ผู้เขียน: lalika69_admin

Project Hail Mary เตรียมเป็นหนังฮิตใหญ่

หลังจากฉายพรีวิวคืนแรก Project Hail Mary ไม่ใช่แค่การโยนลูก Hail Mary เลย แต่ดูเหมือนจะเป็นหนังที่แน่นอนว่าจะปัง! ภาพยนตร์ไซไฟนำโดย ไรอัน กอสลิง กำกับโดย ฟิล ลอร์ด และคริส มิลเลอร์ ทำเงินได้ถึง 12 ล้านดอลลาร์จากพรีวิวในช่วงไม่กี่วัน ทำให้เป็นพรีวิวที่ทำเงินสูงสุดของปี 2026 และเป็นหนึ่งในตัวเลขสูงสุดตลอดกาลสำหรับหนังที่ไม่ใช่แฟรนไชส์

Project Hail Mary เตรียมเป็นหนังฮิตใหญ่

ตัวเลข 12 ล้านดอลลาร์จากพรีวิวนี้อันดับสูงกว่า Scream 7 ที่ทำได้ 7.8 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นเดือน ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของปีก่อนหน้านี้ และ Scream 7 ไปต่อยอดทำเงินสัปดาห์แรกได้ถึง 64 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าคาดการณ์เบื้องต้นของ Project Hail Mary เยอะ นี่เป็นสัญญาณที่ดีมาก!

ตามรายงานจาก Deadline ตัวเลขนี้เป็นอันดับสองสูงสุดตลอดกาลสำหรับหนังที่ “ไม่ใช่ภาคต่อ ไม่ใช่แฟรนไชส์” โดยสถิติยังตกเป็นของ It ภาคแรกที่ทำ 13.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งดัดแปลงจากนิยายดังเหมือนกัน และกลายเป็นแฟรนไชส์ของตัวเองภายหลัง เราจะได้เห็น Project Hail Mary ที่ดัดแปลงจากนิยายของแอนดี้ วีร์ ตามรอยไหม?

เปรียบเทียบกับหนังดังอื่นๆ

เมื่อเทียบกับหนังเปิดตัวดังที่ไม่ใช่ภาคต่อหรือแฟรนไชส์ 12 ล้านดอลลาร์ของ Project Hail Mary ชนะ Oppenheimer ผู้ชนะออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ทำ 10.5 ล้านดอลลาร์ และ F1 ผู้เข้าชิงออสการ์ปีที่แล้วที่ทำ 10 ล้านดอลลาร์ แน่นอนว่ายังสู้หนังแฟรนไชส์อย่าง Avengers: Endgame ที่ทำพรีวิวถึง 60 ล้านดอลลาร์ไม่ได้ แต่ก็ไม่แฟร์ที่จะเทียบอยู่แล้ว

ตัวเลขนี้ยอดเยี่ยมมากพอที่จะทำให้ Project Hail Mary เตรียมเป็นหนังฮิตใหญ่ และครองบ็อกซ์ออฟฟิศได้ 2 สัปดาห์ติด หรือจนกว่าจะมีช่างประปาตัวป่วนมาฉาย 1 เมษายน!

กำกับโดยฟิล ลอร์ดและคริส มิลเลอร์ ดัดแปลงจากนิยายของแอนดี้ วีร์โดยเดรฟ์ กอดดาร์ด นำแสดงโดยไรอัน กอสลิง Project Hail Mary กำลังฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว เราแนะนำให้ไปดูเลย!

  • ทำไม Project Hail Mary ถึงปัง? นอกจากเนื้อเรื่องสุดล้ำจากนิยายไซไฟฮิต การแสดงของกอสลิงที่หลากหลาย และทีมผู้กำกับจาก The Lego Movie ทำให้หนังสนุก มันส์ และมีฮา
  • เทียบกับหนังไซไฟอื่นๆ ปีนี้ ตัวเลขพรีวิวแสดงถึงกระแสที่แรงแค่ไหน
  • คาดการณ์สัปดาห์แรก: อาจทะลุ 70-80 ล้านดอลลาร์ ถ้าคำทำนายจาก Scream 7 เป็นจริง

นอกจากนี้ หนังยังได้รับคำวิจารณ์ดีเยี่ยมจากนักวิจารณ์ โดยเฉพาะฉากอวกาศและพล็อตทวิสต์ที่ชาญฉลาด ผสมผสานวิทยาศาสตร์จริงกับความบันเทิงได้ลงตัว ถ้าคุณชอบ The Martian ของวีร์เรื่องก่อน เรื่องนี้ต้องไม่ผิดหวัง

อยากอัปเดตข่าวหนังไซไฟเพิ่ม? เช็คตารางฉาย Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย

สรุปคือ Project Hail Mary เตรียมเป็นหนังฮิตใหญ่ แน่นอน อย่ารอช้า จองตั๋วไปดูในโรงกันเถอะ จะได้ไม่พลาดประสบการณ์ไซไฟสุดมันส์แห่งปี!

ที่มา – ‘Project Hail Mary’ Is Poised to Become a Big Hit

ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ถูกแจ้งข้อหาลักลอบนำ AI เข้าจีน 2.5 พันล้าน

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก นั่นคือกรณี ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ถูกแจ้งข้อหาลักลอบนำ AI เข้าจีน 2.5 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการหลบเลี่ยงกฎระเบียบส่งออกของสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งชิป AI ขั้นสูงไปยังจีน

ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ถูกแจ้งข้อหาลักลอบนำ AI เข้าจีน 2.5 พันล้าน

ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (U.S. Department of Justice) ได้ยื่นฟ้องบุคคล 3 คนที่เกี่ยวข้องกับ Super Micro Computer ในข้อหาสมคบคิดใช้วิธีการหลอกลวง เช่น เอกสารปลอม เซิร์ฟเวอร์หลอกเพื่อหลอกจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเส้นทางขนส่งที่ซับซ้อน เพื่อเลี่ยงกฎส่งออกเทคโนโลยี AI ที่เข้มงวด

ผู้ที่ถูกจับกุมรวมถึง Yih-Shyan Liaw ผู้ร่วมก่อตั้ง บอร์ดบริหาร และรองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Super Micro ชาวไต้หวัน Ting-Wei Sun ผู้รับเหมาที่มีฐานในไต้หวันก็ถูกจับเช่นกัน ส่วน Ruei-Tsang Chang ผู้จัดการฝ่ายขายในไต้หวัน ถูกฟ้องแต่ยังหลบหนีอยู่

รายละเอียดข้อกล่าวหาในคดีผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro

อัยการสหรัฐฯ Jay Clayton จากเขตใต้ของนิวยอร์ก ระบุว่า “จำเลยทั้งสามมีส่วนร่วมในแผนการระบบเพื่อเบี่ยงเบนเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลที่บรรจุเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ไปยังลูกค้าในจีน ผ่านเครือข่ายแห่งคำโกหก การปกปิด และการหลอกลวง เพื่อผลกำไรที่ผิดกฎหมาย”

  • ข้อหาหลัก: สมคบคิดละเมิดพระราชบัญญัติปฏิรูประบบควบคุมการส่งออก (Export Controls Reform Act)
  • สมคบคิดลักลอบนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ
  • สมคบคิดฉ้อโกงสหรัฐอเมริกา

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด สูงสุดอาจติดคุกถึง 30 ปี

วิธีการที่ใช้คือ สั่งเซิร์ฟเวอร์จากสหรัฐฯ ส่งไปยังบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นบรรจุใหม่ในกล่องไม่มีเครื่องหมาย แล้วส่งต่อไปจีน ยังมีการตั้งเซิร์ฟเวอร์หลอกไว้หลอกจากทีมตรวจสอบของ Super Micro และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพการใช้ไดร์เป่าผมถอด-ติดสติกเกอร์ซีเรียลนัมเบอร์ด้วย!

ระหว่างปี 2024-2025 บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซื้อเซิร์ฟเวอร์มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ และช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2025 ส่งไปจีนอย่างน้อย 510 ล้านดอลลาร์

บริบทสงคราม AI ระหว่างสหรัฐฯ-จีน

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงจากความกังวลเรื่องความมั่นคงชาติ โดยเฉพาะการใช้งานทางทหาร Nvidia ผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำ ถูกห้ามขายชิปขั้นสูงสุดให้จีน

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ อนุญาตให้ Nvidia ขายชิปที่อ่อนแอกว่า แต่ต้องขอใบอนุญาตและรัฐบาลได้ส่วนแบ่งรายได้ 25% Nvidia เคยปฏิเสธข่าวลักลอบว่า “เหลือเชื่อ” แต่ตอนนี้กลายเป็นจริง

Super Micro แถลงว่าได้พักงาน Liaw และ Chang ตัดสัมพันธ์กับ Sun และให้ความร่วมมือกับทางการเต็มที่ โดยบริษัทไม่ได้ถูกฟ้อง Nvidia ย้ำว่าปฏิบัติตามกฎคือ優先สูงสุด และไม่สนับสนุนระบบที่ผิดกฎ

ข่าวนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะการส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ที่เป็นหัวใจของปัญญาประดิษฐ์ สหรัฐฯ ต้องการป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีเหล่านี้ตกไปถึงมือจีนที่อาจนำไปพัฒนาอาวุธหรือระบบเฝ้าระวัง

ในมุมมองของผม กรณี ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ถูกแจ้งข้อหาลักลอบนำ AI เข้าจีน 2.5 พันล้าน เป็นเครื่องเตือนใจให้บริษัทเทคโนโลยีทุกแห่งต้องเคร่งครัดเรื่อง compliance มากขึ้น เพราะผลกระทบไม่ใช่แค่ทางกฎหมาย แต่ยังกระทบชื่อเสียงและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? สหรัฐฯ ควบคุมส่งออกหนักเกินไปหรือจำเป็น? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเทคโนโลยีล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – Super Micro Co-Founder Charged With Smuggling $2.5 Billion of AI Tech Into China

นักวิทยาศาสตร์เบรกกระแสไซเคเดลิกต้านซึมเศร้า

กระแส hype เกี่ยวกับยาไซเคเดลิกที่รักษาอาการซึมเศร้า ดังกระหึ่มมากในช่วงหลังๆ ไม่ว่าจะเป็น DMT เห็ดวิเศษ หรือแม้แต่พิษจากคางคกแม่น้ำโคโลราโดที่ทำให้เกิด trip สุดๆ ก็ถูกทดลองในห้องแล็บกันหมด แต่ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์เบรกกระแสไซเคเดลิกต้านซึมเศร้า ด้วยการทบทวนผลการทดลองทางคลินิกกว่า 24 ชิ้น

นักวิทยาศาสตร์เบรกกระแสไซเคเดลิกต้านซึมเศร้า ด้วย placebo effect

ทีมนักวิจัยจิตเวชจากลอนดอน ฟิลาเดลเฟีย และซานฟรานซิสโก พบว่าผลดีบางอย่างของไซเคเดลิก อาจมาจาก placebo effect ล้วนๆ เพราะพอทานเข้าไป คุณรู้ทันทีเลยว่ากำลัง trip! ไม่ว่าพยายาม blinding ยังไง ก็ยากที่จะหลอกคนไข้ได้

เพื่อให้การเปรียบเทียบยุติธรรม ทีมจึงเลือกดูเฉพาะ ‘open label’ trials ของยาต้านซึมเศร้าปกติ ที่ไม่ blinding เช่นกัน ผลคือ ไซเคเดลิกกับยาปกติมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ยาปกติดีกว่าแค่นิดเดียว 0.3 คะแนนใน Hamilton Depression Rating Scale (HAM-D) ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติหรือคลินิก ตามที่รายงานใน JAMA Psychiatry

ไซเคเดลิกไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่เหนือกว่า

Balázs Szigeti นักวิเคราะห์ข้อมูลคลินิกจาก UCSF บอกกับ New Scientist ว่า “ผลนี้ไม่ได้ปฏิเสธประสิทธิภาพของไซเคเดลิก มันรักษาซึมเศร้าได้จริง แต่แค่ไม่เหนือกว่ายาต้านซึมเศร้า open-label ซึ่งน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับกระแส hype”

ถ้าเทียบกับ placebo จริง ไซเคเดลิกชนะขาด ดีกว่า 7.3 คะแนน HAM-D แต่ยาปกติดีกว่าแค่ 2.4 คะแนน ทีมคัดเลือกจากเกือบ 600 การศึกษา เหลือ 24 ชิ้น: 16 ชิ้นยาปกติ (7,921 คน) และ 8 ชิ้นไซเคเดลิก (249 คน)

อย่างไรก็ตาม บางนักวิจัยวิจารณ์ว่าการรวมศึกษาที่แตกต่างกันเรื่องเกณฑ์ผู้ป่วย ขนาดตัวอย่าง อาจทำให้คลาดเคลื่อน Robin Carhart-Harris จาก UCSF บอกว่าเป็นการเปรียบ “แอปเปิ้ลกับส้ม”

สรุปคือ นักวิทยาศาสตร์เบรกกระแสไซเคเดลิกต้านซึมเศร้า แล้ว แต่ยังต้องหาวิธีทดลองใหม่ที่ blinding ได้ดีกว่านี้ เพื่อพิสูจน์ของจริง อนาคตการวิจัยไซเคเดลิกยังน่าติดตาม เพราะมันเปิดประตูสู่การรักษาใหม่ๆ

  • ข้อดีไซเคเดลิก: ผลเร็ว เปลี่ยนมุมมองชีวิต
  • ข้อจำกัด: ยาก blinding, ผลข้างเคียง trip เข้มข้น
  • ยาปกติ: ปลอดภัยกว่า แต่ช้ากว่า

สำหรับคนที่กำลังมองหาทางออกจากซึมเศร้า ลองปรึกษาแพทย์ก่อนนะ อย่าหลง hype ตามกระแส คุณล่ะ คิดว่าซัยเคเดลิกจะมาแทนยาเก่าได้ไหม? คอมเมนต์บอกกันหน่อย!

ที่มา – Scientists Pump the Brakes on Psychedelic Antidepressant Hype

ดิเชน ลัชแมน นักล่าแวมไพร์ งานใหม่สุดลุ้น

ดิเชน ลัชแมน ดาวเด่นจากซีรีส์ Severance กำลังจะมีผลงานใหม่ที่แฟนไซไฟและสยองขวัญต้องกรี๊ด! เธอรับบท ดิเชน ลัชแมน นักล่าแวมไพร์ ในภาพยนตร์ Vampires of the Velvet Lounge เรื่องราวสุดเข้มข้นเกี่ยวกับเอลิซาเบธ บาโธรี (เมนา ซูวารี) แวมไพร์โบราณที่ย้ายมาอยู่ซาวันนาห์ จอร์เจีย เปิดบาร์แอบซินธ์ และล่าเหยื่อผ่านแอปหาคู่ นักแสดงสตีเฟน ดอร์ฟฟ์ จาก Blade กลับมารับบทเหยื่อใหม่ของเธอ

ดิเชน ลัชแมน รับบทโครา นักล่าแวมไพร์ที่ต้องจับตาดูเอลิซาเบธอย่างใกล้ชิด จนเกิดความดึงดูดต้องห้ามทั้งที่เกลียดกันสุดขีด แม้เธอเคยเล่นแวมไพร์ใน Being Human แต่หนังเรื่องนี้พาเธอเข้าสู่วงการสยองขวัญแบบเต็มตัว

ดิเชน ลัชแมน นักล่าแวมไพร์: เบื้องหลังตัวละครโครา

ในบทสัมภาษณ์กับ io9 ดิเชนเล่าว่า เธอจินตนาการให้โครามีพื้นเพทหารเก่า อาจเป็นอดีตนายทหารนาวิกโยธินหรือกองทัพบก “ฉันชอบที่ผู้กำกับอะดัม เชอร์แมน สร้างตัวละครผู้หญิงแกร่งที่ต่อสู้กับความขัดแย้งระหว่างแสงสว่างและความมืด” เธอกล่าว

โคราถูกดึงดูดโดยโลกแวมไพร์หรือไม่?

“มีทั้งความตระหนักและการปฏิเสธ” ดิเชนตอบ “มนุษย์เราก็เหมือนกัน ต้องต่อสู้กับด้านมืดในใจ นั่นคือเสน่ห์ของแวมไพร์ที่เราทุกคนสัมผัสได้” เธอเชื่อว่าโคราแข็งแกร่งพอจะต้านทานได้

ดิเชนยกตัวอย่างหนังแวมไพร์ที่ชื่นชอบอย่าง Buffy the Vampire Slayer, Angel, Interview with the Vampire และ Blade โดยตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสตีเฟน ดอร์ฟฟ์

จากไซไฟสู่สยองขวัญ: จงใจหรือบังเอิญ?

ผลงานของดิเชนเต็มไปด้วยไซไฟอย่าง Kingdom of the Planet of the Apes, Jurassic World Dominion, Altered Carbon, Agents of SHIELD และ Severance แต่ตอนนี้เธอหันมาสยองขวัญกับ Vampires of the Velvet Lounge และ Other Mommy “เป็นเรื่องบังเอิญ แต่ตลาดตอบรับดี ฉันชอบเล่นแวมไพร์ตั้งแต่ Being Human แล้ว ใครไม่รักแวมไพร์ล่ะ?”

อัปเดต Severance: Gemma/Ms. Casey สุดสำคัญ

พูดถึงบทเกมม่า/มิส เคซีย์ในซีซั่น 2 ที่หลุดพ้นจากชั้นใต้ดินลูมอน แต่หัวใจสลายเพราะมาร์ค (อดัม สค็อตต์) เลือกอยู่ต่อ ดิเชนรู้สึกกดดันแต่ตื่นเต้นกับตอนแฟลชแบ็ก “ทีมงานทุ่มเทมาก ทำให้การแสดงง่ายขึ้น”

แฟนๆ Severance มักเจอเธอในที่คาดไม่ถึงอย่างร้านขายของชำ และเธอขอบคุณแฟนๆ ที่ทำให้ Dollhouse มีซีซั่น 2 สำหรับซีซั่น 3 เธอเชื่อมั่นในทีมสร้าง

ดิเชนชื่นชอบบทบาทผู้หญิงแกร่งในไซไฟและสยองขวัญ “ฉันโชคดีที่ได้เล่นอะไรแบบนี้ รักความท้าทายทางกายภาพและจิตวิทยา”

Vampires of the Velvet Lounge เข้าฉาย 20 มีนาคม อย่าพลาด!

ติดตามข่าวหนังไซไฟ สยองขวัญ และซีรีส์ฮิตอย่าง Severance ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุดจากดิเชน ลัชแมน นักล่าแวมไพร์คนนี้

ที่มา – ‘Severance’ Star Dichen Lachman Has a New Job: Vampire Slayer

จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาชวนย้อนความหลังแบบเข้มข้นกันหน่อยนะ กับเรื่องที่ยังคงเป็นบาดแผลในใจของสังคมไทย นั่นคือ จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย เรื่องแบบนี้เหมือนละครน้ำเน่า แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเราเอง ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองมานาน จะเล่าให้ฟังแบบกันเอง พร้อมวิเคราะห์ลึกๆ เหมือนเพื่อนเล่าเรื่องยามค่ำคืน

เริ่มจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อเช้ามืดวันที่ 20 มีนาคม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ โชคดีรอดตายจากการถูกยิงถล่มหน้าบ้านพัก รถที่เขานั่งมากับคนขับและผู้ติดตาม โดนกระสุนฝ่า 10 นัดเต็มๆ ส่วนหน้ารถบนถนนเพชรเกษม หมู่ 9 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ สงสารจังเลยครับ คนขับกับผู้ติดตามบาดเจ็บสาหัส

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ รีบลงพื้นที่ให้กำลังใจทันที ในฐานะ สส. ที่ได้คะแนนสูงสุดในนราธิวาส เขาสำรวจรอยกระสุนทะลุกระจก รูพรุนเต็มตราสัญลักษณ์รัฐสภา อดีตผู้บังคับการกองปราบคนนี้มองว่า มี ‘ขบวนการ’ หนุนหลังแน่ๆ เพราะคนร้ายลงมือดึกๆ คาดเดาเวลาถูกต้อง กล้าขับรถติดอาวุธผ่านด่านตรวจ แถมเกิดวันโหวตนายกฯ ใหม่ และใกล้วันอีดิ้ลฟิตริ วันสำคัญของพี่น้องมุสลิมด้วย

จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย

ย้อนไปสมัยประชาธิปไตยเริ่มต้นหลัง 2475 ความรุนแรงทางการเมืองไม่เคยหยุดนิ่งนะครับ โดยเฉพาะลอบสังหาร สส. ระดับชาติที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เหตุการณ์แรกสุดที่สะเทือนขวัญคือคดี ‘4 รัฐมนตรีอีสาน’ ปี 2492 ทองอินทร์ ภูริพัฒน์, ถวิล อุดล, จำลอง ดาวเรือง, ทองเปลว ชลภูมิ ถูกตำรวจจับแล้วลากไปยิงทิ้งที่ทุ่งบางเขน อ้างปะทะโจรชิงตัว แต่จริงๆ คงเป็นการกวาดล้างขั้วการเมือง

ต่อมา ปี 2519 บุญสนอง บุญโยทยาน เลขาฯ พรรคสังคมนิยม ถูกยิงท้ายทอยจากรถบรรทุกบนวิภาวดี ก่อนเหตุ 6 ตุลา บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ

เข้าสู่ยุค 2540-2550 เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง สันติ ชัยวิรัตนะ อดีต สส.เชียงราย 7 สมัย รัฐมนตรีช่วย มหาดไทย ถูกยิงปี 2543 ที่บริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี เชียงราย กอบกุล นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคไทยรักไทย โดนเอ็ม16 ถล่มปี 2549 ขณะจอดไฟแดงสี่แยกเจดีย์หัก

พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ ‘เสธ.แดง’ ถูกสไนเปอร์ยิงหัวปี 2553 ที่แยกศาลาแดง ท่ามกลางการชุมนุม นปช. ประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย โดนยิงบาดเจ็บปี 2554 ที่แยกพระประแดง คดีนี้สืบเจอจ้างวานจากขัดแย้งโครงการก่อสร้าง แต่สุดท้ายไม่ฟ้อง

บทเรียนจากประวัติศาสตร์: เทคโนโลยีช่วยสืบได้จริงไหม?

จากประสบการณ์ผม เห็น trend ชัดว่าความรุนแรงทางการเมืองมักคลุมเครือ มูลเหตุส่วนใหญ่ทางการเมืองหรือผลประโยชน์ แต่ยุคนี้เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น กล้องวงจรปิด DNA forensics AI วิเคราะห์ trajectory กระสุน เหมือนในหนังสืบสวนที่เราชอบดู ถ้าใช้ให้ดี คดีเก่าๆ อาจคลี่คลายได้

  • กรณีกมลศักดิ์: ต้องใช้ scientific method ดังที่ พ.ต.อ.ทวี บอก
  • คดีเก่า: หลายคดีหลักฐานหาย ต้อง digitize 档案ใหม่
  • อนาคต: Blockchain เก็บหลักฐานไม่ให้หาย

สรุปนะครับ จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย สอนเราว่า ความรุนแรงไม่เคยแก้ปัญหา กลับสร้างความกลัวแทน ในยุคดิจิทัลนี้ เราควรเลือกทางสันติ ใช้คีย์บอร์ดถกเถียง ไม่ใช่ปืน ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ และแชร์บทความนี้ถ้าคิดว่าควรหยุดวงจรนี้! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยครับ

ที่มา – จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย

ตำรวจปูพรม 3 มิติ ซีลชายแดน-สกัดปั๊มโก่งราคา-เช็กบิลกองทัพมดขนน้ำมัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในช่วงวิกฤตพลังงานแบบนี้ เราทุกคนคงกำลังเครียดกับราคาน้ำมันที่พุ่งปรี๊ดใช่ไหมล่ะ? แต่ไม่ต้องห่วงนะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแรงจัด ด้วยมาตรการ ตำรวจปูพรม 3 มิติ ซีลชายแดน-สกัดปั๊มโก่งราคา-เช็กบิลกองทัพมดขนน้ำมัน ที่เข้มข้นสุดๆ วันนี้ (20 มีนาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) เป็นประธานประชุมครั้งที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายเร่งด่วนของนายกฯ มีหน่วยงานทั่วประเทศมาร่วมทั้งที่ห้องประชุมและออนไลน์ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ตำรวจปูพรม 3 มิติ ซีลชายแดน-สกัดปั๊มโก่งราคา-เช็กบิลกองทัพมดขนน้ำมัน

นี่คือหัวใจหลักของปฏิบัติการเลยครับ! พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งเด็ดขาดให้ ศปนม.ตร. สนธิกำลังกับหน่วยงานต่างๆ ปูพรมตรวจสอบทั่วประเทศใน 3 มิติใหญ่ โดยมิติดีสุดคือการผนึกกำลังทางบกและทางทะเล ซีลตะเข็บชายแดนและคลังน้ำมันทุกแห่ง คุมด่านผ่านแดนเข้มงวด สกัดการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ โดยเฉพาะ ‘กองทัพมด’ ที่ทยอยขนแบบเนียนๆ กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสวิกฤตนี้แหละ

มิติที่ 1: ซีลชายแดน สกัดกองทัพมดขนน้ำมัน

เริ่มจากชายแดนเลย ชุดปฏิบัติการตั้งด่าน 24 ชม. ตรวจคลังน้ำมันและจุดเสี่ยงทุกแห่ง ไม่ให้มีช่องโหว่ให้พวกกองทัพมดมาลักลอบ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา วิธีนี้ได้ผลดีมาก เพราะพวกมันมักใช้รถเล็กๆ ขนทีละน้อย แต่ถ้าซีลแน่น ก็จับกวาดล้างได้ทั้งเครือข่าย

มิติที่ 2: สกัดปั๊มโก่งราคาและกักตุน

ต่อมาคือการลงพื้นที่สแกนปั๊มน้ำมันทุกแห่งที่อ้างปิดหรือน้ำมันหมด ประสานกรมการปกครอง รายงานวันต่อวัน ถ้าพบกักตุน จับดำเนินคดีทันที! แถมยังทีมกับพาณิชย์จังหวัด ตรวจโก่งราคาแบบใกล้ชิด ผู้ประกอบการที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนในยามวิกฤต จะโดนกฎหมายบดขยี้แน่นอน

  • ตรวจสถานีบริการทุกประเภท โดยเฉพาะปั๊มหลอดในชุมชน
  • บังคับเปิดบริการปกติ ห้ามอ้างเหตุผลลวง
  • ลงโทษหนักใครกักตุนหรือปั่นราคา

มิติที่ 3: เช็กคุณภาพน้ำมัน ป้องกันเจือปน

สุดท้าย สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจลงพื้นที่สุ่มตรวจบ่อยขึ้น เน้นปั๊มเล็ก-กลางและชุมชน ป้องกันการผสมสารห่วยๆ ที่ทำให้เครื่องยนต์พัง คุณภาพต้องได้มาตรฐาน! แถมตั้งด่านสกัด 24 ชม. อุดทุกช่องโหว่

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามข่าวพลังงานมานาน ปฏิบัติการ ตำรวจปูพรม 3 มิติ ซีลชายแดน-สกัดปั๊มโก่งราคา-เช็กบิลกองทัพมดขนน้ำมัน นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะบูรณาการทุกหน่วย ทำให้กลุ่มทุนผิดกฎหมายหนีไม่พ้น ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น ใช้โดรนสแกนชายแดนหรือ AI วิเคราะห์พฤติกรรมปั๊ม จะยิ่งได้ผลดีขึ้น แม้ผู้อ่านเราจะชอบข่าวบันเทิงและเทค แต่เรื่องนี้กระทบชีวิตประจำวันโดยตรงนะ

พล.ต.อ.ธัชชัย ย้ำชัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทุ่มสุดตัว รักษาเสถียรภาพพลังงาน ปกป้องประชาชนและเศรษฐกิจ

ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ เทรนด์อนาคตคือหันมาใช้รถ EV มากขึ้น ลดพึ่งพาน้ำมัน ลองเช็กสิทธิ补贴รัฐบาลดูสิ หรือแชร์ประสบการณ์ปั๊มโก่งราคาในคอมเมนต์ด้านล่าง ช่วยกันเฝ้าระวัง! อย่าลืมติดตามอัพเดทปฏิบัติการนี้ด้วยนะ

ที่มา – ตำรวจปูพรม 3 มิติ ซีลชายแดน-สกัดปั๊มโก่งราคา-เช็กบิลกองทัพมดขนน้ำมัน

วอลมาร์ท ได้รับสิทธิบัตร AI เปลี่ยนราคา

วอลมาร์ท ได้รับสิทธิบัตร AI เปลี่ยนราคา จากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐ (USPTO) ล่าสุด สิทธิบัตรเหล่านี้กำลังเป็นที่พูดถึงบนโซเชียลมีเดีย เพราะผู้บริโภคหลายคนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของการกำหนดราคาแบบไดนามิก หรือที่เรียกว่า surveillance pricing ซึ่งคือการคิดราคาต่างกันสำหรับสินค้าเดียวกัน โดยอิงจากลักษณะเฉพาะของลูกค้าแต่ละคน

วอลมาร์ท ได้รับสิทธิบัตร AI เปลี่ยนราคา

หนึ่งในสิทธิบัตรใหม่ US-12524776-B2 ครอบคลุมวิธีการ “ปรับปรุงราคาสินค้าอัตโนมัติและแบบไดนามิก” บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยรวมข้อมูลความยืดหยุ่นของราคา (price elasticity) และการคาดการณ์ความต้องการ จากนั้นอัลกอริทึมจะสร้าง “ราคาลดครั้งแรก” หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ มันจะสร้าง “ราคาขอบเขต” ที่ให้ช่วงราคาเพื่อเลือกตั้งราคาใหม่

สิทธิบัตรที่สองช่วยทำนายความต้องการ

สิทธิบัตรอีกฉบับ US-12572954-B2 ใช้เครื่องจักรเรียนรู้ (machine learning) เพื่อทำนายความต้องการสินค้าต่างๆ และแนะนำราคา แผนภาพในเอกสารสิทธิบัตรยังแสดงว่าอาจใช้ข้อมูลจากบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นเรื่องถกเถียงเมื่อบริษัทอื่นๆ เช่น สายการบิน ใช้ทำเช่นนี้ในการตั้งราคาตั๋ว

เมื่อต้นเดือนนี้ วอลมาร์ทประกาศเปิดตัวป้ายราคาดิจิทัล (digital shelf labels) ที่ช่วยเปลี่ยนราคาในร้านได้อย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าทุกสาขาจะใช้เทคโนโลยีนี้ภายในสิ้นปี แม้สิทธิบัตรจะเน้นอีคอมเมิร์ซ แต่เห็นได้ชัดว่า AI สามารถนำมาใช้เปลี่ยนราคาในร้านจริงแบบเรียลไทม์ ตามปัจจัยอย่างเวลาหรือจำนวนลูกค้าในร้าน

วอลมาร์ทไม่ได้ตอบคำถามจาก Gizmodo แต่บอกกับ Financial Times ว่าสิทธิบัตร “ไม่เกี่ยวข้องกับ dynamic pricing” โดยอ้างว่าหนึ่งในสิทธิบัตรเฉพาะการลดราคา (markdowns) และอีกฉบับออกแบบให้ทีมพ่อค้าตัดสินใจ ไม่ใช่เทคโนโลยีเอง แต่ในทางปฏิบัติ มันแทบไม่ต่างกัน

สมมติว่าผู้จัดการร้านหรือสำนักงานกลางต้องอนุมัติราคา มันก็แค่ควบคุมคุณภาพเพื่อประโยชน์ของวอลมาร์ท ไม่ใช่การปกป้องผู้บริโภคจากราคาที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

กฎหมายกำกับการกำหนดราคาแบบนี้

อย่างน้อย 12 รัฐในสหรัฐกำลังพิจารณากฎหมายควบคุม dynamic pricing หรือ surveillance pricing โดยนิวยอร์กเป็นรัฐเดียวที่ผ่านกฎหมายแล้ว ผู้บริโภคต้องได้รับแจ้งเมื่ออัลกอริทึมและข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้กำหนดราคา ล่าสุดสมาชิก Washington Post ได้รับอีเมลแจ้งเรื่องนี้

เดโมแครตเสนอร่างกฎหมายในวุฒิสภาและสภาผู้แทนฯ เพื่อ แบน surveillance pricing ในร้านขายของชำใหญ่ แต่โอกาสผ่านต่ำเพราะรีพับลิกันควบคุมสภาทั้งสองและทำเนียบขาว

เทคโนโลยี AI เปลี่ยนราคานี้ช่วยให้วอลมาร์ทแข่งขันได้ดีขึ้น แต่ผู้บริโภคควรระวังสิทธิ์ของตัวเอง การกำหนดราคาตามข้อมูลส่วนตัวอาจไม่ยุติธรรม คุณล่ะ คิดว่าควรมีกฎหมายห้ามหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเทคโนโลยีเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – Walmart Wins Patents for AI-Powered Price Changes

รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทยเสี่ยงแพงแค่ไหน?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังร้อนแรงในแวดวงพลังงานโลกกันดีกว่า โดยเฉพาะ รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทยเสี่ยงแพงแค่ไหน? ซึ่งเป็นหัวข้อที่ ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ. ได้ออกมาให้ข้อมูลแบบใกล้ชิด เหมือนเพื่อนเล่าให้ฟังเลยครับ สถานการณ์ตึงเครียดจากอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซยักษ์นี้ ทำให้ LNG หายไป 17% ของซัพพลายโลก ส่งผลกระทบถึงไทยที่นำเข้าจากกาตาร์ถึง 8% แบบนี้ ค่าไฟเราจะพุ่งแค่ไหนนะ?

รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทยเสี่ยงแพงแค่ไหน?

South Pars หรือที่กาตาร์เรียก North Dome นี่คือเจ้าตัวยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกเลยครับ ครอบคลุม 9,700 ตร.กม. ในอ่าวเปอร์เซีย แบ่งระหว่างอิหร่านและกาตาร์ มีก๊าซสำรอง 51 ล้านล้าน ลบ.ม. หรือ 19% ของโลก! Guinness World Records ยังบันทึกไว้เลย ผลิตก๊าซเลี้ยงอิหร่าน 70% ส่งไป Asaluyeh ศูนย์กลางอุตสาหกรรม เมื่อถูกโจมตี ราคา LNG พุ่งจาก 12 เหรียญ เป็น 25 USD/MMBtu ทันที ถ้าขึ้นถึง 25 จริง ค่าไฟ Ft อาจเพิ่ม 0.58 บาท/หน่วย สุดผวาเลยใช่มั้ย?

ไทยเสี่ยงแค่ไหน? พึ่ง LNG 57% ของไฟฟ้า

ไทยเราผลิตไฟจากก๊าซ 57% และครึ่งหนึ่งเป็น LNG นำเข้า ตลาด Spot LNG ผันผวนหนัก โดยเฉพาะช่วงร้อนและสงกรานต์ที่ใช้ไฟพุ่ง กกพ. จับตาใกล้ชิด ยืนยันพร้อม แต่ขอให้เราประหยัดหน่อยนะครับ ถ้าราคาพุ่งแบบวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน เคยแตะ 47 ดอลลาร์มาแล้ว!

แผนรับมือ: กระจายความเสี่ยง ลดพึ่งพานอก

กกพ. เร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่ ใช้เชื้อเพลิงในประเทศอย่างถ่านหินแม่เมาะที่ซ่อมแล้วต้นทุนถูก พลังน้ำจากเพื่อนบ้าน โซลาร์ ลม ทางเลือกหมุนเวียนเต็มสูบ สนับสนุน Net Zero ด้วยครับ แถมมีเงิน Claw Back 9,400 ล้าน จาก 3 การไฟฟ้า ใช้อุดค่าไฟได้ 13 สตางค์/หน่วย ช่วยบรรเทาไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนทันที

  • ดูแล กฟผ.-ปตท.: กฟผ. หนี้ค้าง 4 หมื่นล้าน ปตท. แบกค่าเชื้อเพลิง 1.2-1.3 หมื่นล้าน ต้องประเมินรอบด้าน
  • ค่าไฟใหม่: ไม่ประกาศล่วงหน้า กลัวสถานการณ์เปลี่ยน ใช้เงินส่วนเกินชะลอ
  • อัตราก้าวหน้า: อาจกลับมาใช้ช่วยผู้ใช้ไฟน้อย

เดินหน้าพลังงานสะอาด: Direct PPA และ UGT

เทรนด์อนาคตคือพึ่งตัวเอง! กกพ. ส่งเสริม Prosumer ผลิตไฟใช้เอง Utility Green Tariff (UGT) จัดสรรไฟเขียว 2,000 ล้านหน่วย/ปี มีผู้ใช้ 41 ราย 142 ล้านหน่วยจริง รองรับ Data Center อุตสาหกรรมไฮเทค Direct PPA ใช้ Big Data AI ผ่าน Energy Foresight ช่วยธุรกิจซื้อไฟตรง สะอาด ถูก

วิกฤตนี้สอนเราว่า ความมั่นคงพลังงานต้อง balance ระหว่างนำเข้าและในประเทศครับ ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์พลังงานมานาน ผมมองว่าการเร่ง green energy แบบนี้คือทางรอดระยะยาว ลดเสี่ยงจากสงครามโลก ลองเริ่มจากบ้านตัวเอง ประหยัดไฟ ลงทุนโซลาร์ ลุยเลย! จะได้ไม่ต้องกังวลค่าไฟพุ่ง

ที่มา – รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทยเสี่ยงแพงแค่ไหน?

คิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2

ภาพยนตร์ Minecraft ภาคแรกกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดอันดับสองในสหรัฐอเมริกาปี 2025 โดยดึงดูดแฟนเกมจำนวนมากและสร้างประสบการณ์互动ในโรงภาพยนตร์ที่แฟนๆ เปลี่ยนโรงหนังให้กลายเป็นโลกเกมไปเลย หลังจากความสำเร็จล้นหลามนี้ การยืนยันภาคต่อ Minecraft 2 ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมนักแสดงแจ็ค แบล็ค และเจสัน โมโมอา คืนบัลลังก์ และข่าวใหญ่ล่าสุดคือ คิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2!

คิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2 หลังล้อเล่นเพื่อเงินก้อนโต

ทำไมเราถึงบอกว่าคิร์สเทน ดันสต์เหมาะสมสุดๆ กับ Minecraft Movie 2? ไม่ใช่เพราะเธอเป็นนักแสดงเข้าชิงออสการ์ หรือเคยเล่นบทตัวละครที่ถูกดูดเข้าไปในโลกเกมแปลกๆ (อย่างใน Jumanji ปี 1995) แต่เพราะคำพูดล้อเล่นของเธอในสัมภาษณ์ฤดูร้อนที่แล้วกับ Town and Country ที่ทำให้การแคสติ้งนี้เกิดขึ้นจริง!

ในบทสัมภาษณ์นั้น คิร์สเทนที่กำลังโปรโมทหนัง Civil War และ Roofman พูดถึงโปรเจกต์ใหม่กับโซเฟีย คอปโปลา คู่บุญของเธอ แต่เธอยังเผยว่า คิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2 เป็นความฝันของเธอ ลูกชายวัย 2 คนของเธอเป็นแฟนตัวยงของภาคแรก และความสำเร็จทำเงินของหนังทำให้เธอพูดติดตลกว่า “บางทีฉันอาจทำหนังที่ไม่ขาดทุนได้บ้าง?”

รายละเอียดการเข้าร่วมของคิร์สเทน ดันสต์ ใน Minecraft 2

และในที่สุด โอกาสนั้นก็มาถึง! Variety รายงานว่าคิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2 อย่างเป็นทางการ ภาพยนตร์ภาคนี้ยังคงกำกับและเขียนบทโดยเจเรด เฮสส์เหมือนเดิม ยังไม่มีข้อมูลว่าคิร์สเทนจะรับบทอะไร เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร หรือจะมีองค์ประกอบแฟนเซอร์วิสอย่าง chicken jockeys หรือม็อบอื่นๆ จากเกมมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่นอนคือวันฉายคือ 23 กรกฎาคม 2027

ความสำเร็จของ Minecraft Movie และความคาดหวังในภาค 2

ย้อนกลับไปภาคแรก A Minecraft Movie ไม่ใช่แค่นำเกมยอดฮิตมาทำเป็นหนัง แต่สร้างปรากฏการณ์ที่แฟนๆ ร้องเพลงตาม สร้างโครงสร้างบล็อกในโรง และกลายเป็นหนังครอบครัวที่ทำเงินถล่มทลาย การที่คิร์สเทน ดันสต์เข้ามาร่วม จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ภาคต่อ เพราะเธอมีประสบการณ์ในหนังแฟนตาซีและดราม่าที่ลงตัวกับโลกบล็อกของ Minecraft

  • ประวัติคิร์สเทน ดันสต์: จากเด็กนักแสดงใน Interview with the Vampire สู่บทบาทผู้ใหญ่ใน Spider-Man และเข้าชิงออสการ์จาก The Power of the Dog
  • เชื่อมโยงกับเกม: บทบาทใน Jumanji แสดงให้เห็นว่าเธอถนัดโลกเกมสุดแหวกแนว
  • ครอบครัวแฟน Minecraft: ลูกๆ เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เธอเข้าใจแฟนกลุ่มนี้ดี

นอกจากนี้ ภาค 2 อาจขยายจักรวาล Minecraft ด้วยเนื้อเรื่องผจญภัยใหม่ สร้างคราฟต์ไอเท็มสุดครีเอท และอาจมี cameo จากนักแสดงดังอื่นๆ

ทำไมแฟน Minecraft ต้องตื่นเต้นกับคิร์สเทน ดันสต์

คิร์สเทน ดันสต์ ไม่ใช่นักแสดงทั่วไป เธอมีเสน่ห์แบบธรรมชาติที่เข้ากับตัวละครใน Minecraft ที่ดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง การเข้าร่วมของเธอจะทำให้หนังมีมิติทางอารมณ์มากขึ้น นอกจากแอคชั่นบล็อกๆ

อยากรู้ข่าวหนังเพิ่ม? ติดตามวันฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who

ในความเห็นผม คิร์สเทน ดันสต์ เข้าร่วม Minecraft 2 จะทำให้ภาคนี้กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลงรัก ติดตามอัปเดตและเตรียมคราฟต์ตั๋วไว้เลย!

ที่มา – Kirsten Dunst, Who Previously Said She Would Join ‘Minecraft 2’ for a Pile of Cash, Joins ‘Minecraft 2’