุนเยียวยาเด็กๆ และครูผู้กล้า!

ที่มา – รมว.ศธ.เยี่ยมนักเรียนเหตุบุกยิงโรงเรียนพะตงฯ ย้ำดูแลเต็มที่ เผยนายกฯ ห่วงใยสั่งใช้งบสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัว ผอ.ผู้เสียสละ

ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวร้อนๆ แบบนี้ วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดระทึกที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กันครับ ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว นี่คือหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสแรงมากในโซเชียล โดยเฉพาะหลังจากเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งบุกยิงและจับตัวประกัน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราทุกคนควรรู้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง

ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าแบบเปิดอกเลยครับ ยอมรับตรงๆ ว่าจำเป็นต้องทบทวนยุทธวิธีทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกัน การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการระงับเหตุ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครต้องสูญเสียอีก ผบ.ตร. ชัดเจนมากว่า เป้าหมายสูงสุดคือ ‘zero loss’ หรือไม่ให้มีผู้เสียชีวิตนั่นเอง

หลายคนอาจสงสัยว่าปฏิบัติการของตำรวจล้มเหลวเหรอ? ผบ.ตร. ยันหนักแน่นว่าไม่ล้มเหลวครับ! ในระยะแรก เจ้าหน้าที่ทำตามมาตรฐานยุทธวิธีเป๊ะ แต่สถานการณ์เปลี่ยนเร็วมาก คนร้ายใช้อาวุธปืน และจับตัวประกัน ตำรวจเลยต้องระวังความปลอดภัยของทุกฝ่าย สุดท้ายคนร้ายแย่งปืนได้ชั่วขณะ แต่เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเด็ดขาด จนควบคุมตัวได้ในที่สุด นี่คือบทเรียนราคาแพงที่ต้องเอาไปฝึกหนักขึ้น

รายละเอียดอาวุธและลำดับเหตุการณ์

มาดูรายละเอียดกันหน่อยครับ อาวุธที่คนร้ายแย่งไปคือปืนสั้น 9 มม. ที่ดัดแปลงให้จับกระชับมือ ไม่ใช่ปืนกลอย่างที่ข่าวลือนะ เมื่อคนร้ายแสดงเจตนาร้ายชัดเจน ตำรวจก็ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดตามกฎ ส่งผลให้คนร้ายบาดเจ็บและถูกจับกุม

ลำดับเหตุการณ์เริ่มตอน 15.00 น. เจ้าหน้าที่พื้นที่รีบเข้าปฏิบัติการทันที พยายามทุกทาง แต่มีปัจจัยอย่างเวลา สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมคนร้ายที่ควบคุมไม่ได้ ผบ.ตร. ย้ำว่าทุกคนทุ่มสุดตัว และจะนำข้อจำกัดเหล่านี้มาปรับปรุง

  • เวลาเกิดเหตุ: 15.00 น.
  • การตอบสนอง: เข้าปฏิบัติทันที
  • ผลลัพธ์: ควบคุมสถานการณ์ได้ แต่มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: Tech และยุทธวิธีสมัยใหม่

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่อง security มานาน จากประสบการณ์ดูเคสทั่วโลก เหตุการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่าต้องอัพเกรดเทคโนโลยีครับ เช่น ใช้โดรนสำรวจพื้นที่แบบ real-time, body cam ที่เชื่อม AI วิเคราะห์พฤติกรรมคนร้าย หรือระบบ predictive policing ที่คาดการณ์ความเสี่ยงจาก data โรงเรียนในไทยควรมี alert system แบบ smart ที่แจ้งตำรวจอัตโนมัติ เหมือนในสหรัฐฯ ที่ลดเวลา response ลง 30% นี่คือเทรนด์ที่ entertainment อย่างหนังแอคชั่นนำมาใช้ แต่ในชีวิตจริงช่วยชีวิตได้จริง!

น่าเสียดายที่ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต ผบ.ตร. แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรการศึกษาคนสำคัญ

สรุปแล้ว ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว เป็นสัญญาณดีว่าตำรวจจริงจังกับการปรับปรุง ในยุคที่ tech ก้าวหน้า เราควรผลักดันให้มีเครื่องมือทันสมัยมากขึ้น เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย สนับสนุนทีมงานตำรวจกันเถอะครับ!

CTA: คุณคิดว่าควรนำ tech อะไรมาช่วยตำรวจบ้าง? คอมเมนต์ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ แล้วติดตามบล็อกเราสำหรับข่าวอัพเดท hot hit!

ที่มา – ผบ.ตร. รับต้องทบทวนยุทธวิธีระงับเหตุคนร้ายบุกยิง-จับตัวประกันโรงเรียน จ.สงขลา ยันปฏิบัติการไม่ล้มเหลว

กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง

เฮ้ย เพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีเรื่องฮาๆ ระดับตำนานเกิดขึ้นในวงการเลือกตั้งเลยนะ โดยเฉพาะคนที่ติดตามข่าวการเมืองผสมเทคโนโลยีแบบเรานี่สนุกสุดๆ เรื่องนี้เกี่ยวกับ กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง เลยล่ะ เกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นเต้นรอผลเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ใครที่กำลังงงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มาฟังพี่เล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบเลยดีกว่า

กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง: เรื่องจริงที่ฮาสุดๆ

เช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 10.35 น. ทุกคนกำลังเฝ้าดูเว็บไซต์กลางของ กกต. ที่ www.ect.go.th เพื่อรอผลคะแนนแบบเรียลไทม์ แต่พอเข้าไปดูจังหวัดใกล้ๆ อย่างฉะเชิงเทรา เอ้า! แทนที่จะเจอตารางคะแนน สส. แบ่งเขตหรือบัญชีรายชื่อ กลับเจอภาพชามก๋วยเตี๋ยวชามโตๆ อัปโหลดอยู่ในไดร์ฟผลคะแนนซะงั้น นี่มันก๋วยเตี๋ยวเนื้อหรือก๋วยเตี๋ยวคะแนนกันแน่เนี่ย? 😂

ผู้สื่อข่าวเลยลองเช็คจังหวัดอื่นๆ เพิ่ม เช่น ชลบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ ที่กำลังมีดราม่าความผิดปกติในการนับคะแนน บางจังหวัดอัปโหลดใบรายงานครบแล้วแบบ ส.ส. 5/18 และ ส.ส. 5/18 บช. แต่บางที่ยังถ่ายเอกสารไม่เสร็จ หรือกดเข้าไม่ได้เลย ส่วนฉะเชิงเทรานี่ฮาแตก ชามก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นผลเลือกตั้งชั่วคราว!

เกิดอะไรขึ้น? มนุษย์ลืมหรือระบบแฮง?

จากประสบการณ์ของพี่ที่ติดตามเทคโนโลยีการเลือกตั้งมานาน พวกนี้มักเป็น human error มากกว่า system bug นะ เวลาอัปไฟล์ด่วนๆ ระหว่างรอคะแนน มือลั่นเลือกไฟล์ผิด หรือ copy-paste ลิงก์ไดร์ฟไม่ครบ แต่ในยุคดิจิทัลแบบนี้ กกต. ควรมีระบบตรวจสอบอัตโนมัติ เช่น AI scan ไฟล์ก่อนอัป เพื่อป้องกันเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ฮา แต่กระทบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์กลาง ECT เลยนะ

  • จุดเด่นระบบ ECT: เรียลไทม์ แสดงคะแนนหน่วยละ
  • จุดอ่อน: ยัง manual มาก 易เกิด error
  • เทรนด์โลก: สหรัฐฯ ใช้ blockchain สำหรับผลเลือกตั้ง ปลอดภัย ตรวจสอบได้

ดีนะที่เวลา 14.10 น. ภาพก๋วยเตี๋ยวถูกลบออกแล้ว แต่ screenshot กระจายเต็มโซเชียลแล้วล่ะ! ทำให้คนหันมาพูดถึงความโปร่งใสของระบบเลือกตั้ง 2569 มากขึ้น โดยเฉพาะเขตที่มีปัญหาอย่างชลบุรี ที่รอคำตอบเรื่องนับคะแนนใหม่

ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงน่าติดตามสำหรับสายเทค?

ในมุมเทคโนโลยี นี่คือ case study ชั้นดีเลย การนำข้อมูลใหญ่ (big data) มาออนไลน์แบบเรียลไทม์ต้องมี backup server และ validation tool ถ้าทำได้ดี เหมือนแอปพลิเคชันสตรีมมิงที่เราใช้ดูหนัง จะไม่มี glitch แบบนี้ พี่ว่าในอนาคตไทยควรอัปเกรดระบบ ECT ให้ใช้ cloud computing อย่าง AWS หรือ Google Cloud เพื่อ scalability สูงสุด โดยเฉพาะเลือกตั้งใหญ่แบบนี้

นอกจากนี้ ยังมีลิงก์ติดตามผลสดๆ แบบเรียลไทม์ที่ https://election2569.thestandard.co/ และ https://thestandard.co/election2569/ ไปเช็คกันได้เลย ไม่พลาด!

สรุปนะ เพื่อนๆ ความผิดพลาดแบบ กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง มันสอนให้เห็นว่าเทคโนโลยีต้อง pair กับ human training ที่ดี ถ้าทำได้ การเลือกตั้งไทยจะโปร่งใสระดับโลกแน่นอน พี่แนะนำให้ทุกคนติดตามต่อไป และเช็คแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ glitch สนุกๆ ของคุณในคอมเมนต์ด้วยนะ! ไปติดตามผลคะแนนกันเลย ➤ เว็บผลเลือกตั้ง 2569

ที่มา – กกต. ฉะเชิงเทรา อัปโหลดภาพชามก๋วยเตี๋ยวแทนผลคะแนนขึ้นเว็บไซต์กลาง

อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวการเมืองผสมดราม่าชายแดนแบบในหนังแอคชั่น! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันกับประเด็น อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา ซึ่งเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลฯ เลยทีเดียว จากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

เริ่มจากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอนุทินชี้แจงว่ามันเกิดในพื้นที่ที่เราควบคุมและกำลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดเก่าๆ อยู่ ไม่ใช่จากการปะทะ แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง เพราะยังมีระเบิดเก่าหลงเหลือ ทหารต้องกำหนดเส้นทางชัดเจน ไม่ให้ออกนอกแนวรั้วเดิม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ส่วนดราม่ากลุ่มวัยรุ่นกัมพูชายั่วยุตามชายแดน จนกลัวปะทะรอบ 3 อนุทินย้ำว่าเราเซ็น MOU ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลแล้ว ดังนั้นเรื่องยั่วยุจากประชาชนหรือโซเชียลมีเดีย มันเกิดได้ แต่เราต้องอยู่ในเขตของเราเท่านั้น! และเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ อนุทินไฟเขียวเต็มที่ให้กองทัพสร้างแนวรั้วชายแดนใหม่ เสริมอาวุธยุทโธปกรณ์ และเพิ่มความแข็งแกร่งกองทัพ โดยเห็นชอบหลักการแล้ว ดำเนินการได้เลย

ยกเลิก MOU 44 ง่ายๆ ด้วยอำนาจ ครม.

ไฮไลต์สำคัญคือเรื่องยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจปี 2544 เกี่ยวกับพื้นที่พิพาท อนุทินสั่งการกระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศไปศึกษาดำเนินการ ไม่ต้องกำหนดกรอบเวลา แต่ดูตามกฎหมาย รัฐบาลใหม่ยกเลิกได้ทันทีด้วยอำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ต้องผ่านสภา เพราะมันแค่ MOU ไม่ใช่สนธิสัญญาเต็มรูปแบบ สะดวกมาก!

ส่วน MOU 43 อนุทินบอกว่ารอพูดคุยก่อน ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อน ฟังดูเป็นนักการเมืองมือฉมังจริงๆ

  • เสริมแนวรั้วชายแดน: ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กล้อง CCTV, เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว, และโดรนเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันยั่วยุแบบในหนังสายลับ
  • เพิ่มอาวุธและความแข็งแกร่ง: อัปเกรดยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย ผสาน AI วิเคราะห์ข้อมูลชายแดน เหมือนในเกมวางแผนยุทธศาสตร์
  • ยกเลิก MOU 44: ใช้พาวเวอร์ ครม. ดำเนินเร็ว ไม่ติดขัดสภา

ในมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน ประเด็นนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความมั่นคงชายแดนแบบจริงจัง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียจุดไฟดราม่าได้ง่าย เหมือนซีรีส์ชายแดนที่เราดูกันสนุกๆ แต่ในชีวิตจริงต้องระวัง! จากประสบการณ์ การเสริมเทคโนโลยีอย่างรั้วอัจฉริยะ (smart fence) ที่ใช้ในอิสราเอลหรือสหรัฐฯ สามารถลดเหตุการณ์บุกรุกได้ 90% เลยทีเดียว ถ้าไทยนำมาใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงทหารและประชาชนได้มหาศาล

สำหรับแฟนๆ เทคโนโลยี ประเด็นนี้เปิดโอกาสให้ startup ไทยพัฒนา gadget เฝ้าระวังชายแดน เช่น แอปแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ หรือ VR ฝึกซ้อมทหาร สนุกและมีประโยชน์!

สรุปแล้ว อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา เป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคง ท่ามกลางดราม่าชายแดนที่กำลังฮอต ผมคิดว่าการผสมผสานเทคโนโลยีจะเป็นเทรนด์อนาคต ลดการเผชิญหน้าแบบกายภาพ สู่การเฝ้าระวังอัจฉริยะ ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์เลยนะครับ!

ที่มา – ​อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องการเมืองร้อนๆ จากการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่ทุกคนกำลังจับตามองกันอยู่ หลังจากที่มีดราม่าต่างๆ ออกมาเพียบ โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการนับคะแนนและบทบาทของหน่วยงานรัฐ ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนสุดๆ เรื่องนี้เลยครับ

เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทินได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า การเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ไม่มีการทุจริตใดๆ จากฝั่งรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยแน่นอน ผู้ที่รับผิดชอบหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลแค่สนับสนุนตามที่ กกต. ขอเท่านั้น เช่น งบประมาณหรือการอำนวยความสะดวก ไม่ได้เข้าไปยุ่งการนับคะแนนหรือแทรกแซงอะไรทั้งนั้น

มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่มาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อนุทินตอบแบบฮาๆ ว่า “ไม่รู้จัก กปน. รู้จักแต่การประปานครหลวงที่อยู่ใต้กระทรวงมหาดไทย” แสดงให้เห็นถึงความไม่ยุ่งเกี่ยวจริงๆ นะครับ เมื่อถามย้ำว่ามีการล้วงลูกหรือไม่ อนุทินหัวเราะแล้วบอกว่า “ล้วงลูกตัวเองมั้ง ไม่เคยคิดทำ เพราะยึดหลักกติกาในการใช้ชีวิต”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ อนุทินชี้ชัดว่าเป็นอำนาจของ กกต. ล้วนๆ รัฐบาลไม่มีส่วนตัดสินใจ รอ กกต. ใช้ดุลยพินิจตามกฎหมายเท่านั้น เช่น กรณีสุชาติ ชมกลิ่น ที่เซ็นยินยอมนับใหม่ในชลบุรีเขต 1 แต่ กกต. เป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตอนนี้บัตรเลือกตั้งถูกย้ายไปเก็บแล้ว การนับใหม่ต้องดูข้อกฎหมายและอาจถึงศาลด้วย

ทำไมอนุทินมั่นใจว่าเลือกตั้ง 2569 โปร่งใส?

จากมุมมองของอนุทิน การนับคะแนนเรียบร้อยมาก เพราะมีตัวแทนพรรคทุกพรรคเฝ้าตั้งแต่ใบแรกยันใบสุดท้าย ขานชื่อชัดเจน โอกาสโกงแทบเป็นศูนย์! รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ตามคำขอ กกต. ใช้เวลา 60 วันในการรับรองผล ตอนนี้เพิ่ง 3 วัน ยังอยู่ในกรอบกฎหมายเป๊ะๆ ถ้ากดดันมากไป อาจทำให้ล่าช้าออกไปอีก เหมือนเลือกตั้งเก่าๆ ที่เคยเลื่อนยาวๆ

  • ไม่มีทุจริต: อนุทินเชื่อมั่น 100% และเชื่อ กกต. แบบเต็มเปา
  • ไม่แทรกแซง: มหาดไทยแค่ช่วยเหลือ ไม่ล้วงลูก
  • นับใหม่? รอ กกต. ตัดสิน ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง
  • พรรคภูมิใจไทย: ได้ สส. จากนโยบายดีๆ ชาวบ้านเลือกเอง

ในฐานะคนติดตามการเมืองมานาน ผมเห็นด้วยกับอนุทินนะครับ ระบบเลือกตั้งไทยพัฒนาขึ้นมาก มีเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ แม้จะมีข้อครหาแต่หลักฐานต้องชัดเจน อย่าปล่อยให้ดราม่าทำให้รัฐบาลใหม่ล่าช้า เพราะถ้า กกต. ยังไม่ประกาศ รัฐบาลชุดนี้ต้องรักษาการต่อ สุดท้ายเมื่อถามถึงรัฐมนตรีหน้าใหม่หรือการจับขั้ว อนุทินยิ้มๆ แล้วเดินหนี ฮ่าๆ คงรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี การเมืองไทยก็น่าสนใจไม่แพ้กันนะ เพราะตอนนี้มีแอปและเว็บไลฟ์ผลเลือกตั้งเรียลไทม์ ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์คะแนนเลยล่ะ! ติดตามได้ที่ เว็บผลเลือกตั้ง 2569 หรือ เว็บเลือกตั้ง 2569

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: แนวโน้มหลังเลือกตั้ง 2569

จากประสบการณ์ ผมมองว่าเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนเทรนด์ใหม่ของประชาชนที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาชีวิตประจำวันมากกว่าดราม่า ถ้าทุกฝ่ายเคารพ กกต. รัฐบาลใหม่จะเกิดเร็ว ช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ทันที ลองนึกภาพรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีเลือกตั้งโปร่งใสกว่านี้ในอนาคตสิ!

CTA: อย่าลืมติดตามอัปเดตเลือกตั้ง 2569 กับเรา และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะรอประกาศผลกี่วันดี?

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดวุ่นวายที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียมาฝากกันอีกแล้ว โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามดราม่าการเมืองผสมความบันเทิงแบบนี้ รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก นี่แหละครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง

เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

เรื่องราวเริ่มต้นจากนายเทวา ชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อดีตครูสอนเทนนิสที่แต่งตัวชุดกีฬาเทนนิส ถือไม้เทนนิสมาอย่างเท่ห์ เขามายืนดูการแถลงข่าวของนายสนธิญา สวัสดี ที่กำลังยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. พอสนธิญาเดินเข้าไปด้านใน เทวาก็ไม่รอช้า! หยิบถุงน้ำปลาร้าที่เตรียมมาขว้างปาใส่กำแพงสำนักงานกกต. จนเลอะเทอะไปหมด ส่งกลิ่นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลายเป็นภาพที่ทั้งสะพรึงทั้งฮาในคราวเดียว

หลังก่อเหตุ เทวาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาคลอ โดยบอกว่าทำเพราะไม่พอใจการทำงานของกกต. ในเลือกตั้ง 2569 นี้มาก ใช้งบแผ่นดินมหาศาลแต่ปัญหาเพียบ และคัดค้านการนับคะแนนใหม่เพราะมองว่าเปลืองงบโดยไม่จำเป็น “เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีใครจ้างหรือกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง” เขายืนยันชัดเจน


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


ประวัติวีรกรรมเก่าๆ ของอดีตครูเทนนิส

น่าสนใจคือ เทวาเคยทำแบบนี้มาก่อนนะครับ! เมื่อ 20 กรกฎาคม 2566 เขาบุกเข้าไปในจุดรับเรื่องร้องเรียนของกกต. แล้วปาปลาร้าแสดงความไม่พอใจการเลือกตั้ง สส. ปีนั้นเหมือนกัน เรียกว่าเป็นแฟนตัวยงของการประท้วงสไตล์ “ปลาร้าเทอร์” เลยทีเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจรีบเข้าควบคุม ส่งตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องทันที

จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน เหตุการณ์แบบนี้สะท้อน passion ของประชาชนที่อยากเห็นการเลือกตั้งโปร่งใส แต่การแสดงออกแบบนี้แม้จะ viral บน TikTok หรือ Twitter แล้วกลายเป็นมีมฮาๆ แต่ก็เสี่ยงผิดกฎหมายนะครับ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยติดตามผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปและเว็บไซต์ เราคงไม่ต้องใช้วิธีดั้งเดิมแบบนี้แล้ว

  • ปัญหาที่กกต.เผชิญ: ใช้งบเยอะแต่ระบบยังมีช่องโหว่
  • จุดยืนเทวา: ค้านนับคะแนนใหม่เพื่อประหยัดงบ
  • ผลกระทบ: กลายเป็นข่าวใหญ่ สร้างกระแสสังคม

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

ในฐานะคนที่ชื่นชอบทั้งความบันเทิงและเทคโนโลยี ผมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของ ‘protest 2.0’ ที่ผสมผสานการแสดงออกแบบดั้งเดิมเข้ากับโลกดิจิทัล วิดีโอคลิปแพร่กระจายเร็วมาก สร้าง engagement สูงบนแพลตฟอร์มต่างๆ แต่เทรนด์ที่กำลังมาแรงกว่าคือการใช้ AI และแอปติดตามคะแนนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้เราไม่ต้องเดือดร้อนแบบนี้ ลองนึกภาพถ้ากกต. มีระบบ blockchain สำหรับตรวจสอบคะแนน จะลดดราม่าได้เยอะเลยครับ

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องดี แต่แสดงออกอย่างสันติภาพดีกว่า เพื่อไม่ให้กลายเป็นมีมตลกในที่สุด สนับสนุนให้ทุกคนติดตามผลเลือกตั้ง 2569 อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้นะครับ คลิกติดตามที่นี่เลย! เพื่ออัปเดตข่าวสารแบบเรียลไทม์

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการปราบปรามอาชญากรรมการเงินที่น่าติดตามมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามเรื่องเทคและบันเทิง เพราะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงินผ่านคริปโตด้วยนะ รู้มั้ยครับ เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้แถลงผลประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีมติสำคัญสุดๆ นั่นคือ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น พวกผู้ต้องหาคัดค้านยังไงก็ไม่รอด เพราะพยานหลักฐานฟังไม่ขึ้น!

ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

ที่ประชุมพิจารณาคำร้องเพิกถอนการยึดทรัพย์ชั่วคราวจากผู้มีส่วนได้เสียแล้ว แต่คำชี้แจงไม่มีน้ำหนักพอ จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาล สั่งยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท! นี่คือรายละเอียดแบบเจาะลึกที่เราคัดมาให้

1. คดีเครือข่าย ‘เบน สมิธ’ และพวก (ฉ้อโกงประชาชน)

กรณีนี้ดังมาก แตงไทย, ยิม เลียก, วิรินยา, เบน สมิธ และแคทรียา กับพวกลวงลวงประชาชนฉ้อโกง พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน ทรัพย์สินที่ยึดได้แก่ที่ดิน ห้องชุด รถ เรือยอชท์ และเงินฝากธนาคาร รวม 68 รายการ มูลค่า 12,123 ล้านบาท โห น่าตกใจ!

2. คดี ‘เฉิน จื้อ’ และ Prince Group (อาชญากรรมออนไลน์/ค้ามนุษย์)

เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group ในกัมพูชา เครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี สินค้าฟุ่มเฟือยเพียบ! ยึดที่ดิน เงินสด แบรนด์เนม เครื่องประดับ 96 รายการ มูลค่า 345 ล้านบาท ในยุคเทคแบบนี้ คริปโตกลายเป็นเครื่องมือฟอกเงินยอดฮิตเลยนะครับ

3. คดี ‘ก๊ก อาน’ (อาชญากรรมข้ามชาติ)

จากจับกุมแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ยึดที่ดินและเงินฝาก 89 รายการ มูลค่า 560 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ลุกลามข้ามชาติจริงๆ

4. คดีหลอกเทรดหุ้น (เอื้ออังกูร)

มิจฉาชีพชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ ยึดเงินสดและเงินฝาก 31 รายการ มูลค่า 46 ล้านบาท คลาสสิก scam แบบนี้ยังมีคนโดนเยอะ!

นอกจากนี้ ปปง. ยังบอกว่าถ้ามีผู้เสียหาย จะรวบรวมหลักฐานส่งอัยการเพื่อคืนทรัพย์ให้เหยื่อ แทนการตกเป็นของรัฐ เป็นมาตรการเยียวยาดีมาก

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามเทรนด์อาชญากรรมไซเบอร์มานาน พบว่าเคสแบบ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่ชัดเจน: การฟอกเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังพุ่งสูง โดยเฉพาะใน SEA อย่างกัมพูชาและไทย คริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้เส้นทางการเงินซับซ้อน แต่ ปปง. ก็อัพเกรดเครื่องมือตรวจสอบได้ทันสมัยมากขึ้น สุดยอด!

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบลงทุนหุ้นหรือคริปโต คำแนะนำจากผมคือ ตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี อย่าหลงกลโปรโมชั่นสุดล้ำในไลน์หรือโซเชียล ถ้าสงสัยรีบแจ้ง ปปง. หรือตำรวจทันที จะได้ไม่เป็นเหยื่อ ร่วมกันปราบปราม scam เหล่านี้กันเถอะ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์แชร์ต่อนะครับ

ที่มา – ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องร้อนๆ ในวงการเทคโนโลยีและการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮากันดีกว่า คุณเคยสงสัยมั้ยว่า สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย? มันเกิดขึ้นได้ยังไง? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิง แต่เป็นบทเรียนใหญ่เกี่ยวกับความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและการฟอกเงินในยุคดิจิทัลเลยนะ ผมจะเล่าให้ฟังแบบละเอียด เป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกันในคาเฟ่ พร้อมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ

สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?

ย้อนกลับไปปลายปี 2567 โครงการ TIDC หรือศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย ถูกผลักดันโดยกระทรวงดีอี รัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง และบริษัท NT (โทรคมนาคมแห่งชาติ) ร่วมกับบริษัทเอกชนลึกลับ Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ พวกเขาเซ็น MOU กันแค่ 3 วันเท่านั้น! ดูเร็วผิดปกติใช่มั้ยล่ะ? MOU สองฉบับ หนึ่งระหว่างกระทรวงดีอีกับ Prime อีกฉบับ NT กับ Prime ระบุชัดว่าจะทดสอบใน Digital Economy Regulatory Sandbox (DERS) ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่คริปโต ธนาคารดิจิทัล E-commerce สินทรัพย์โทเคน ไปจนถึงเกมออนไลน์และพนันกีฬา!

น่าตกใจคือ ผู้เซ็นฝั่ง Prime คือ Tan Kun Chiao George หรือ จอร์จ แทน และมีสักขีพยานอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และที่สำคัญ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักการเงินที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ 9,000 ล้านบาทเพราะเชื่อมโยงสแกมเมอร์อาเซียน! ทำไมคนเหล่านี้ถึงโผล่มาที่นี่? ปลัดกระทรวงดีอี วิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ บอกว่าไม่รู้จักเบนจามิน แต่หลังจากนั้น ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีคนใหม่ สั่ง DSI และ ปปง. ตรวจสอบ พบความผิดปกติเพียบ

เจาะลึก MOU และโครงการลึกลับ

MOU ระบุ Prime จะหาผู้เชี่ยวชาญ IT 500 คน วีซ่าพิเศษ และรับผิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อทดสอบระบบใน sandbox แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ Cyber Security ที่ถ้าถูกสแกมเมอร์คุม ทุกอย่างพังหมด! ประเสริฐ บอกว่าเป็นการกลั่นแกล้งการเมือง แต่ DSI รับคดีแล้ว

เชื่อมโยง Prime Opportunity กับสแกนม่านตาและฟอกเงิน

จาก MOU เกิด TIDC Group และ TIDC Worldverse ขึ้นมา เว็บไซต์ใช้โลโก้กระทรวงดีอีและ NT โปรโมทกันสนุกสนาน! TIDC Worldverse นำเข้าสแกนม่านตา World ID จาก Tools for Humanity แลกคริปโต Worldcoin (WLD) คนไทย 1.2 ล้านคนสแกนไปแล้ว แต่ ETDA และ สคส. ปฏิเสธเพราะละเมิด PDPA!

  • ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ชัดเจน
  • สแกนซ้ำ ระบบจำได้ แสดงว่าข้อมูลไม่ถูกลบ
  • แปลงม่านตาเป็นโค้ด แต่ยัง transfer ได้
  • จูงใจด้วยคริปโต ไม่ยินยอมอิสระ

วันที่ 24 พ.ย. 2568 สคส. สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านรายภายใน 7 วัน ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท/ID! DSI รับคดี 148/2568 ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ม.14 นอกจากนี้ จอร์จ แทน เชื่อม CAI และบริษัทที่ภรรยาเบนจามินกับยิมเลี๊ยก ถือหุ้น ถูกอายัดทรัพย์ โยงสแกมเมอร์ชัดเจน

ความเสี่ยงถ้าไม่เปิดโปง

อันตรายสุดคือใช้ตราประทับรัฐสร้างความน่าเชื่อถือ ฟอกเงินแบบเปิดเผยภายใต้ ‘นวัตกรรม’! ถ้าขยายไปควบคุมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ประเทศเราจะเป็นยังไง? ไชยชนก เตือนว่าถ้าสแกมเมอร์คุม ปลอดภัยหมด!

ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีมานาน ผมเห็นเทรนด์นี้ชัด: ดิจิทัล sandbox ดีแต่ต้องโปร่งใส ไม่งั้นกลายเป็นช่องโหว่ฟอกเงิน ฝากเพื่อนๆ ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ถ้าสแกนม่านตาไปแล้ว รีบแจ้ง สคส. เพื่อเรียกค่าเยียวยา สนับสนุนการตรวจสอบต่อไปนะ!

ดู VDO KEY MESSAGES สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?:

ที่มา – สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?